เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
STP กำไรสุทธิ Q2/2569 ลดลงเล็กน้อย รับแรงกดดันต้นทุนวัตถุดิบสูง
ข่าวสาร

STP กำไรสุทธิ Q2/2569 ลดลงเล็กน้อย รับแรงกดดันต้นทุนวัตถุดิบสูง

STP P/E 7.09 YIELD 5.49
76 นาที 18:12 น. 0 ความเห็น

รายได้โต 10.3% YoY แต่ GPM หดตัว ชี้ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งกระทบราคาขาย

บริษัท สหไทยการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) หรือ STP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 45.9 ล้านบาท ลดลง 0.9 ล้านบาท หรือ 1.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายและบริการจะเติบโต 10.3% เป็น 224.8 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากยอดส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าเพิ่มขึ้น และกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากเครื่องจักรใหม่ แต่ถูกหักล้างด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง 4.4% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นยังไม่สามารถปรับราคาขายให้ครอบคลุมได้ทั้งหมด

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม

เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ STP ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการจะเติบโตได้ดีทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และเมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) โดยในไตรมาส 2/2569 กำไรสุทธิลดลง 1.8% YoY และลดลง 4.2% QoQ

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

ฝ่ายจัดการระบุว่า ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อ GPM โดยอัตราส่วนต้นทุนขายและการให้บริการเทียบกับรายได้จากการขายและการให้บริการเพิ่มขึ้น 4.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2568 และเพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2569 ซึ่งสะท้อนว่าราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทฯ ยังไม่สามารถปรับขึ้นราคาขายสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด ทำให้ GPM ถูกบีบแคบลง นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการตั้งค่าเผื่อด้อยค่าของทรัพย์สินประเภทยานพาหนะ และค่าใช้จ่ายพนักงาน ก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาการปรับราคาขาย จากข้อมูลที่ฝ่ายจัดการระบุว่า "ราคาขายยังไม่สามารถปรับขึ้นเพื่อครอบคลุมปัจจัยดังกล่าวได้ทั้งหมด" บ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หากแนวโน้มราคาวัตถุดิบยังคงสูงต่อไป ความสามารถในการปรับขึ้นราคาขายเพื่อรักษา GPM จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางผลประกอบการในอนาคต อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทฯ มีการลงทุนในเครื่องจักรใหม่และมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนต่อหน่วยในระยะยาวได้

Highlight สำคัญ

  • รายได้เติบโตต่อเนื่อง: รายได้จากการขายและบริการในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 224.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% QoQ และ 10.3% YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากยอดส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าที่เพิ่มขึ้น และกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากเครื่องจักรใหม่
  • GPM ถูกกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบ: อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง 4.4% YoY และ 2.7% QoQ เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น แต่ราคาขายยังปรับขึ้นไม่ทัน
  • กำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย: กำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 45.9 ล้านบาท ลดลง 1.8% YoY และ 4.2% QoQ
  • รายได้อื่นหนุน: มีรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 3.5 ล้านบาท YoY ส่วนใหญ่จากสิทธิประโยชน์ทางภาษี BOI และรายได้จากการขายเศษวัสดุ
  • ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น: ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 18.2% QoQ จากการตั้งค่าเผื่อด้อยค่าทรัพย์สินยานพาหนะ และค่าใช้จ่ายพนักงาน

ภาพรวมผลประกอบการ

สำหรับไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัท สหไทยการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการ 224.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2569 และเพิ่มขึ้น 10.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2568 อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นลดลง 2.7% QoQ และ 4.4% YoY เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 4.2% QoQ มาอยู่ที่ 45.9 ล้านบาท และลดลง 1.8% YoY

สำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 6.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้าและบริการ 8.7% และรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น 26.8% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากสิทธิประโยชน์ทางภาษี BOI

โอกาส

  • การเพิ่มกำลังการผลิต: การลงทุนในเครื่องจักรใหม่ช่วยเพิ่มกำลังการผลิต ซึ่งอาจนำไปสู่การเพิ่มปริมาณการส่งมอบสินค้าและเพิ่มรายได้ในอนาคต
  • สิทธิประโยชน์ทางภาษี: โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตเพื่อการใช้พลังงานทดแทนจาก BOI ช่วยเพิ่มรายได้อื่นและลดภาระภาษี
  • การเติบโตของตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง: การที่ลูกค้ากลุ่มหลัก 85% เป็นกลุ่มธุรกิจผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยหนุนรายได้ในระยะยาว

ความเสี่ยง

  • ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ: ความไม่แน่นอนของราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
  • ความสามารถในการปรับราคาขาย: หากไม่สามารถปรับขึ้นราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ จะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร
  • ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น: การตั้งสำรองค่าใช้จ่ายบางรายการ เช่น ค่าเผื่อด้อยค่าทรัพย์สินยานพาหนะ อาจส่งผลกระทบต่อกำไรในระยะสั้น

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มราคาวัตถุดิบ: การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบกระดาษและวัสดุที่เกี่ยวข้อง
  • กลยุทธ์การปรับราคาขาย: ความสามารถของบริษัทในการเจรจาปรับขึ้นราคาขายกับลูกค้าเพื่อสะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
  • ประสิทธิภาพการผลิตจากเครื่องจักรใหม่: การใช้ประโยชน์จากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นเพื่อเพิ่มปริมาณการขายและลดต้นทุนต่อหน่วย
  • การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย: การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารให้มีประสิทธิภาพ

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)

  • Utilization: เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่ระบุว่ากำลังการผลิตเพิ่มขึ้นจากเครื่องจักรใหม่ ซึ่งบ่งชี้ถึงการลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต
  • Order Book: เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่ระบุว่า "ยอดส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าเพิ่มขึ้น" ซึ่งอาจสะท้อนถึงคำสั่งซื้อที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
  • ราคาวัตถุดิบ: เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อ GPM โดยตรงตามที่ระบุในเอกสาร
  • GPM: มีแนวโน้มลดลงจากผลกระทบราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
  • ส่งออก: เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออก หรือการเปลี่ยนแปลงของตลาดส่งออก
  • ค่าเงิน: มีการกล่าวถึง "กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง" ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้อื่นเล็กน้อย แต่ไม่ได้เป็นปัจจัยหลัก
  • สินค้าคงคลัง: สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 101.3 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 28.0 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์หมุนเวียน

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 8.1% จากสิ้นปี 2568 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 19.9% จากลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ เงินฝากธนาคาร และเงินลงทุนระยะสั้นที่เพิ่มขึ้น ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 2.6% จากอาคารและอุปกรณ์ที่ลดลงสุทธิ หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 17.0% จากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่น ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 6.4% จากกำไรสุทธิ 6 เดือนแรกของปี 2569 หักเงินปันผลจ่าย บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงาน 96.3 ล้านบาท ใช้ไปในกิจกรรมการลงทุน 31.8 ล้านบาท (ส่วนใหญ่ซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์, ลงทุนในตราสารหนี้) และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 46.7 ล้านบาท (ส่วนใหญ่จ่ายเงินปันผล)

สรุปท้าย

หัวใจสำคัญของผลประกอบการ STP ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งจากการส่งมอบสินค้าที่เพิ่มขึ้นและกำลังการผลิตที่ขยายตัว แต่ถูกบั่นทอนด้วยแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงและกำไรสุทธิปรับตัวลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้จะมีโอกาสจากการลงทุนในเครื่องจักรใหม่และสิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและความสามารถในการปรับราคาขายยังคงเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป

ยังไม่มีความคิดเห็น