บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
สรุป Oppday 24CS: เปิดกลยุทธ์ปี 2568 มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
P/E -100.00 YIELD 0.00 ราคา 1.60 (0.00%)
สรุป Oppday 24CS: เปิดกลยุทธ์ปี 2568 มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
สวัสดีครับท่านผู้ถือหุ้น นักลงทุน นักวิเคราะห์ และสื่อมวลชนทุกท่าน ผมสันติ มณีวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน ขอต้อนรับท่านเข้าสู่งาน Opportunity Day หรือโอกาสในการลงทุนประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2568 ของบริษัท 24 คอน แอนด์ ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ย่อย
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2568 บริษัทมีทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 363.75 ล้านบาท ทุนที่ชำระแล้ว 242.50 ล้านบาท
สำหรับ Warrant หรือใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้น
- 24CS W1 มีอายุ 2 ปี นับจากวันที่ออก มีจำนวน 194 ล้านหน่วย
- 24CS W2 มีอายุ 3 ปี นับตั้งแต่ ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ มีจำนวน 48.5 ล้านหน่วย
ประเภทธุรกิจหลักของ 24CS จะอยู่ในตลาด mai อยู่ในหมวดอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง โดยให้บริการใน 5 กลุ่มธุรกิจหลักดังนี้:
- งานก่อสร้าง งานระบบวิศวกรรม ประกอบด้วยงานระบบไฟฟ้า ประปา แอร์
- งานขายพลังงานไอน้ำให้โรงงานอุตสาหกรรม
- งานจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องปรับอากาศ
- ระบบคอมพิวเตอร์ Network ต่างๆ ในการขายและบริการติดตั้ง ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ Server และ Network
- ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและเครื่องสำอาง
ธุรกิจต่างๆ จะอยู่ในบริษัท 24CS และบริษัท ย่อย
Mission Vision ของบริษัท ตั้งไว้โดยการที่มองในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้มันเป็นไปได้
1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):
งบการเงินมีการเปลี่ยนแปลงในภาพรวมของสินทรัพย์รวม หนี้สินรวม ส่วนของผู้ถือหุ้น และหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2568 เมื่อเทียบกับงบการเงินรวมวันที่ 31 ธันวาคม 2567 พบว่า:
- สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นประมาณ 391.95 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 121%
- หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นประมาณ 190 ล้านบาท หรือประมาณ 96%
- ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นประมาณ 201.59 ล้านบาท หรือ 161%
ณ วันที่ 10 มกราคม 2568 บริษัทได้เข้าซื้อ 4 บริษัทย่อย 100% ทำให้ภาพรวมของงบการเงินรวม ณ วันที่ 31 มีนาคม 2568 เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ในส่วนของสินทรัพย์เพิ่มขึ้นประมาณ 121% และหนี้สินเพิ่มขึ้นประมาณ 96% ภาพรวมสินทรัพย์เพิ่มขึ้นมากกว่าหนี้สิน
เมื่อเปรียบเทียบในส่วนของผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 31 มีนาคม 2568 กับ 31 ธันวาคม 2567 จะเห็นว่าสินทรัพย์รวมอยู่ที่ประมาณ 50% หนี้สินรวมลดลงจาก 30.7% เหลือ 27.2% ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 19.3% เป็น 22.8%
2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):
สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นจาก 324 ล้านบาท เป็น 716 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 121% ประกอบด้วย
- เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด
- ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นสุทธิ
- สินค้าคงเหลือ
- ค่าความนิยม
ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากบริษัทย่อยที่เข้าซื้อมา รวมทั้งสินค้าคงเหลือด้วย ส่วนค่าความนิยมเกิดขึ้นจากการที่บริษัท 24CS เข้าไปซื้อกิจการ ทำให้มีค่าความนิยมเกิดขึ้นประมาณ 108.44 ล้านบาท
3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):
หนี้สินเพิ่มขึ้นจาก 198 ล้านบาท เป็น 389 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 96% เกิดจาก
- เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่นสุทธิ
- หนี้สินที่เกิดขึ้นจากสัญญา คือเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า เพิ่มขึ้นประมาณ 20.95 ล้านบาท หรือ 166%
- ภาษีค้างจ่ายเพิ่มขึ้นประมาณ 14.31 ล้านบาท เกิดจากไตรมาส 1 ของบริษัทมีกำไร ทำให้มีภาษีค้างจ่าย
4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นประมาณ 201.59 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 161% เกิดจากการเพิ่มทุนประมาณ 25 ล้านบาท ส่วนของส่วนเกินทุนจากการซื้อขายประมาณ 140 ล้านบาท และกำไรจาก Operation ประมาณ 31 ล้านบาท
กำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จสำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2568 มีการเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่แล้วของปีที่แล้ว จาก 41.69 ล้านบาท เป็น 271.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการที่บริษัทเข้าซื้อกิจการ และมีรายได้จากบริษัทย่อยเข้ามาร่วมในงบการเงินรวม
งบการเงินรวมของบริษัทมีกำไรอยู่ที่ 31.09 ล้านบาท
สัดส่วนของรายได้เปรียบเทียบระหว่างไตรมาส 1 ปี 2568 กับไตรมาส 1 ปี 2567 พบว่า ในกลุ่มบริษัทมีรายได้จากการบริการและการรับเหมาก่อสร้างอยู่ที่ประมาณ 26% รายได้จากการขายอยู่ที่ประมาณ 74% ในไตรมาส 1 ปี 2568 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2567 ที่มีรายได้จากการบริการประมาณ 44% และรายได้จากการขายประมาณ 56%
5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):
สำหรับงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จสำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2568 พบว่าจากไตรมาสที่ผ่านมาของปีที่แล้ว กำไรอยู่ที่ประมาณ 32.41 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปีนี้ 2568 กลุ่มบริษัทมีกำไรประมาณ 31.09 ล้านบาท
อัตราส่วนทางการเงินในภาพของอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน หรือ Current Ratio เมื่อเปรียบเทียบระหว่าง 31 มีนาคม 2568 กับ 31 ธันวาคม 2567 จะมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของ Current Ratio อยู่ที่ 1.18 ในปี 2567 เป็น 1.14 ในวันที่ 31 มีนาคม 2568
ส่วนของ DE Ratio และ Debt Ratio มีแนวโน้มที่ดีขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับปลายปีที่แล้ว DE Ratio ดีขึ้นมาอยู่ที่ 1.19 จาก 1.59 ส่วนของ Debt Ratio จาก 0.61 เป็น 0.54 ณ วันที่ 31 มีนาคม 2568
อัตราส่วนทางการเงินในเรื่องผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ หรือ Return on Asset หรือ ROA ในไตรมาส 1 บริษัทมีกำไรทำให้ผลตอบแทนจากสินทรัพย์รวมอยู่ที่ 4.34% ส่วนของอัตราส่วนผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น หรือ Return on Equity ในปีนี้ที่มีกำไร ทำให้ ROE กลับมาอยู่ที่ 9.52% จากปีที่แล้วติดลบอยู่ที่ 25.94%
อัตราส่วนของกำไรต่อหุ้นของกลุ่มบริษัทอยู่ที่ 0.06 ราคาขายต่อ Book Value อยู่ที่ 1.67
โครงสร้างของบริษัท 24CS ประกอบด้วย BU ของงานก่อสร้าง และ BU ในส่วนของพลังงานไอน้ำ และมีบริษัทย่อยอยู่ 5 บริษัท ได้แก่ 24 Home และกลุ่มอีก 4 บริษัทที่ 24CS เพิ่งซื้อกิจการเข้ามาเมื่อต้นปี ประกอบด้วย เทคโนโลยี intelligent หรือ TI และกลุ่มของ ดร.เจล ประกอบด้วย Organic Green Farm, Organic Innovation และ ดร.เจล
ปัจจุบัน โครงสร้างของธุรกิจ 24CS มีหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะบริษัทย่อยในแต่ละแห่งมีจุดแข็ง และมีความสามารถในการทำรายได้ของตัวเองอย่างเป็นอิสระ และโครงสร้างที่ทำให้บริษัทมีความสามารถในการทำรายได้เพิ่มขึ้น และมีความสามารถในการกระจายความเสี่ยงและต่อยอดการเติบโตในหลายทิศทาง
จากโครงสร้างเดิมของบริษัทที่พึ่งพาในงานก่อสร้าง และงานระบบ Farm อย่างเดียว แต่หลังจากที่เข้าซื้อกิจการ เราก็จะมีโครงสร้างที่มีความสมดุล และหลากหลายในกลุ่มธุรกิจมากขึ้น ทำให้การขายสินค้า และการบริการในไตรมาสนี้ จะมีการขยายไปยังลูกค้าในภาครัฐ และภาคเอกชนมากขึ้น
Backlog ของ 24CS เกี่ยวกับงานก่อสร้างอยู่ที่ประมาณ 321 ล้านบาท และงานเกี่ยวกับพลังงานอยู่ที่ 302 ล้านบาท
บริษัท เทคโนโลยี intelligent หรือ TI ให้บริการติดตั้ง และดูแลระบบคอมพิวเตอร์ Server และ Network ต่างๆ และเป็นที่ปรึกษา ดูแลระบบ IT ต่างๆ รวมทั้งการประกอบการซื้อขายอุปกรณ์ IT ทุกชนิด ส่วนใหญ่เป็นงานในภาครัฐ สัดส่วนของลูกค้าในกลุ่มของ TI มีรายได้จากภาครัฐประมาณ 95% และรายได้จากภาคเอกชนประมาณ 5%
TI ที่ 24CS ได้เข้ามาร่วมกิจการด้วยกัน จะสามารถเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้ในกลุ่มบริษัทมากขึ้น โดยเฉพาะการบริการติดตั้ง ดูแลระบบ Server ต่างๆ และระบบ Network รวมถึงการขายอุปกรณ์ IT ที่ครบวงจร สามารถที่จะตอบสนองลูกค้าทั้งภาครัฐ และเอกชน บริษัท TI ได้รับผลประโยชน์จาก Thailand Digital 4.0 ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการขยายบริการโครงสร้างพื้นฐาน IT รองรับโครงการดิจิทัลภาครัฐ ซึ่งมีมูลค่ารวมมากกว่า 3,000 ล้านบาท TI จะมีส่วนในการที่จะรองรับการขยายงานในด้านนี้ของภาครัฐ
โอกาสของในกลุ่ม 24CS หลังจากที่เข้าซื้อกิจการ คือ กลุ่มบริษัท TI จะมีการการันตี EBITDA ให้เราอยู่ที่ 80 ล้านบาท ภายใน 2 ปี ในไตรมาส 1 ปี 2568 บริษัท TI ทำ EBITDA อยู่ที่ประมาณ 0.26 ล้านบาท เนื่องจากประมาณปลายปีที่แล้วและไตรมาส 1 มีการชะลอการรับงานจากภาครัฐ ใน Q2 คาดว่าการชะลอในการรับงานของภาครัฐก็จะมารับใน Quarter ที่ 2 นี้ จะทำให้รายได้ของบริษัท TI กลับมาตามที่ได้ projection ไว้
กลุ่มบริษัทที่ได้ซื้อเข้ามา คือ เกี่ยวกับบริษัทอาหารเสริมและเครื่องสำอาง ประกอบด้วย 3 ธุรกิจ คือ บริษัท Organic Green Farm, บริษัท Organic Innovation และบริษัท Dr.Jel
บริษัท Organic Green Farm เป็นบริษัทที่ซื้อคัดสรรเกี่ยวกับวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ เพื่อจำหน่ายให้กลุ่มบริษัท และบริษัทต่างๆ ทั่วไป ในการที่จะผลิตเครื่องสำอางและอาหารเสริม
บริษัท Organic Innovation เป็นบริษัทที่วิจัยและพัฒนา และเป็นโรงงานในการผลิตอาหารเสริมและเครื่องสำอาง ให้แก่กลุ่มบริษัทในเครือแล้ว และกลุ่มบริษัทข้างนอก ที่มาจ้างงาน ให้บริษัท Organic Innovation ในการผลิต
บริษัท Dr. Jel เป็นบริษัทที่ขายสินค้าต่างๆ ภายใต้แบรนด์ Dr.Jel ซึ่งประกอบด้วยเครื่องสำอาง อาหารเสริม จะเป็นการขายปลีกทั้งช่องทางออนไลน์ Platform ต่างๆ Facebook, Shopee, Lazada หรือ TikTok รวมไปถึงการขายในช่อง Telesale ของบริษัทเอง
