https://aio.panphol.com/assets/images/community/9209_12A1FC.png

BEC: กำไรทรุดฮวบ Q2 แต่หวัง Q4 ฟื้นแรง

P/E 55.98 YIELD 4.37 ราคา 1.83 (0.00%)

KSS ปรับลดคำแนะนำเป็น "Neutral" พร้อมลดราคาเป้าหมายเหลือ 2.72 บาท จากเดิม 4.54 บาท หลังกำไร Q2/68 ดิ่งหนัก แต่ยังคาดหวัง Q4 ฟื้นตัวโดดเด่นจากภาพยนตร์ "ธี่หยด3"

ผลประกอบการที่น่าผิดหวัง

BEC รายงานกำไรสุทธิ Q2/68 ที่ 21 ล้านบาท ลดลง 71% YoY และ 52% QoQ สาเหตุหลักมาจากรายได้ค่าโฆษณาสื่อทีวีที่ลดลงถึง 20% YoY และ 3% QoQ จากภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้ชมที่หันไปดูฟรีทีวีน้อยลง นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้นยังลดลงเหลือ 17% จาก 24% ใน Q2/67 และ 19.2% ใน Q1/68

ถึงแม้ว่ารายได้จากการให้ใช้ลิขสิทธิ์และอื่นๆ จะเพิ่มขึ้น 56% YoY และ 21% QoQ รวมถึงค่าใช้จ่าย SG&A ที่ลดลง แต่ก็ไม่สามารถชดเชยการลดลงของรายได้หลักได้ ทำให้กำไรสุทธิ 1H/68 อยู่ที่ 64 ล้านบาท ลดลง 25% YoY

ปรับลดประมาณการกำไร

KSS ได้ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2568-2570 ลง 30% เหลือ 247 ล้านบาท 273 ล้านบาท และ 299 ล้านบาท ตามลำดับ สะท้อนถึงรายได้ค่าโฆษณาสื่อทีวีที่หดตัวมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ แม้จะมีการปรับเพิ่มรายได้จากการให้ใช้ลิขสิทธิ์และอื่นๆ รวมถึงการปรับลดค่าใช้จ่าย SG&A แล้วก็ตาม

แนวโน้มกำไร Q3/68 ยังคงลดลง YoY และ QoQ ตามการหดตัวของเม็ดเงินโฆษณาสื่อทีวี แต่ยังคาดหวังว่า Q4/68 จะมีกำไรฟื้นตัว QoQ อย่างโดดเด่น (และทรงตัว YoY) จากการเข้าฉายของภาพยนตร์ "ธี่หยด3" ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม

คำแนะนำและการประเมินมูลค่า

KSS ได้เปลี่ยนคำแนะนำจาก "Buy" เป็น "Neutral" และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 2.72 บาท โดยใช้วิธีประเมินมูลค่าด้วย PE multiple ที่ 22 เท่า อิงจากค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 20 เท่า แต่ให้ BEC สูงกว่าเนื่องจากมีความสามารถในการแข่งขันสูงและฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง

KSS เชื่อว่าราคาหุ้นปัจจุบันที่ 0.8 เท่า PBV ได้สะท้อนความเสี่ยงจากการหดตัวของอุตสาหกรรมสื่อทีวีไปแล้ว นอกจากนี้ BEC ยังมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง (มีเงินสด 3.8 พันล้านบาท ณ สิ้น Q2/68) และมีการปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมได้ดี

ทั้งนี้ BEC ได้ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.04 บาท/หุ้น (XD 21 ส.ค. / จ่าย 4 ก.ย.)

โพสต์ล่าสุด