RPC กำไรสุทธิ Q2/2569 พุ่ง 2,455% รับแรงหนุนราคาน้ำมัน-บริหารต้นทุน
รายได้น้ำมันฟื้นตัว-กำไรพิเศษจากการเวนคืนที่ดิน หนุนผลงาน RPC พลิกขาดทุนเป็นกำไร
บริษัท อาร์พีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ RPC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 18.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 2,455.41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้เพียง 0.74 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของรายได้จากการขายน้ ามันที่ได้รับผลดีจากราคาน้ ามันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับมีกำไรพิเศษจากการเวนคืนที่ดินเข้ามาเสริม ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2569 พลิกจากขาดทุน 19.50 ล้านบาท เป็นกำไรสุทธิ 25.36 ล้านบาท
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ RPC ในไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 18.91 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 2,455.41% YoY) และทำให้ผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2569 พลิกจากขาดทุน 19.50 ล้านบาท เป็นกำไร 25.36 ล้านบาท มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ 1) การฟื้นตัวของรายได้จากการขายน้ ามันที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และ 2) การรับรู้กำไรพิเศษจากการเวนคืนที่ดิน
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
- รายได้จากการขายน้ ามันเพิ่มขึ้น: ในไตรมาส 2 ปี 2569 รายได้จากการขายน้ ามันเพิ่มขึ้น 27.00% YoY เป็น 2,177.05 ล้านบาท และ 12.09% YoY ในงวด 6 เดือน เป็น 3,811.16 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการปรับเพิ่มราคาขายปลีกน้ ามันหน้าสถานีบริการ อันเป็นผลจากสถานการณ์ราคาน้ ามันในตลาดโลกที่ผันผวน โดยเฉพาะความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ประกอบกับการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการขายและโปรแกรมทางการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขาย นอกจากนี้ ปริมาณการจ าหน่ายน้ ามันที่เพิ่มขึ้นในงวด 6 เดือนก็มีส่วนสนับสนุนเช่นกัน
- กำไรพิเศษจากการเวนคืนที่ดิน: ในเดือนมีนาคม 2569 บริษัทฯ มีกำไรจากการเวนคืนที่ดินจำนวน 246.50 ล้านบาท จากการที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เวนคืนที่ดินจำนวน 6 โฉนด ซึ่งกำไรส่วนนี้ถูกรับรู้ในงบการเงินระหว่างกาลสำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2569
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
ลักษณะครั้งคราว โดยมีปัจจัยสนับสนุนดังนี้:
- รายได้น้ำมัน: แม้ว่าราคาน้ ามันในตลาดโลกจะยังคงมีความผันผวน แต่ปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาปรับสูงขึ้น เช่น ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง อาจเป็นปัจจัยชั่วคราว การที่ภาครัฐมีมาตรการช่วยเหลือด้านต้นทุนพลังงานและการส่งเสริมการใช้น้ ามัน B20 อาจส่งผลต่อการแข่งขันและส่วนต่างราคาในอนาคต
- กำไรพิเศษจากการเวนคืนที่ดิน: เป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (one-time item) และไม่น่าจะเกิดขึ้นซ้ำในลักษณะเดียวกันอีก
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ Q2/2569 พลิกโต 2,455.41% YoY: จาก 0.74 ล้านบาท เป็น 18.91 ล้านบาท
- 6 เดือนแรกปี 2569 พลิกขาดทุนเป็นกำไร: จากขาดทุนสุทธิ 19.50 ล้านบาท เป็นกำไรสุทธิ 25.36 ล้านบาท
- รายได้จากการขายน้ ามันเพิ่มขึ้น: Q2/2569 เพิ่มขึ้น 27.00% YoY และ 6 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 12.09% YoY จากราคาและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น
- รับรู้กำไรพิเศษจากการเวนคืนที่ดิน 246.50 ล้านบาท: ในงวด 6 เดือนแรกของปี 2569
- รายได้อสังหาริมทรัพย์ลดลง 55.06% YoY ใน Q2/2569: สาเหตุหลักจากการชะลอการโอนกรรมสิทธิ์ของลูกค้าเนื่องจากสถาบันการเงินเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ
ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีผลกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 2 ปี 2569 จำนวน 18.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.17 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2,455.41 เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2568 ซึ่งมีกำไรสุทธิ 0.74 ล้านบาท สำหรับงวด 6 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีผลกำไรสุทธิ จำนวน 25.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.86 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 19.50 ล้านบาท
รายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 2,439.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.74% YoY และ 4,537.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.15% YoY ในงวด 6 เดือน โดยรายได้หลักมาจากการขายน้ ามันที่เพิ่มขึ้นตามราคาตลาดและปริมาณขาย ในขณะที่รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 55.06% YoY ในไตรมาส 2 เนื่องจากลูกค้าชะลอการโอนกรรมสิทธิ์
