PR9 กำไร Q2/2569 ทรงตัว รับรายได้ต่างชาติโต สวนต้นทุนลงทุนกดดัน
รายได้รวมโต 2.6% รับแรงหนุนผู้ป่วยต่างชาติพุ่ง 10.8% ขณะที่ต้นทุนเพิ่มกดดันกำไรสุทธิเล็กน้อย
บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9 รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้รวม 1,330.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติ โดยเฉพาะจากตะวันออกกลางและเมียนมา ซึ่งเข้ารับบริการทางการแพทย์เฉพาะทางและโรคซับซ้อน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ อยู่ในช่วงการลงทุนตามแผนกลยุทธ์เพื่อรองรับการเติบโตระยะยาว ส่งผลให้ค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้นและกดดันกำไรสำหรับงวด
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ การเติบโตของรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติที่แข็งแกร่ง ซึ่งชดเชยการชะลอตัวเล็กน้อยของปริมาณผู้ป่วยโดยรวม และ แรงกดดันจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนตามแผนกลยุทธ์ โดยเฉพาะค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้น
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
- รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติที่เติบโต: ในไตรมาส 2/2569 รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติเพิ่มขึ้น 10.8% คิดเป็นสัดส่วน 29% ของรายได้จากกิจการโรงพยาบาล โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มตะวันออกกลางและเมียนมา ซึ่งมีอัตราการเติบโตสูงและทำระดับรายได้สูงสุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติการณ์ การเติบโตนี้เกิดจากกิจกรรมการตลาดเชิงรุกทั้งในตลาดเดิมและตลาดใหม่ รวมถึงการขยายการรับรู้แบรนด์ในตลาดอาเซียน
- การลงทุนเพื่อการเติบโตระยะยาว: บริษัทฯ อยู่ในช่วงการลงทุนตามแผนกลยุทธ์เพื่อยกระดับเทคโนโลยีทางการแพทย์ ระบบสารสนเทศ และการพัฒนาบุคลากร ซึ่งส่งผลให้ค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น 17.8% เป็น 90.0 ล้านบาท การลงทุนนี้รวมถึงการซื้อเครื่องมือแพทย์ทันสมัย เช่น หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด da Vinci Xi ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพการรักษาและรองรับการขยายฐานผู้รับบริการในอนาคต
- ปริมาณผู้ป่วยโดยรวมชะลอตัวเล็กน้อย: แม้รายได้รวมจะเติบโต แต่ปริมาณผู้ป่วยโดยรวมชะลอตัวเล็กน้อยเมื่อเทียบกับฐานที่สูงในปีก่อน โดยรายได้จากผู้ป่วยนอก (OPD) ลดลง 0.8% แม้รายได้เฉลี่ยต่อครั้งจะปรับเพิ่มขึ้น
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติ เนื่องจากบริษัทฯ มีการดำเนินกิจกรรมพัฒนาตลาดต่างประเทศเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ทั้งการต่อยอดตลาดหลัก การเปิดสำนักงานตัวแทน และการวางรากฐานในตลาดใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนตามแผนกลยุทธ์คาดว่าจะยังคงมีอยู่ และอาจส่งผลต่อกำไรสุทธิในระยะสั้น แต่เป็นการลงทุนเพื่อการเติบโตและเพิ่มประสิทธิภาพในระยะยาว
Highlight สำคัญ
- รายได้รวม Q2/2569 เติบโต 2.6% YoY แตะ 1,330.6 ล้านบาท
- กำไรสุทธิ Q2/2569 อยู่ที่ 184.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% YoY คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 13.9%
- รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติพุ่ง 10.8% YoY สัดส่วนเพิ่มเป็น 29% ของรายได้จากกิจการโรงพยาบาล
- ค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น 17.8% YoY เป็น 90.0 ล้านบาท จากการลงทุนในเทคโนโลยีและระบบสารสนเทศ
- EBITDA Q2/2569 เพิ่มขึ้น 6.2% YoY แตะ 310.7 ล้านบาท สะท้อนความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานที่ดีขึ้น
