บริษัท เอเซียไฟเบอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · แฟชั่น
4.86
+0.16 (+3.40%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5732 out_tok=2353 at=2026-07-27T07:54:15 -->
# AFC กำไร Q2/64 พลิกโต 6.19 เท่า รับอานิสงส์รายได้หลักฟื้น
## รายได้-กำไร AFC Q2/64 เติบโตแรง หลังปัจจัยลบคลี่คลาย ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการบริหารต้นทุนและสภาพคล่อง
บริษัท เอเซียไฟเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ AFC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 8.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 6.19 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 0.48 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้จากการขายที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ มีการบริหารจัดการที่ดีขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุปโภคบริโภค
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ AFC ในไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 8.89 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 6.19 เท่า YoY) มาจาก **การฟื้นตัวของรายได้จากการขายที่เติบโตถึง 21.95% YoY** ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การฟื้นตัวของรายได้จากการขายในไตรมาส 2 ปี 2564 มาจากการ **เพิ่มขึ้นของปริมาณการขายสินค้าหลัก** โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์เส้นใยโพลีเอสเตอร์ (Polyester Staple Fiber - PSF) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท โดยมีปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 15.41% YoY และราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 4.05% YoY ส่งผลให้รายได้จากกลุ่มนี้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง นอกจากนี้ รายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์เส้นใยไนลอน (Nylon Staple Fiber - NSF) ก็มีการเติบโตของปริมาณการขาย 15.41% YoY และราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 4.05% YoY เช่นกัน
ในด้านต้นทุน ฝ่ายจัดการสามารถบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ (เส้นใยหลัก) ได้ดีขึ้น โดยต้นทุนวัตถุดิบต่อหน่วยลดลง 0.78% YoY ในขณะที่ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลดลง 0.78% YoY ซึ่งเมื่อรวมกับการเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ย ทำให้ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 6.19% ในไตรมาส 2 ปี 2563 เป็น 8.81% ในไตรมาส 2 ปี 2564
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ก็มีการบริหารจัดการที่ดี โดยค่าใช้จ่ายการขายและบริหารต่อหน่วยลดลง 1.63% YoY แม้ว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นก็ตาม ซึ่งเป็นปัจจัยเสริมที่ช่วยผลักดันกำไรสุทธิให้เติบโตได้มาก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยด้านราคาวัตถุดิบและอุปสงค์ของตลาด** ฝ่ายจัดการระบุว่า ปัจจัยบวกที่สนับสนุนการเติบโตของปริมาณการขายและการฟื้นตัวของราคาขายเฉลี่ยนั้น มาจากการที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 เริ่มคลี่คลายลง ทำให้ความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคโดยรวมปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การบริหารต้นทุนวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา เนื่องจากราคาวัตถุดิบอาจมีความผันผวนตามสภาวะตลาดโลก
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/64 พลิกเป็น 8.89 ล้านบาท** เพิ่มขึ้น 6.19 เท่า YoY จากขาดทุน 0.48 ล้านบาทใน Q2/63
* **รายได้จากการขาย Q2/64 เติบโต 21.95% YoY** แตะ 143.65 ล้านบาท จาก 117.76 ล้านบาทใน Q2/63
* **ปริมาณการขายสินค้าหลัก (PSF และ NSF) เพิ่มขึ้น** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น** จาก 6.19% เป็น 8.81% จากการบริหารต้นทุนวัตถุดิบและราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายการขายและบริหารต่อหน่วยลดลง** ช่วยหนุนผลกำไร
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 AFC มีรายได้จากการขายรวม 143.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.95% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายสินค้าหลักทั้งเส้นใยโพลีเอสเตอร์ (PSF) และเส้นใยไนลอน (NSF) ประกอบกับการปรับตัวขึ้นของราคาขายเฉลี่ยของสินค้าทั้งสองประเภท
ต้นทุนขายรวมอยู่ที่ 130.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.22% YoY ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อยกว่ารายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 6.19% ในไตรมาส 2 ปี 2563 เป็น 8.81% ในไตรมาส 2 ปี 2564
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) อยู่ที่ 40.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.23% YoY ซึ่งถือว่ามีการบริหารจัดการที่ดีเมื่อเทียบกับการเติบโตของรายได้
ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2564 เท่ากับ 8.89 ล้านบาท พลิกกลับมาเป็นกำไรอย่างแข็งแกร่ง จากที่เคยขาดทุนสุทธิ 0.48 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2563
