บริษัท เอเซียไฟเบอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · แฟชั่น
4.86
+0.16 (+3.40%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5310 out_tok=2381 at=2026-07-25T04:28:51 -->
# AFC กำไร Q3/2566 ลดลง 7.51% รับต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-ยอดขายบางกลุ่มแผ่ว
## รายได้รวมหดตัว 1.94% ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้น 16.67% กดดันอัตรากำไรขั้นต้น
บริษัท เอเซียไฟเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ AFC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 14.55 ล้านบาท ลดลง 7.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลง 1.94% ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุปโภคบริโภค
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ AFC ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลง 7.51% มาอยู่ที่ 14.55 ล้านบาท มาจาก **การหดตัวของรายได้จากการขายรวม 1.94%** ประกอบกับ **ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นถึง 16.67%** ซึ่งกดดันให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า รายได้จากการขายที่ลดลงนั้นเป็นผลมาจากยอดขายที่ลดลงในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์ใยสังเคราะห์ (Polyester Staple Fiber) ซึ่งมียอดขายลดลง 3.75% และกลุ่มผลิตภัณฑ์เส้นด้าย (Yarn) ที่มียอดขายลดลง 16.67% ในขณะเดียวกัน ต้นทุนวัตถุดิบหลัก เช่น เส้นใยโพลีเอสเตอร์ (Polyester Staple Fiber) และเม็ดพลาสติก PET (PET Resin) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิต ได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้นทุนการผลิตโดยรวมเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 14.55% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 7.01% ในไตรมาสนี้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่ายอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์ใยสังเคราะห์ลดลง แต่กลุ่มผลิตภัณฑ์เส้นด้ายที่ลดลงอย่างมากอาจเป็นปัจจัยชั่วคราว หรืออาจสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์ในตลาด นอกจากนี้ การที่ต้นทุนวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยกดดัน แสดงให้เห็นว่าความผันผวนของราคาวัตถุดิบยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 7.51% YoY:** อยู่ที่ 14.55 ล้านบาท จาก 15.73 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายลดลง 1.94% YoY:** อยู่ที่ 193.63 ล้านบาท จาก 197.52 ล้านบาท
* **ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้น 16.67% YoY:** ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **ยอดขายกลุ่มเส้นด้ายหดตัวแรง:** ลดลง 16.67% YoY
* **ยอดขายกลุ่มใยสังเคราะห์ลดลง:** ลดลง 3.75% YoY
* **ยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นทรงตัว:** กลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ (Automotive) และกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆ ทรงตัว
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 AFC มีรายได้จากการขายรวม 193.63 ล้านบาท ลดลง 1.94% เมื่อเทียบกับ 197.52 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 1.94% เป็น 179.08 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมากจาก 14.55% เป็น 7.01% ทำให้กำไรขั้นต้นลดลงถึง 53.58% มาอยู่ที่ 13.55 ล้านบาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง 16.67% และค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 2.02% กำไรสุทธิสำหรับงวดนี้อยู่ที่ 14.55 ล้านบาท ลดลง 7.51% เมื่อเทียบกับ 15.73 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์ในบางกลุ่มผลิตภัณฑ์:** แม้กลุ่มเส้นด้ายจะหดตัว แต่การทรงตัวของกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นอาจบ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งในบางตลาด
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** หากสามารถบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ หรือหาแหล่งวัตถุดิบที่มีราคาแข่งขันได้มากขึ้น จะเป็นโอกาสในการฟื้นฟูอัตรากำไร
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่:** แม้ในเอกสารจะไม่ได้ระบุถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่การมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเป็นโอกาสในการกระจายความเสี่ยง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาเส้นใยโพลีเอสเตอร์และเม็ดพลาสติก PET ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นความเสี่ยงหลักที่กดดันอัตรากำไร
* **การแข่งขันในตลาด:** ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อปริมาณการขายและราคาขาย
* **ภาวะเศรษฐกิจ:** ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจโลกและในประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ต้นทุนทางการเงิน:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินอาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก (เส้นใยโพลีเอสเตอร์, เม็ดพลาสติก PET) ในไตรมาสถัดไป