- งบ 6 เดือนแรกปี 2569 รายได้รวมโต 3.4% YoY เป็น 2,632.9 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิลดลง 3.6% YoY เป็น 368.8 ล้านบาท เนื่องจากค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นและรายได้ทางการเงินสุทธิที่ลดลง
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,330.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากรายได้จากผู้ป่วยใน (IPD) ที่เพิ่มขึ้น 6.8% ซึ่งเป็นผลจากการขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าต่างชาติและการเพิ่มศักยภาพในการรักษาโรคยากซับซ้อน ทำให้รายได้เฉลี่ยต่อวันนอนสูงขึ้น ขณะที่รายได้จากผู้ป่วยนอก (OPD) ลดลง 0.8% แม้รายได้เฉลี่ยต่อครั้งจะปรับเพิ่มขึ้น
สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 2,632.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยใน (IPD) เติบโตร้อยละ 5.7 ขณะที่รายได้จากกลุ่มผู้ป่วยนอก (OPD) เติบโตร้อยละ 0.9
ในด้านกำไรสุทธิ ไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทฯ มีกำไรสำหรับงวด 184.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% เมื่อเทียบกับ 182.0 ล้านบาท ในปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 13.9% ซึ่งลดลงเล็กน้อยจาก 14.0% ในปีก่อน
สำหรับงวดหกเดือนแรกปี 2569 บริษัทฯ มีกำไรสำหรับงวด 368.8 ล้านบาท ลดลง 3.6% เมื่อเทียบกับ 382.4 ล้านบาท ในปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 14.0% ลดลงจาก 15.0% ในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนตามแผนกลยุทธ์ และรายได้ทางการเงินสุทธิที่ลดลง
โอกาส
- การเติบโตของตลาดผู้ป่วยต่างชาติ: การขยายตลาดเชิงรุกไปยังกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง เมียนมา ลาว จีน และอาเซียนอื่นๆ เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มรายได้และสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติ
- การลงทุนในเทคโนโลยีและศูนย์ความเป็นเลิศ: การลงทุนในเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย เช่น หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด da Vinci Xi และการพัฒนาระบบสารสนเทศ จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการรักษาโรคยากซับซ้อน ดึงดูดผู้ป่วยที่มีกำลังซื้อสูง และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
- การขยายฐานลูกค้าประกันสุขภาพและบริษัทคู่สัญญา: การเพิ่มความร่วมมือกับบริษัทประกันชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการขยายสัญญากับบริษัทคู่สัญญา จะช่วยกระจายความเสี่ยงด้านรายได้และเพิ่มฐานลูกค้า
ความเสี่ยง
- การแข่งขันในอุตสาหกรรมโรงพยาบาล: อุตสาหกรรมโรงพยาบาลมีการแข่งขันสูง ทั้งจากโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่และโรงพยาบาลรัฐ ซึ่งอาจส่งผลต่อการกำหนดราคาและส่วนแบ่งทางการตลาด
- ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน: การพึ่งพารายได้จากผู้ป่วยต่างชาติอาจทำให้บริษัทฯ มีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
- ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น: ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ค่าเวชภัณฑ์ และค่าเสื่อมราคาจากการลงทุน อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ
- การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบภาครัฐ: การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงพยาบาลและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- การเติบโตของรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติ: ติดตามการขยายตัวของตลาดใหม่ๆ และผลตอบรับจากกิจกรรมการตลาดในต่างประเทศ
- ผลตอบรับจากการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่: ประเมินผลกระทบของการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ใหม่ๆ มาใช้ต่อการรักษาและรายได้
- การบริหารจัดการต้นทุน: จับตาการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน โดยเฉพาะค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุน
- การขยายความร่วมมือกับบริษัทประกัน: ติดตามความคืบหน้าในการทำสัญญาใหม่ๆ กับบริษัทประกันทั้งในและต่างประเทศ
- แนวโน้มปริมาณผู้ป่วยโดยรวม: สังเกตการณ์การฟื้นตัวของปริมาณผู้ป่วยในประเทศ
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
- รายได้จากกิจการโรงพยาบาล: เติบโต 2.7% ใน Q2/2569 โดยรายได้จากผู้ป่วยใน (IPD) เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก เพิ่มขึ้น 6.8% จากการขยายตลาดต่างชาติและการรักษาโรคซับซ้อน ขณะที่รายได้ผู้ป่วยนอก (OPD) ลดลง 0.8%
- รายได้ตามสัญชาติ: รายได้ผู้ป่วยต่างชาติเติบโต 10.8% (สัดส่วน 29%) โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลางและเมียนมา รายได้ผู้ป่วยไทยลดลง 0.3% (สัดส่วน 71%)
- รายได้ตามประเภทการชำระเงิน: รายได้กลุ่มผู้ใช้ประกันสุขภาพเพิ่มขึ้น 20.2% และกลุ่มบริษัทคู่สัญญาเพิ่มขึ้น 5.1% ขณะที่กลุ่มชำระเงินเองลดลง 4.3%
- ต้นทุนในการประกอบกิจการโรงพยาบาล: เพิ่มขึ้น 3.9% เป็น 843.6 ล้านบาท คิดเป็น 64.3% ของรายได้จากกิจการโรงพยาบาล เพิ่มขึ้นจาก 63.6% ในปีก่อน สาเหตุหลักจากค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุน
- ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร: ลดลง 0.8% เป็น 266.2 ล้านบาท คิดเป็น 20.0% ของรายได้รวม สะท้อนการบริหารค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
- สินทรัพย์รวม: ณ 30 มิ.ย. 2569 อยู่ที่ 7,165.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.0% จากสิ้นปี 2568 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 1.5% และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 2.4% จากการปรับปรุงพื้นที่และซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงการลงทุนในระบบสารสนเทศใหม่
- หนี้สินรวม: ณ 30 มิ.ย. 2569 อยู่ที่ 1,157.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% จากสิ้นปี 2568 โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลงเล็กน้อย และหนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการตั้งประมาณการผลประโยชน์พนักงาน
- ส่วนของผู้ถือหุ้น: ณ 30 มิ.ย. 2569 อยู่ที่ 6,008.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% จากสิ้นปี 2568 จากกำไรสะสม
- กระแสเงินสดดำเนินงาน: สำหรับ 6 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 480.9 ล้านบาท ลดลงจาก 610.6 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียน
- กระแสเงินสดลงทุน: สำหรับ 6 เดือนแรกปี 2569 เป็นบวก 115.3 ล้านบาท จากการบริหารพอร์ตลงทุนและการไถ่ถอนเงินฝากประจำและตราสารหนี้ที่ครบกำหนด แต่มีการใช้จ่ายเพื่อซื้อสินทรัพย์ถาวรเพิ่มขึ้น
- กระแสเงินสดจัดหาเงิน: สำหรับ 6 เดือนแรกปี 2569 ใช้ไป 240.1 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการจ่ายเงินปันผล
สรุปท้าย
PR9 ในไตรมาส 2 ปี 2569 ยังคงรักษาการเติบโตของรายได้ได้ต่อเนื่อง โดยมีแรงหนุนสำคัญจากผู้ป่วยชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การลงทุนตามแผนกลยุทธ์เพื่อยกระดับศักยภาพการรักษาและระบบสารสนเทศ ส่งผลให้ค่าเสื่อมราคาสูงขึ้น ซึ่งกดดันกำไรสุทธิในระยะสั้น แม้ EBITDA จะยังคงเติบโตได้ดี การบริหารจัดการต้นทุนและการขยายฐานลูกค้าทั้งในและต่างประเทศจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการในอนาคต ขณะที่ความเสี่ยงจากการแข่งขันและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา