CK Power รับมือความท้าทายจากเอลนีโญ มั่นใจผลงานครึ่งปีหลังฟื้นตัว
ไฮไลท์สำคัญ
โบรกเกอร์ FSSIA ได้วิเคราะห์สถานการณ์ของ CK Power (CKP) โดยระบุว่าบริษัทกำลังเผชิญกับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่ส่งผลต่อปริมาณน้ำในเขื่อนน้ำงึม 2 (NN2) อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดการณ์ว่าผลประกอบการจะมีการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 ตามปัจจัยฤดูกาลที่เข้าสู่ช่วงหน้าฝน ซึ่งเป็นช่วงที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำทำกำไรได้สูงสุด โดยโบรกเกอร์ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" และคงราคาเป้าหมายที่ 3.90 บาทต่อหุ้น
วิเคราะห์เจาะลึกผลประกอบการ
สำหรับสถานการณ์ในไตรมาส 3/2569 โรงไฟฟ้าไซยะบุรีมีแนวโน้มผลประกอบการที่ยืดหยุ่นและคาดว่าจะดำเนินงานได้เต็มกำลังการผลิต ส่วนโรงไฟฟ้าบางปะอินโคเจนเนอเรชั่น (BIC) ยังคงเป็นปัจจัยกดดันจากต้นทุนก๊าซที่สูงขึ้น ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิคิดเป็นเพียง 16.2% ของประมาณการทั้งปี ทำให้โบรกเกอร์คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ไว้ที่ 1.7 พันล้านบาท โดยคาดหวังการเร่งตัวของกำไรในครึ่งปีหลัง สำหรับโครงการหลวงพระบางนั้นมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 70% และมีกำหนดการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในช่วงต้นปี 2570
ข้อสังเกตและปัจจัยเสี่ยง
นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อน NN2 ในไตรมาส 3/2569 ถูกปรับลดลงประมาณ 50% เหลือเพียง 480 ล้านลูกบาศก์เมตร เนื่องจากการกักเก็บน้ำที่เขื่อนน้ำงึม 3 (NN3) ด้านบน นอกจากนี้ ความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของเอลนีโญในช่วงไตรมาส 4/2569 ถึงไตรมาส 1/2570 อาจเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้นในระยะสั้นและส่งผลต่อแนวโน้มกำไรในปี 2570 รวมถึงความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามสำหรับโครงการลงทุนขนาดใหญ่
ส่วนสรุปการลงทุน
โบรกเกอร์ FSSIA มองว่าแม้จะมีปัจจัยกดดันในระยะสั้น แต่ราคาหุ้นปัจจุบันยังคงซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าที่เหมาะสม (NAV) ซึ่งอยู่ที่ 3.90 บาทต่อหุ้น (รวมมูลค่าโครงการหลวงพระบาง 1.30 บาทต่อหุ้น) จึงยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยเชื่อมั่นในศักยภาพการฟื้นตัวของกำไรตามปัจจัยฤดูกาลและการเติบโตในระยะยาวของโครงการพลังงานสะอาด