BTG กำไรสุทธิ Q2/2569 ดิ่ง 76.9% รับแรงกดดันราคาเนื้อสัตว์-ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง
รายได้-กำไรหดตัวตามภาวะตลาด ฝ่ายจัดการเร่งปรับกลยุทธ์เน้นสินค้ามูลค่าเพิ่ม-ช่องทางกำไรสูง
บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 598.4 ล้านบาท ลดลง 76.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากราคาขายสุกรและไก่ในประเทศที่ปรับตัวลดลง ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจากค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้รายได้รวมและกำไรขั้นต้นหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BTG ในไตรมาส 2/2569 ปรับตัวลดลงอย่างมาก คือ การปรับตัวลดลงของราคาขายสุกรและไก่ในประเทศ ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยกำไรสุทธิลดลงถึง 76.9% YoY ขณะที่กำไรขั้นต้นลดลง 33.1% YoY
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักมาจาก ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในประเทศ ที่ส่งผลให้ความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์ลดลง ทำให้ราคาขายสุกรและไก่ในประเทศปรับตัวลดลง นอกจากนี้ ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น อันเนื่องมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าขนส่ง ทำให้ต้นทุนการผลิตโดยรวมเพิ่มสูงขึ้น แม้บริษัทฯ จะพยายามบริหารจัดการต้นทุนผ่านการปรับสูตรอาหารสัตว์และการมุ่งเน้นการขายสินค้าแปรรูปและเนื้อส่วนที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากราคาขายที่ลดลงและต้นทุนที่สูงขึ้นได้ทั้งหมด
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
ลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตาม จากการที่ฝ่ายจัดการระบุว่าการปรับตัวลดลงของราคาสุกรและไก่ในประเทศเป็น "การปรับตัวลดลงชั่วคราว" และบริษัทฯ มีการปรับกลยุทธ์การขายสินค้าอาหารแปรรูปและเนื้อชิ้นส่วนแทนการขายสัตว์เป็นมีชีวิต รวมถึงการมุ่งเน้นช่องทางการจัดจำหน่ายที่ให้อัตรากำไรสูงขึ้น เช่น Foodservice และ Modern Trade รวมถึงการส่งออก ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่น่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวนจากปัจจัยภายนอกยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิลดลง 76.9% YoY: อยู่ที่ 598.4 ล้านบาท จาก 2,594.0 ล้านบาทในปีก่อน
- รายได้รวมลดลง 6.5% YoY: อยู่ที่ 29,596.0 ล้านบาท เนื่องจากราคาขายสุกรและไก่ในประเทศปรับตัวลดลง
- กำไรขั้นต้นหดตัว 33.1% YoY: อยู่ที่ 4,140.1 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 19.6% เป็น 14.1%
- EBITDA ลดลง 41.9% YoY: อยู่ที่ 2,570.3 ล้านบาท อัตรา EBITDA ลดลงจาก 14.0% เป็น 8.7%
- บันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษ 128 ล้านบาท: จากการตัดจำหน่ายเครดิตภาษีในกัมพูชา ซึ่งไม่กระทบการดำเนินงานปกติ
- หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 16.1%: เป็น 39,253.8 ล้านบาท จากการกู้ยืมระยะยาวเพื่อขยายธุรกิจและชำระหนี้เดิม
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 29,596.0 ล้านบาท ลดลง 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับตัวลดลงชั่วคราวของราคาสุกรและไก่ในประเทศตามภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุด 30 มิถุนายน 2569 รายได้รวมอยู่ที่ 58,126.2 ล้านบาท ลดลง 6.4% จากปีก่อน
กำไรขั้นต้นในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 4,140.1 ล้านบาท ลดลง 33.1% YoY อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 19.6% เป็น 14.1% โดยมีสาเหตุจากราคาหมูและไก่ในประเทศที่ลดลง และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจากค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น
EBITDA ในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 2,570.3 ล้านบาท ลดลง 41.9% YoY อัตรา EBITDA ลดลงจาก 14.0% เป็น 8.7% ซึ่งเป็นผลหลักจากการลดลงของกำไรขั้นต้น แม้บริษัทฯ จะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ได้ดี
กำไรสุทธิในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 598.4 ล้านบาท ลดลง 76.9% YoY อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 2.0% หากไม่รวมรายการพิเศษจากการตัดจำหน่ายเครดิตภาษีในกัมพูชา 128 ล้านบาท กำไรสุทธิจากการดำเนินงานหลักอยู่ที่ 726.4 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิจากการดำเนินงานหลักอยู่ที่ 2.5%
สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุด 30 มิถุนายน 2569 กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,601.4 ล้านบาท ลดลง 64.3% YoY อัตรากำไรสุทธิ 2.8% หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรสุทธิจากการดำเนินงานหลักอยู่ที่ 1,675.4 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิจากการดำเนินงานหลัก 2.9%
โอกาส
- การปรับกลยุทธ์การขาย: มุ่งเน้นการขายสินค้าอาหารแปรรูป อาหารพร้อมทาน และเนื้อชิ้นส่วนแทนการขายสัตว์เป็นมีชีวิต
- การเน้นช่องทางการจัดจำหน่ายกำไรสูง: เช่น กลุ่มผู้ให้บริการทางด้านอาหาร (Foodservice), ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) และการส่งออก
- การบริหารต้นทุนวัตถุดิบ: ใช้ประโยชน์จากศูนย์นวัตกรรมสินค้าเกษตรในการปรับสูตรอาหารสัตว์เพื่อบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
ความเสี่ยง
- ความผันผวนของราคาเนื้อสัตว์ในประเทศ: จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้อของผู้บริโภค
- ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น: จากปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อต้นทุนค่าขนส่ง
- อัตราแลกเปลี่ยน: แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่การส่งออกอาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงิน
- การเพิ่มขึ้นของหนี้สิน: อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมระยะยาวเพื่อขยายธุรกิจ
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มราคาขายสุกรและไก่ในประเทศ และผลกระทบต่อปริมาณการขาย
- ทิศทางต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ และค่าขนส่ง
- ความสำเร็จของกลยุทธ์การปรับพอร์ตสินค้าและช่องทางการขาย
- ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
- การบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงิน
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
- ราคาวัตถุดิบ/สินค้า: ราคาขายสุกรและไก่ในประเทศปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยลบหลักต่อรายได้และกำไร
- Volume: ไม่ได้ระบุปริมาณการผลิตหรือขายโดยตรง แต่รายได้ที่ลดลงสะท้อนถึงผลกระทบจากราคาขายที่ลดลงเป็นหลัก
- GPM: อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 19.6% เป็น 14.1% ในไตรมาส 2/2569 เนื่องจากราคาขายลดลงและต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น
- ช่องทางขาย: บริษัทฯ มีการปรับกลยุทธ์โดยเน้นช่องทาง Foodservice, Modern Trade และส่งออก ซึ่งเป็นช่องทางที่ให้อัตรากำไรสูงขึ้น
- สต็อก: สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 โดยเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตอาหารสัตว์
- อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก: ไม่ได้ระบุผลกระทบโดยตรง แต่การเน้นส่งออกอาจเป็นโอกาสในการกระจายความเสี่ยง
- ฤดูกาลผลิต: ไม่ได้ระบุผลกระทบจากฤดูกาลผลิตในเอกสาร
ฐานะทางการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 70,150.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.8% จากสิ้นปี 2568 โดยหลักจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่เพิ่มขึ้นเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน และสินค้าคงเหลือที่เป็นวัตถุดิบ
หนี้สินรวมอยู่ที่ 39,253.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.1% จากสิ้นปี 2568 โดยหลักจากการกู้ยืมระยะยาวเพิ่มขึ้นเพื่อขยายธุรกิจและชำระหนี้เดิม
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 30,896.4 ล้านบาท ลดลง 6.7% จากสิ้นปี 2568 เนื่องจากการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการปี 2568
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 1.02 เท่า เป็น 1.27 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 0.58 เท่า เป็น 0.80 เท่า สะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของหนี้สินจากการกู้ยืม
สรุปท้าย
BTG เผชิญความท้าทายในไตรมาส 2/2569 จากราคาขายเนื้อสัตว์ในประเทศที่ลดลงและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้บริษัทฯ จะมีกลยุทธ์ในการปรับพอร์ตสินค้าและช่องทางการขายเพื่อเพิ่มอัตรากำไร แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและภาวะเศรษฐกิจยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป ขณะที่ฐานะทางการเงินมีการปรับเพิ่มขึ้นของหนี้สินจากการลงทุนเพื่อการเติบโต