บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
AP Thailand: เอเซีย พลัส ปรับเพิ่มเป็น Outperform คาดกำไร Q3/68 โตต่อเนื่อง
P/E 6.59 YIELD 6.63 ราคา 9.05 (0.00%)
เอเซีย พลัส (ASPS) ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น Outperform สำหรับ AP Thailand โดยมีราคาเป้าหมายสิ้นปี 2568 ที่ 10.30 บาท มองกำไร Q3/68 เติบโตต่อเนื่องจาก Backlog แนวราบและการโอนคอนโด JV
ไฮไลท์สำคัญ
- กำไร 2Q68 เป็นไปตามคาด: อยู่ที่ 1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.5% QoQ จากยอดโอนที่สูงขึ้นทั้งแนวราบและคอนโด
- ยอดขายแนวราบยังคงเติบโต: ในเดือน ก.ค. 2568 ยอดขายแนวราบอยู่ที่ 4.11 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% YoY
- แผนเปิดโครงการใหม่: ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 เตรียมเปิดโครงการใหม่รวม 34 โครงการ มูลค่า 5.3 หมื่นล้านบาท
- คงประมาณการ: คาดการณ์ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 จะดีกว่าครึ่งปีแรก
ผลการดำเนินงานและประมาณการ
กำไรใน 2Q68 เป็นไปตามคาดการณ์ที่ 1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.5% QoQ โดยมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เติบโต 30% QoQ คิดเป็น 9.7 พันล้านบาท จากแนวราบ 9.3 พันล้านบาท (+25.5% QoQ) ซึ่งมาจากการส่งมอบ Backlog ที่คงค้าง และคอนโด 400 ล้านบาท (เทียบกับ 38 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า) โดย 380 ล้านบาทมาจากการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดใหม่ Aspire Arun Prive มูลค่า 500 ล้านบาท (ขายได้ 100%) อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลง 40% QoQ คิดเป็น 86 ล้านบาท เนื่องจากการโอนกรรมสิทธิ์คอนโด JV ลดลงจากความต้องการที่ชะลอตัวหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว
เมื่อเทียบ YoY กำไรใน 2Q68 ลดลง 21% จาก 2Q67 เนื่องมาจากผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว, มูลค่าคอนโดที่สร้างเสร็จใหม่น้อยกว่าปีก่อน และสต็อกคอนโดที่เหลือขายลดลง ซึ่งส่งผลต่อการโอนกรรมสิทธิ์คอนโด JV และทำให้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม (คอนโด JV) ลดลง 44% YoY รวมถึง Gross Margin จากการขายลดลงจาก 33% ในปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 29.6% เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของ Product Mix และการจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นการขายและการโอนกรรมสิทธิ์ อย่างไรก็ตาม ยอดโอนกรรมสิทธิ์ของบริษัทเองเพิ่มขึ้น 3% YoY (จากกลุ่มแนวราบ +21% YoY แต่คอนโดหดตัว 77% YoY)
ฝ่ายวิจัยคงเป้ารายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ (ไม่รวม JV) ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท (เป้าของบริษัทอยู่ที่ 3.86 หมื่นล้านบาท) โดย ณ สิ้นเดือน ก.ค. มี Backlog (ไม่รวม JV) ที่รอรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ทั้งสิ้น 1.7 หมื่นล้านบาท (รองรับเป้าการโอนกรรมสิทธิ์ในปีนี้ 98%) โดยเป็นแนวราบ 1.6 หมื่นล้านบาท (ส่วนใหญ่รับรู้รายได้ใน 3Q68) และคอนโด 970 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการโอนกรรมสิทธิ์ของคอนโด JV ซึ่งมี Backlog รอรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 อีก 7.5 พันล้านบาท โดยหลักเป็นการส่งมอบต่อเนื่องของ 2 คอนโดใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จในช่วงปลาย 2Q68 และ Aspire Vibha มูลค่า 2.3 พันล้านบาท (ขายได้ 76%) จะโอนกรรมสิทธิ์ใน 4Q68 ซึ่งจะช่วยหนุนผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ให้ดีกว่าครึ่งปีแรก ทั้งในส่วนของยอดโอนกรรมสิทธิ์และส่วนแบ่งกำไร รวมถึงทิศทางของมาร์จิ้นจากการขาย คาดว่าจะกลับมายืนเหนือ 30-31% หลังมีส่วนผสมเพิ่มของโครงการใหม่ที่มีมาร์จิ้นดี และผลักดันกำไรปกติในปีนี้ให้ได้ 4.6 พันล้านบาท (กำไรในครึ่งปีแรกคิดเป็นสัดส่วน 40% ของเป้ากำไรทั้งปี)
ข้อสังเกตและการวิเคราะห์
เอเซีย พลัส ปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนเป็น Outperform สำหรับ AP โดยมีราคาเป้าหมายสิ้นปี 2568 ที่ 10.30 บาท (อิง PER 7 เท่า) จากความน่าสนใจดังนี้:
- กำไร 3Q68 คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง QoQ หนุนจากการมี Backlog แนวราบที่รอส่งมอบ 1.6 หมื่นล้านบาท และการเปิดแนวราบใหม่จำนวนมูลค่า 2.28 หมื่นล้านบาท รวมถึงการโอนกรรมสิทธิ์เต็มไตรมาสของ 2 คอนโด JV ที่เสร็จตั้งแต่ปลายไตรมาส 2
- พอร์ตสินค้าที่หลากหลายทั้งแนวราบและคอนโด ทำให้สามารถกระจายความเสี่ยงได้ดี และมี Backlog ในระดับสูง 3.8 หมื่นล้านบาท รองรับการรับรู้รายได้ต่อเนื่อง
- โครงสร้างการเงินแข็งแกร่ง ณ สิ้น 2Q68 Net Gearing ต่ำ 0.7 เท่า ทำให้มีความพร้อมในการลงทุน และจ่ายเงินปันผลปีนี้สูงกว่า 7% ต่อปี (นโยบายจ่ายปีละ 1 ครั้ง)
- Valuation น่าสนใจ สำหรับการลงทุนระยะกลาง-ยาว ด้วย PER ซื้อขายเพียง 5 เท่า และ PBV 0.5 เท่า
สรุป
ASPS ประเมินว่า AP Thailand มีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของกำไรใน Q3/68, พอร์ตสินค้าที่หลากหลาย, โครงสร้างการเงินที่แข็งแกร่ง และ Valuation ที่น่าสนใจ จึงปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น Outperform โดยมีราคาเป้าหมายที่ 10.30 บาท