เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
BTG กำไรสุทธิ Q2/2569 ดิ่ง 76.9% รับแรงกดดันราคาเนื้อสัตว์-ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง
ข่าวสาร

BTG กำไรสุทธิ Q2/2569 ดิ่ง 76.9% รับแรงกดดันราคาเนื้อสัตว์-ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง

BTG P/E 6.88 YIELD 7.18
76 นาที 18:12 น. 0 ความเห็น

รายได้-กำไรหดตัวตามภาวะตลาด ฝ่ายจัดการเร่งปรับกลยุทธ์เน้นสินค้ามูลค่าเพิ่ม-ช่องทางกำไรสูง

บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 598.4 ล้านบาท ลดลง 76.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากราคาขายสุกรและไก่ในประเทศที่ปรับตัวลดลง ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจากค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้รายได้รวมและกำไรขั้นต้นหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BTG ในไตรมาส 2/2569 ปรับตัวลดลงอย่างมาก คือ การปรับตัวลดลงของราคาขายสุกรและไก่ในประเทศ ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยกำไรสุทธิลดลงถึง 76.9% YoY ขณะที่กำไรขั้นต้นลดลง 33.1% YoY

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

สาเหตุหลักมาจาก ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในประเทศ ที่ส่งผลให้ความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์ลดลง ทำให้ราคาขายสุกรและไก่ในประเทศปรับตัวลดลง นอกจากนี้ ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น อันเนื่องมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าขนส่ง ทำให้ต้นทุนการผลิตโดยรวมเพิ่มสูงขึ้น แม้บริษัทฯ จะพยายามบริหารจัดการต้นทุนผ่านการปรับสูตรอาหารสัตว์และการมุ่งเน้นการขายสินค้าแปรรูปและเนื้อส่วนที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากราคาขายที่ลดลงและต้นทุนที่สูงขึ้นได้ทั้งหมด

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

ลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตาม จากการที่ฝ่ายจัดการระบุว่าการปรับตัวลดลงของราคาสุกรและไก่ในประเทศเป็น "การปรับตัวลดลงชั่วคราว" และบริษัทฯ มีการปรับกลยุทธ์การขายสินค้าอาหารแปรรูปและเนื้อชิ้นส่วนแทนการขายสัตว์เป็นมีชีวิต รวมถึงการมุ่งเน้นช่องทางการจัดจำหน่ายที่ให้อัตรากำไรสูงขึ้น เช่น Foodservice และ Modern Trade รวมถึงการส่งออก ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่น่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวนจากปัจจัยภายนอกยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิลดลง 76.9% YoY: อยู่ที่ 598.4 ล้านบาท จาก 2,594.0 ล้านบาทในปีก่อน
  • รายได้รวมลดลง 6.5% YoY: อยู่ที่ 29,596.0 ล้านบาท เนื่องจากราคาขายสุกรและไก่ในประเทศปรับตัวลดลง
  • กำไรขั้นต้นหดตัว 33.1% YoY: อยู่ที่ 4,140.1 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 19.6% เป็น 14.1%
  • EBITDA ลดลง 41.9% YoY: อยู่ที่ 2,570.3 ล้านบาท อัตรา EBITDA ลดลงจาก 14.0% เป็น 8.7%
  • บันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษ 128 ล้านบาท: จากการตัดจำหน่ายเครดิตภาษีในกัมพูชา ซึ่งไม่กระทบการดำเนินงานปกติ
  • หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 16.1%: เป็น 39,253.8 ล้านบาท จากการกู้ยืมระยะยาวเพื่อขยายธุรกิจและชำระหนี้เดิม

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 29,596.0 ล้านบาท ลดลง 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับตัวลดลงชั่วคราวของราคาสุกรและไก่ในประเทศตามภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุด 30 มิถุนายน 2569 รายได้รวมอยู่ที่ 58,126.2 ล้านบาท ลดลง 6.4% จากปีก่อน

กำไรขั้นต้นในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 4,140.1 ล้านบาท ลดลง 33.1% YoY อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 19.6% เป็น 14.1% โดยมีสาเหตุจากราคาหมูและไก่ในประเทศที่ลดลง และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจากค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น

EBITDA ในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 2,570.3 ล้านบาท ลดลง 41.9% YoY อัตรา EBITDA ลดลงจาก 14.0% เป็น 8.7% ซึ่งเป็นผลหลักจากการลดลงของกำไรขั้นต้น แม้บริษัทฯ จะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ได้ดี

กำไรสุทธิในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 598.4 ล้านบาท ลดลง 76.9% YoY อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 2.0% หากไม่รวมรายการพิเศษจากการตัดจำหน่ายเครดิตภาษีในกัมพูชา 128 ล้านบาท กำไรสุทธิจากการดำเนินงานหลักอยู่ที่ 726.4 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิจากการดำเนินงานหลักอยู่ที่ 2.5%

สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุด 30 มิถุนายน 2569 กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,601.4 ล้านบาท ลดลง 64.3% YoY อัตรากำไรสุทธิ 2.8% หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรสุทธิจากการดำเนินงานหลักอยู่ที่ 1,675.4 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิจากการดำเนินงานหลัก 2.9%

โอกาส

  • การปรับกลยุทธ์การขาย: มุ่งเน้นการขายสินค้าอาหารแปรรูป อาหารพร้อมทาน และเนื้อชิ้นส่วนแทนการขายสัตว์เป็นมีชีวิต
  • การเน้นช่องทางการจัดจำหน่ายกำไรสูง: เช่น กลุ่มผู้ให้บริการทางด้านอาหาร (Foodservice), ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) และการส่งออก
  • การบริหารต้นทุนวัตถุดิบ: ใช้ประโยชน์จากศูนย์นวัตกรรมสินค้าเกษตรในการปรับสูตรอาหารสัตว์เพื่อบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

ความเสี่ยง

  • ความผันผวนของราคาเนื้อสัตว์ในประเทศ: จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้อของผู้บริโภค
  • ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น: จากปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อต้นทุนค่าขนส่ง
  • อัตราแลกเปลี่ยน: แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่การส่งออกอาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงิน
  • การเพิ่มขึ้นของหนี้สิน: อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมระยะยาวเพื่อขยายธุรกิจ

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มราคาขายสุกรและไก่ในประเทศ และผลกระทบต่อปริมาณการขาย
  • ทิศทางต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ และค่าขนส่ง
  • ความสำเร็จของกลยุทธ์การปรับพอร์ตสินค้าและช่องทางการขาย
  • ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
  • การบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงิน

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)

  • ราคาวัตถุดิบ/สินค้า: ราคาขายสุกรและไก่ในประเทศปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยลบหลักต่อรายได้และกำไร
  • Volume: ไม่ได้ระบุปริมาณการผลิตหรือขายโดยตรง แต่รายได้ที่ลดลงสะท้อนถึงผลกระทบจากราคาขายที่ลดลงเป็นหลัก
  • GPM: อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 19.6% เป็น 14.1% ในไตรมาส 2/2569 เนื่องจากราคาขายลดลงและต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น
  • ช่องทางขาย: บริษัทฯ มีการปรับกลยุทธ์โดยเน้นช่องทาง Foodservice, Modern Trade และส่งออก ซึ่งเป็นช่องทางที่ให้อัตรากำไรสูงขึ้น
  • สต็อก: สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 โดยเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตอาหารสัตว์
  • อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก: ไม่ได้ระบุผลกระทบโดยตรง แต่การเน้นส่งออกอาจเป็นโอกาสในการกระจายความเสี่ยง
  • ฤดูกาลผลิต: ไม่ได้ระบุผลกระทบจากฤดูกาลผลิตในเอกสาร

ฐานะทางการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 70,150.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.8% จากสิ้นปี 2568 โดยหลักจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่เพิ่มขึ้นเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน และสินค้าคงเหลือที่เป็นวัตถุดิบ

หนี้สินรวมอยู่ที่ 39,253.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.1% จากสิ้นปี 2568 โดยหลักจากการกู้ยืมระยะยาวเพิ่มขึ้นเพื่อขยายธุรกิจและชำระหนี้เดิม

ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 30,896.4 ล้านบาท ลดลง 6.7% จากสิ้นปี 2568 เนื่องจากการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการปี 2568

อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 1.02 เท่า เป็น 1.27 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 0.58 เท่า เป็น 0.80 เท่า สะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของหนี้สินจากการกู้ยืม

สรุปท้าย

BTG เผชิญความท้าทายในไตรมาส 2/2569 จากราคาขายเนื้อสัตว์ในประเทศที่ลดลงและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้บริษัทฯ จะมีกลยุทธ์ในการปรับพอร์ตสินค้าและช่องทางการขายเพื่อเพิ่มอัตรากำไร แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและภาวะเศรษฐกิจยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป ขณะที่ฐานะทางการเงินมีการปรับเพิ่มขึ้นของหนี้สินจากการลงทุนเพื่อการเติบโต

ยังไม่มีความคิดเห็น