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์สินค้าอุปโภคบริโภค:** การที่สถานการณ์ COVID-19 เริ่มคลี่คลายลง ทำให้ความต้องการสินค้าปลายน้ำที่ใช้เส้นใยของ AFC มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น
* **การบริหารต้นทุนและราคาขาย:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและปรับราคาขายให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด เป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาอัตรากำไร
* **การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขาย:** การที่ปริมาณการขายสินค้าหลักเติบโตอย่างต่อเนื่อง แสดงถึงความสามารถในการตอบสนองความต้องการของตลาด
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น PTA, MEG สำหรับ PSF และ Caprolactam สำหรับ NSF อาจมีความผันผวนตามสภาวะตลาดโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมเส้นใยยังคงมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ผลิตในประเทศและต่างประเทศ
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ COVID-19:** การระบาดระลอกใหม่ หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของอุปสงค์ในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก (PTA, MEG, Caprolactam) ในไตรมาสถัดไป
* การเปลี่ยนแปลงของปริมาณการขายสินค้า PSF และ NSF
* การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
* ทิศทางอุปสงค์ของตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศและต่างประเทศ
* ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน (หากมีนัยสำคัญ)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
ในส่วนของสินค้าอุปโภคบริโภค AFC มีการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและจำหน่ายเส้นใยโพลีเอสเตอร์ (PSF) และเส้นใยไนลอน (NSF) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
* **เส้นใยโพลีเอสเตอร์ (PSF):** ในไตรมาส 2 ปี 2564 มีปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 15.41% YoY และราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 4.05% YoY ส่งผลให้รายได้จากกลุ่มนี้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ต้นทุนวัตถุดิบต่อหน่วยลดลง 0.78% YoY
* **เส้นใยไนลอน (NSF):** มีปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 15.41% YoY และราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 4.05% YoY เช่นกัน โดยต้นทุนวัตถุดิบต่อหน่วยลดลง 0.78% YoY
การที่ปริมาณการขายทั้งสองกลุ่มสินค้าหลักเติบโตขึ้น พร้อมกับการบริหารต้นทุนวัตถุดิบที่ทำได้ดี และการปรับราคาขายเฉลี่ยที่เหมาะสม เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ GPM ของบริษัทปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงการบริหารจัดการสภาพคล่องที่ดี
## สรุปท้าย
AFC ในไตรมาส 2 ปี 2564 แสดงผลประกอบการที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 8.89 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนในปีก่อนหน้า ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากรายได้จากการขายที่เติบโต 21.95% YoY อันเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายสินค้าหลักทั้ง PSF และ NSF ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและราคาขายที่ทำให้ GPM ปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสภาวะการแข่งขันในอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AFC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
384.74
ล้านบาท
↓ 41.8% YoY
กำไรขั้นต้น
9.32
ล้านบาท
↑ 1658.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
2.42
%
กำไรสุทธิ
-2.92
ล้านบาท
↓ 73.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.76
%
D/E Ratio
0.18
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
385
↓ -41.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
9
↑ + 1658.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3
↓ -73.3%
YoY
D/E Ratio
0.18
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AFC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.18
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
26.20
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AFC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AFC
| รายการ | 2569 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2561 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
0.00
|
— |
24.43
-46.45%
|
45.62
-361.13%
|
-17.47
|
— | — |
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
0.00
|
— |
-0.60
-88.42%
|
-5.18
-115.12%
|
34.27
|
— | — |
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
0.00
|
— |
24.73
-212.92%
|
-21.90
-159.84%
|
36.60
|
— | — |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
0.00
|
— |
48.56
+161.78%
|
18.55
-65.27%
|
53.41
|
— | — |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
0.00
|
— |
67.91
-38.49%
|
110.40
-14.11%
|
128.54
+128.93%
|
— | — |
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
0.00
|
— |
104.16
+53.38%
|
67.91
-38.49%
|
0.00
|
— | — |