QH ยอดขายชะลอตัวในเดือนกรกฎาคม จับตาแนวโน้มกำไรไตรมาส 3 กดดันจากปัจจัยฤดูกาล
ไฮไลท์สำคัญ
บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ QH เผชิญกับความท้าทายในเดือนกรกฎาคม 2569 โดยยอดขายเริ่มชะลอตัวลงจากกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวและการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลให้โบรกเกอร์ PST ประเมินแนวโน้มยอดโอนในไตรมาส 3/2569 มีทิศทางอ่อนตัวลง อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงรักษาระดับหนี้สินอยู่ในระดับต่ำมาก โดยมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net IBD/E) เพียง 0.17 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 1.03 เท่า ทำให้มีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งเพียงพอต่อการขยายธุรกิจในอนาคต
วิเคราะห์สถานการณ์และผลประกอบการ
สำหรับผลประกอบการในครึ่งปีแรกของปี 2569 บริษัทสามารถทำกำไรสุทธิได้ 921 ล้านบาท เติบโตขึ้น 25.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (y-y) จากการบริหารจัดการสต๊อกสินค้าได้ดีขึ้นและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่ลดลง ทั้งนี้ ในไตรมาส 2/2569 บริษัทมีกำไร 458 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.0% y-y โดยได้รับแรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไรของ HMPRO ที่สูงขึ้น แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 21.6% ก็ตาม สำหรับไตรมาส 3/2569 โบรกเกอร์คาดว่ากำไรอาจลดลงทั้ง y-y และ q-q เนื่องจากเป็นช่วง Low season ของ HMPRO ประกอบกับยอดขายแนวราบซึ่งเป็นรายได้หลักยังคงชะลอตัว
ข้อสังเกตและมุมมองการลงทุน
โบรกเกอร์ PST ได้ปรับประมาณการกำไรปี 2569 ขึ้นมาอยู่ที่ 1,776 ล้านบาท (+2.8% y-y) โดยอิงจากผลการดำเนินงานของ HMPRO ที่ทำได้ดีกว่าคาดการณ์เดิม ทั้งนี้ ได้ประเมินราคาพื้นฐานปี 2569 ไว้ที่ 1.44 บาทต่อหุ้น โดยใช้วิธี SOTP (P/E 8.5 เท่า, ส่วนลด 30%) พร้อมให้คำแนะนำ "ทยอยซื้อ" เพื่อรับเงินปันผล โดยคาดการณ์เงินปันผลทั้งปีที่ 0.09 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ประมาณ 6.29% ต่อปี อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระมัดระวังเรื่องยอดขายโครงการใหม่ที่ยังเข้ามาช้ากว่าแผน และการแข่งขันที่ยังคงรุนแรงซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อยอดโอนในระยะสั้น
สรุปภาพรวม
แม้ภาพรวมยอดขายในเดือนกรกฎาคมจะชะลอตัวลงจากปัจจัยลบด้านกำลังซื้อ แต่ QH ยังคงเป็นบริษัทที่มีความมั่นคงทางการเงินสูงด้วยระดับหนี้ที่ต่ำมาก ผลบวกจากการบริหารต้นทุนและส่วนแบ่งกำไรจาก HMPRO ช่วยพยุงผลประกอบการได้ดี การลงทุนในหุ้น QH ในช่วงนี้จึงเน้นไปที่การรับผลตอบแทนจากเงินปันผลเป็นหลัก โดยโบรกเกอร์ PST แนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นเพื่อรอรับปันผลตามเป้าหมายราคาพื้นฐานที่ 1.44 บาท