https://aio.panphol.com/assets/images/community/4115_86E021.png

MILL ขาดทุนอ่วมปี 67! ยอดขายเหล็กร่วง 82% เซ่นพิษเศรษฐกิจและการแข่งขัน

P/E -100.00 YIELD 0.00 ราคา 0.09 (0.00%)

ไฮไลท์สำคัญ: MILL รายงานผลประกอบการปี 2567 ขาดทุนสุทธิ 6,111 ล้านบาท หลังยอดขายเหล็กร่วงหนัก 82%

บริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) (MILL) เผชิญปี 2567 ที่ยากลำบาก รายงานยอดขายผลิตภัณฑ์เหล็กรวม 189,952 ตัน คิดเป็นรายได้จากการขายและบริการ 3,275 ล้านบาท ลดลงอย่างน่าตกใจถึง 82% เมื่อเทียบกับปี 2566 สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้บริษัทประสบผลขาดทุนสุทธิ 6,111 ล้านบาท และขาดทุน EBITDA ที่ 5,037 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ผลขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 1,606 ล้านบาท และขาดทุน EBITDA จากการดำเนินงานอยู่ที่ 533 ล้านบาท

สาเหตุรายได้ร่วง: ดีมานด์หด-จีนทะลักตลาด-หยุดผลิต

รายได้รวมของ MILL ที่ลดลงอย่างมากมีสาเหตุหลักจาก 3 ปัจจัย: (1) การลดลงของความต้องการเหล็กเส้นในประเทศ (2) การแข่งขันจากอุปทานส่วนเกินจากประเทศจีนที่กดดันราคาเหล็กให้ต่ำลง (3) การหยุดดำเนินการโรงหลอมชั่วคราวตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2567 เพื่อรอชิ้นส่วนในการผลิตจากต่างประเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ อุตสาหกรรมเหล็กไทยโดยรวมยังเผชิญกับการแข่งขันสูง จากการนำเข้าจากประเทศจีนและการตั้งโรงงานเหล็กใหม่ในประเทศไทยที่ใช้เครื่องจักรเก่าจากจีน ซ้ำเติมสถานการณ์ด้วยการบริโภคเหล็กในประเทศที่หดตัวตามภาวะอุตสาหกรรมก่อสร้างที่ซบเซาจากความล่าช้าในการจัดทำงบประมาณของรัฐบาล

ผลกระทบต่อกำไรและสินทรัพย์: ขาดทุนอื้อ-ทรัพย์สินลด

MILL ประสบผลขาดทุนขั้นต้น 1,197 ล้านบาท เนื่องจากยังมีค่าใช้จ่ายคงที่ต่อเนื่องจากการหยุดผลิตชั่วคราวในช่วงปลายปี แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะลดลง 118 ล้านบาท เหลือ 318 ล้านบาท จากค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายสำนักงานที่ลดลง แต่ต้นทุนทางการเงินกลับเพิ่มขึ้น 266 ล้านบาท เป็น 942 ล้านบาท เนื่องจากการบันทึกดอกเบี้ยตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงิน นอกจากนี้ บริษัทยังมีการตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตจำนวน 3,485 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานรายงานทางการเงิน ส่งผลให้สินทรัพย์รวมของบริษัทลดลง 5,455 ล้านบาท เหลือ 15,495 ล้านบาท โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 5,301 ล้านบาท มาจากลูกหนี้การค้าที่ลดลง ขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 493 ล้านบาท เป็น 14,623 ล้านบาท จากเจ้าหนี้หมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 871 ล้านบาท

อนาคต MILL: ความเสี่ยงและการฟื้นตัว

MILL เผชิญความท้าทายอย่างมากในปี 2567 จากปัจจัยภายนอก เช่น การแข่งขันจากเหล็กนำเข้าและภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว รวมถึงปัจจัยภายใน เช่น การหยุดผลิตชั่วคราวเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ การจัดการความเสี่ยงและโอกาสในการเติบโตในอนาคตจะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการฟื้นตัวของบริษัท การลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตควบคู่ไปกับการบริหารจัดการหนี้สินอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นกุญแจสำคัญในการกลับมาทำกำไรได้อีกครั้ง ปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ ความผันผวนของราคาเหล็ก, การแข่งขันจากเหล็กนำเข้าจากจีน, และภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อความต้องการเหล็ก โอกาสในการลงทุนอาจมาจากการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต, การขยายตลาด, หรือการพัฒนานวัตกรรมในผลิตภัณฑ์เหล็ก

โพสต์ล่าสุด