หลังจากที่เข้าซื้อในกลุ่มบริษัท Dr.Jel บริษัท 24CS สามารถครอบคลุม และกระจายความเสี่ยงจากการดำเนินธุรกิจได้เป็นอย่างดี ในปีนี้ กลุ่มของบริษัท Dr.Jel ก็สามารถทำผลประกอบการได้อย่างดีเยี่ยม
ในกลุ่มของบริษัท Dr.Jel สิ่งสำคัญเราให้ความสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมา เพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาด และตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มารับจ้าง ที่มาให้ทางบริษัทผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมทั้งการที่จะเชื่อมโยงระหว่างผู้บริโภคโดยตรง เพื่อจะผลิตภัณฑ์สุขภาพความงาม รวมถึงอาหารเสริมต่างๆ เพื่อให้ยอดขายของกลุ่มบริษัทได้เติบโตอย่างมั่นคงและก้าวกระโดดในภาพรวม
ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของบริษัทในกลุ่ม Dr.Jel หลักๆ คือกลุ่มของ Dr.Jel LF จะเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่พัฒนาขึ้นเพื่อควบคุมความหิว ลดน้ำหนัก และเสริมสร้างสุขภาพโดยรวม เป็นสารสกัดที่ช่วยประสิทธิภาพในการลดความอยากของอาหาร เพิ่มความอิ่ม และควบคุมการบริโภคและแคลอรี่ต่ำ สำหรับผลิตภัณฑ์นี้ ได้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และได้ออกสู่ตลาดในช่วงประมาณ ไตรมาส 4 ของปีที่แล้วและได้รับผลตอบรับที่ดี
อีกส่วนหนึ่งคือผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ เส้นผม เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดูแลเส้นผม ไม่ว่าจะเป็นการปลูกหนวดปลูกผม หรือว่าบำรุงผม จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยสมุนไพรไทยและสมุนไพรต่างๆ ที่ประกอบกัน ทำให้ไม่มีผลข้างเคียงในการใช้ ทำให้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุดที่สุด เกี่ยวกับตอบสนองความต้องการของลูกค้า
อีกผลิตภัณฑ์หนึ่งที่ทางบริษัท Dr.Jel ได้ออกสู่ตลาดคือ Dr.Jel TF เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ทางบริษัทออกมาเป็นเกี่ยวกับ ชา ที่เราทำเพื่อสลายสุขภาพ ซึ่งไม่สารสกัดน้ำตาล แล้วก็ประกอบด้วยสารอาหารต่างๆ ที่เป็น เกี่ยวกับชาเขียวและก็เกี่ยวกับพีช มาผสมกันและทำให้ผลิตภัณฑ์นี้เป็น ชา Grade Premium ที่ทันสมัย ออกง่ายในการดื่มแล้วก็ตอบโจทย์สำหรับคนรุ่นใหม่
ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของบริษัทก็มีการวางแผนและก็พัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อจะผลิตภัณฑ์สินค้า หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อตอบสนอง ความต้องการของลูกค้า ในแต่ละไตรมาสบริษัทวางแผนที่จะต้องออกสินค้าใหม่ๆ เพื่อครอบคลุมลูกค้าในหลากหลาย กลุ่มตลาด แล้วก็ความต้องการในตลาดให้มากขึ้น
EBITDA ในกลุ่มบริษัท Dr.Jel ตามที่การันตีไว้ก็ประมาณ 70 ล้านบาท ภายใน 2 ปี ในปีนี้ทางกลุ่ม Dr.Jel ก็ทำ EBITDA ไปอยู่ที่ 43.52 ล้านบาท
บริษัทพยายามที่จะดำเนินงานในธุรกิจหลักของตัวเอง และพยายามที่จะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นในธุรกิจหลักไม่ให้ติดลบ ในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 บริษัทก็สามารถที่จะพิสูจน์ได้ว่าในธุรกิจหลักพยายามที่จะ GP ของบริษัทอยู่ที่ 9% ก็ถือว่าเป็น GP ที่ดี
พยายามที่จะรับลูกค้าที่มีคุณภาพ และมีการจ่ายชำระเงินที่ดี เพื่อป้องกันปัญหา กระแสเงินสดที่อาจจะมีปัญหาได้ หรือสภาพคล่องที่อาจจะเกิดขึ้นกับบริษัทได้ และก็ในส่วนของกลุ่มบริษัท ย่อยที่ได้เข้าไปร่วมซื้อเข้าไปซื้อกิจการ ก็ร่วมทำงานกันไป ในไตรมาส 1 ของปี 2568 บริษัทได้พิสูจน์ใน แนวทางที่ถูกต้อง ทำใหห้ในภาพรวมของกลุ่มบริษัทมีกำไรเพิ่มขึ้นมา 31 ล้านบาท ในไตรมาสแรกของปี 2568
ผู้บริหารในกลุ่มของบริษัท 24CS และบริษัทย่อย หวังว่าแนวทางที่ปฏิบัติ แล้วก็แนวทางที่พยายามที่จะปล่อยตลาดใหม่ ลูกค้าใหม่ หาลูกค้าที่ดี เพื่อ ทำให้การทำงานในภาพรวม และผลประกอบการของกลุ่มบริษัท มีผลกำไร และหวังว่าจะส่งผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุนต่างๆ อย่าง มีประสิทธิภาพได้มากขึ้น
การทำงานในส่วนของในทุกกลุ่มธุรกิจที่มีหลากหลายมากขึ้น เราก็มีส่วนในการที่เข้า ไปดูแลในภาพรวมของธุรกิจ ภาพรวมของ Back Office ต่างๆ เพื่อให้ การทำงานมีความคล่องตัว และได้ภาพของผลตอบแทนและก็ตัวเลขที่ถูกต้อง
ในภาพรวมของการรวมธุรกิจในของ 24CS ในต้นปีที่ผ่านมา ก็จะทำให้นักลงทุนเห็นในแนวทางที่พยายามที่จะแนวทางใหม่ๆ เพื่อให้บริษัทมีผลกำไรที่ดี มี การดำเนินงานที่ถูกต้อง แล้วก็มีความโปร่งใส ชัดเจน
โอกาสในทางธุรกิจของบริษัท 24CS ในวันนี้ จะให้ข้อมูลและก็ข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลทางธุรกิจ ให้แก่ท่านนักลงทุนทั้งหลายได้อย่างเป็นอย่างดี และถ้าผู้ลงทุนมีข้อสงสัยหรือมีคำถาม สามารถที่จะ ส่งมาที่นักลงทุนสัมพันธ์ หรือว่าติดต่อทางบริษัทได้โดยตรง
Opportunity Day ของ 24CS สำหรับ ไตรมาสที่ 1 ปี 2568 ก็มีประมาณเท่านี้
สำหรับปีนี้ ทางผู้บริหารและกลุ่มผู้บริหารของบริษัทย่อย หวังว่าในภาพรวมของธุรกิจเราก็จะพยายามที่จะให้มี แนวทางที่ทุกคนจะมองเห็นถึงความสดใส ความรุ่งเรืองของผลประกอบการ ก็หวังว่าทั้งหมดที่ทางผู้บริหารทั้งบริษัทหลัก และก็บริษัท ย่อยช่วยกัน ที่จะทำให้ผลประกอบการที่ดี และเป็นผล ที่ดีต่อ ลงทุนทั้งหลาย
ในไตรมาสที่เหลือๆ ในปีนี้ ไตรมาสต่อๆ ไป ผู้บริหาร ก็ตั้งใจที่จะทำให้ผลประกอบการออกมาให้ดีที่สุด
ขอจบ Oppday ในวันนี้ เพียงเท่านี้ ขอบคุณมากครับ
ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session) เริ่มต้นในนาทีที่ 43:47
คำถาม: บริษัทมีแผนการเติบโตในอนาคตอย่างไรบ้าง
คำตอบ: บริษัทมีแผนที่จะขยายธุรกิจไปยังตลาดใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา, ลาว, พม่า, เวียดนาม) นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัล
คำถาม: บริษัทมีนโยบายการจ่ายปันผลอย่างไร
คำตอบ: บริษัทยังไม่มีนโยบายการจ่ายปันผลที่แน่นอน แต่จะพิจารณาจากผลประกอบการและกระแสเงินสดของบริษัทในแต่ละปี โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นเป็นสำคัญ
คำถาม: บริษัทมีแผนที่จะเพิ่มทุนในอนาคตหรือไม่
คำตอบ: ปัจจุบันบริษัทยังไม่มีแผนที่จะเพิ่มทุน แต่หากมีโอกาสในการลงทุนที่น่าสนใจและมีความจำเป็นต้องใช้เงินทุนเพิ่มเติม บริษัทก็จะพิจารณาการเพิ่มทุนเป็นทางเลือกหนึ่ง
คำถาม: บริษัทมีมุมมองอย่างไรต่อการแข่งขันในตลาด
คำตอบ: บริษัทมองว่าการแข่งขันในตลาดมีความรุนแรงมากขึ้น แต่บริษัทก็มีความมั่นใจในศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของตนเอง โดยจะมุ่งเน้นการสร้างความแตกต่างและนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพ
คำถาม: บริษัทมีมาตรการในการบริหารความเสี่ยงอย่างไร
คำตอบ: บริษัทมีคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงที่ทำหน้าที่ในการประเมินและบริหารความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น โดยจะมีการกำหนดมาตรการในการป้องกันและลดผลกระทบจากความเสี่ยงเหล่านั้น
สรุป
โดยรวมแล้ว 24CS แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งจากการขยายธุรกิจสู่บริษัทย่อยที่หลากหลาย พร้อมกับการบริหารความเสี่ยงที่รอบคอบและแผนการเติบโตที่ชัดเจนในอนาคต