* ทิศทางยอดขายของกลุ่มผลิตภัณฑ์เส้นด้าย และกลุ่มผลิตภัณฑ์ใยสังเคราะห์
* ความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
* แผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือการขยายตลาดเพื่อเพิ่มรายได้และอัตรากำไร
* การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน (หากมีผลกระทบต่อต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบ)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **ยอดขายกลุ่มใยสังเคราะห์ (Polyester Staple Fiber):** ลดลง 3.75% YoY คิดเป็น 10.61 ล้านบาท จาก 8.84 ล้านบาท (เอกสารระบุตัวเลขผิดพลาดในส่วนนี้ ควรเป็น 10.61 ล้านบาท ลดลงจาก 8.84 ล้านบาท หรือไม่ก็ตัวเลข 10.61 ล้านบาทคือยอดขายปัจจุบัน และ 8.84 ล้านบาทคือปีก่อน ซึ่งทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น แต่คำอธิบายบอกว่าลดลง จึงขออ้างอิงตามคำอธิบายว่า "ยอดขายลดลง" โดยไม่ระบุตัวเลขที่ชัดเจน)
* **ยอดขายกลุ่มเส้นด้าย (Yarn):** ลดลง 16.67% YoY คิดเป็น 1.77 ล้านบาท จาก 10.61 ล้านบาท (เอกสารระบุตัวเลขผิดพลาดในส่วนนี้ ควรเป็น 8.84 ล้านบาท ลดลงจาก 10.61 ล้านบาท)
* **ยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่น:**
* กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ (Automotive): ทรงตัว 4.26 ล้านบาท
* กลุ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆ: เพิ่มขึ้น 2.02% YoY เป็น 3.64 ล้านบาท จาก 1.61 ล้านบาท (เอกสารระบุตัวเลขผิดพลาดในส่วนนี้ ควรเป็น 3.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1.61 ล้านบาท)
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** ต้นทุนวัตถุดิบหลัก เช่น เส้นใยโพลีเอสเตอร์ (Polyester Staple Fiber) และเม็ดพลาสติก PET (PET Resin) เพิ่มขึ้น 16.67% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 14.55% ในปีก่อน เหลือ 7.01% ในไตรมาสนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 124.32 ล้านบาท
* **หนี้สินรวม:** ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 74.67 ล้านบาท
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 49.65 ล้านบาท
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio):** อยู่ที่ 1.50 เท่า
* **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน:** มีการเปลี่ยนแปลง โดยใน 9 เดือนแรกปี 2566 มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 66.59 ล้านบาท ลดลงจาก 110.99 ล้านบาทในปีก่อน
* **กระแสเงินสดจากการลงทุน:** ใน 9 เดือนแรกปี 2566 มีการใช้เงินสดจากการลงทุน 54.80 ล้านบาท
* **กระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน:** ใน 9 เดือนแรกปี 2566 มีการรับเงินสดจากการจัดหาเงิน 74.67 ล้านบาท
## สรุปท้าย
AFC เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการหดตัวของยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าบริษัทจะมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น แต่การฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา โดยเฉพาะแนวโน้มราคาวัตถุดิบและความสามารถในการปรับตัวของยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AFC ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
384.74
ล้านบาท
↓ 41.8% YoY
กำไรขั้นต้น
9.32
ล้านบาท
↑ 1658.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
2.42
%
กำไรสุทธิ
-2.92
ล้านบาท
↓ 73.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.76
%
D/E Ratio
0.18
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
385
↓ -41.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
9
↑ + 1658.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3
↓ -73.3%
YoY
D/E Ratio
0.18
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AFC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.18
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
26.20
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AFC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AFC
| รายการ | 2569 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2561 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
0.00
|
— |
24.43
-46.45%
|
45.62
-361.13%
|
-17.47
|
— | — |
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
0.00
|
— |
-0.60
-88.42%
|
-5.18
-115.12%
|
34.27
|
— | — |
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
0.00
|
— |
24.73
-212.92%
|
-21.90
-159.84%
|
36.60
|
— | — |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
0.00
|
— |
48.56
+161.78%
|
18.55
-65.27%
|
53.41
|
— | — |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
0.00
|
— |
67.91
-38.49%
|
110.40
-14.11%
|
128.54
+128.93%
|
— | — |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
0.00
|
— |
104.16
+53.38%
|
67.91
-38.49%
|
0.00
|
— | — |