ต้นทุนรวมในไตรมาส 2 ปี 2569 เพิ่มขึ้น 15.55% YoY เป็น 2,249.97 ล้านบาท สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายน้ ามัน โดยต้นทุนขายน้ ามันเพิ่มขึ้น 27.33% YoY ในไตรมาส 2 และ 12.08% YoY ในงวด 6 เดือน ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 56.06% YoY ในไตรมาส 2 ตามรายได้ที่ลดลง
โอกาส
- การฟื้นตัวของราคาน้ ามัน: สถานการณ์ราคาน้ ามันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้และส่วนต่างราคาขายปลีก
- การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์: บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยได้เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท สัมมากร-เจวี 5 จำกัด เพื่อรองรับการดำเนินงานและการพัฒนาโครงการในอนาคต
- การปรับปรุงพื้นที่ตลาดสัมมากร: การปรับปรุงพื้นที่และเพิ่มจำนวนแผงค้า รวมถึงการปรับอัตราค่าบริการในตลาดสัมมากร ส่งผลให้รายได้จากการให้บริการพื้นที่เพิ่มขึ้น
ความเสี่ยง
- ความผันผวนของราคาน้ ามัน: แม้ว่าราคาจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ยังคงมีความผันผวนสูงจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและส่วนต่างราคา
- การเข้มงวดของสถาบันการเงินต่อสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์: เป็นปัจจัยกดดันการโอนกรรมสิทธิ์และรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ระยะเวลาการอนุมัติสินเชื่อและการโอนกรรมสิทธิ์นานขึ้น
- การแข่งขันในธุรกิจพลังงาน: การที่ภาครัฐอนุมัติให้กลับมาใช้น้ ามันดีเซล B20 อาจส่งผลต่อการแข่งขันและทางเลือกของผู้บริโภค
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มราคาน้ ามันในตลาดโลก: ความผันผวนและปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาจะเป็นตัวกำหนดรายได้และกำไรจากธุรกิจน้ำมัน
- มาตรการภาครัฐด้านพลังงาน: การส่งเสริมการใช้น้ ามันทางเลือก เช่น B20 อาจส่งผลต่อภาพรวมตลาดน้ำมัน
- การอนุมัติสินเชื่อและยอดโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์: ความเข้มงวดของสถาบันการเงินยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
- ความคืบหน้าโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่: การลงทุนในบริษัท สัมมากร-เจวี 5 จำกัด จะเป็นอย่างไรต่อไป
- การบริหารจัดการต้นทุน: โดยเฉพาะต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจน้ำมันและบริการ
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
- ราคา Commodity/ASP: ราคาน้ ามันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยหลักที่หนุนรายได้จากการขายน้ ามันของ RPC โดยเฉพาะการปรับราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการ
- ปริมาณขาย-ผลิต: ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 มีส่วนช่วยหนุนรายได้
- ต้นทุนต่อหน่วย: ต้นทุนขายน้ ามันเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับราคาขาย ซึ่งสะท้อนถึงต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
- กำลังการผลิต: ไม่ได้ระบุในเอกสาร
- โครงการลงทุน: มีการเพิ่มทุนในบริษัท สัมมากร-เจวี 5 จำกัด เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์
- กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม: การอนุมัติให้กลับมาใช้น้ ามันดีเซล B20 เป็นหนึ่งในมาตรการที่ภาครัฐนำมาใช้
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 8,861.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.43% จากสิ้นปี 2568 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและเงินให้กู้ยืม หนี้สินรวมลดลง 0.60% เป็น 5,027.06 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ยืม ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 1.83% เป็น 3,834.35 ล้านบาท จากผลการดำเนินงาน
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 เป็นบวก 49.89 ล้านบาท ขณะที่มีเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมลงทุน 210.00 ล้านบาท และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 208.19 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดคงเหลือ ณ สิ้นงวดเพิ่มขึ้นเป็น 328.53 ล้านบาท
สรุปท้าย
RPC ในไตรมาส 2 ปี 2569 แสดงผลประกอบการที่แข็งแกร่ง พลิกกลับมามีกำไรสุทธิก้าวกระโดดจากการฟื้นตัวของธุรกิจน้ำมันที่ได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่สูงขึ้น ประกอบกับมีกำไรพิเศษจากการเวนคืนที่ดินเข้ามาเสริม อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาน้ำมันและมาตรการภาครัฐ รวมถึงความเข้มงวดของสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดสำหรับแนวโน้มผลประกอบการในอนาคต