เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TK กำไรสุทธิ Q2/2569 เติบโต 3.6% รับแรงหนุนสินเชื่อเช่าซื้อขยายตัว
ข่าวสาร

TK กำไรสุทธิ Q2/2569 เติบโต 3.6% รับแรงหนุนสินเชื่อเช่าซื้อขยายตัว

TK P/E 36.52 YIELD 4.48
77 นาที 18:12 น. 0 ความเห็น

รายได้รวมโต 4.5% หลังเร่งปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้นตามการเติบโต

บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 39.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 231.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% เป็นผลมาจากการกลับมาปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ที่ขยายตัวต่อเนื่องในทุกตลาดที่บริษัทดำเนินงานอยู่

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TK ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ การกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 4.5% และกำไรสุทธิเติบโต 3.6% แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการบริหารจะปรับเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

ฝ่ายจัดการระบุว่า บริษัทฯ เริ่มกลับมาปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์อย่างจริงจังตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2568 และมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ รายได้ค่าเช่าซื้อในไตรมาส 2 ปี 2569 เพิ่มขึ้นถึง 14.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อในประเทศไทย กัมพูชา และ สปป.ลาว ล้วนขยายตัวทั้งสามตลาดเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารรวมเพิ่มขึ้น 11.7% เนื่องจากต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณงานที่มากขึ้น

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่อง โดยพิจารณาจากปัจจัยดังนี้:

  • การขยายตัวของสินเชื่อเช่าซื้อในทุกตลาด: ข้อมูลระบุว่ายอดปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อในประเทศไทย กัมพูชา และ สปป.ลาว ขยายตัวทั้ง 3 ตลาดเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มการเติบโตที่กระจายตัว
  • การบริหารจัดการหนี้: แม้ว่าลูกหนี้ค้างชำระเกิน 3 เดือนจะอยู่ที่ 5.0% แต่บริษัทฯ มี Coverage Ratio ที่ 116.0% ซึ่งสูงกว่าสิ้นปี 2568 ที่ 99.1% แสดงให้เห็นถึงการตั้งสำรองที่เพียงพอต่อการบริหารความเสี่ยง
  • สภาวะตลาดรถจักรยานยนต์: ยอดขายรถจักรยานยนต์ในไตรมาส 2 ปี 2569 เพิ่มขึ้น 6.3% และครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 3.9% ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อปริมาณสินเชื่อที่บริษัทฯ สามารถปล่อยได้

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิ: 39.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% YoY
  • รายได้รวม: 231.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% YoY
  • รายได้ค่าเช่าซื้อ: 128.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.7% YoY
  • ลูกหนี้เช่าซื้อและเงินให้กู้ยืมสุทธิ: 2,138.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.6% จากสิ้นปี 2568
  • Coverage Ratio: 116.0% ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 เพิ่มขึ้นจาก 99.1% ณ สิ้นปี 2568
  • ยอดขายรถจักรยานยนต์: ไตรมาส 2/2569 เพิ่มขึ้น 6.3% YoY

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 231.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากรายได้ค่าเช่าซื้อที่เติบโตถึง 14.7% เป็นผลจากการกลับมาขยายการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์อย่างต่อเนื่องในทุกตลาดที่บริษัทดำเนินงานอยู่ อย่างไรก็ตาม รายได้อื่นๆ ลดลง 2.4% ส่วนใหญ่มาจากหนี้สูญรับคืนที่ลดลง

ด้านค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 6.7% โดยค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 11.7% ตามการขยายตัวของสินเชื่อ ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 4.6% จากการกู้เงินในต่างประเทศเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 39.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

โอกาส

  • การฟื้นตัวของตลาดรถจักรยานยนต์: ยอดขายรถจักรยานยนต์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งในไตรมาสและครึ่งปีแรก เป็นสัญญาณบวกต่อการเติบโตของสินเชื่อเช่าซื้อ
  • การขยายตัวในต่างประเทศ: การเติบโตของสินเชื่อเช่าซื้อในกัมพูชาและ สปป.ลาว ชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการขยายฐานลูกค้าในตลาดต่างประเทศ
  • การบริหารจัดการหนี้ที่ดีขึ้น: Coverage Ratio ที่เพิ่มขึ้น แสดงถึงความสามารถในการบริหารความเสี่ยงหนี้เสีย

ความเสี่ยง

  • เศรษฐกิจไทยชะลอตัว: แม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะมีการปรับประมาณการขึ้น แต่ยังคงมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เช่น ราคาพลังงานที่สูงขึ้น และข้อจำกัดด้านการเดินทาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
  • การเข้าถึงสินเชื่อสถาบันการเงินที่ยากขึ้น: การที่ครัวเรือนบางส่วนหันไปพึ่งพาแหล่งเงินทุนนอกระบบที่มีต้นทุนสูงกว่า อาจส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าบางกลุ่ม
  • รายได้อื่นๆ ลดลง: การลดลงของรายได้จากหนี้สูญรับคืนอาจส่งผลกระทบต่อรายได้รวมหากไม่สามารถชดเชยด้วยรายได้หลักได้

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มการเติบโตของยอดขายรถจักรยานยนต์ในไตรมาสถัดไป
  • การบริหารจัดการหนี้เสียและ Coverage Ratio ในตลาดต่างประเทศ
  • ผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจไทยต่อกำลังซื้อและการขอสินเชื่อของลูกค้า
  • ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารให้สอดคล้องกับการเติบโตของสินเชื่อ

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)

ในไตรมาส 2 ปี 2569 TK มีลูกหนี้เช่าซื้อและลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิรวม 2,138.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.6% จากสิ้นปี 2568 ซึ่งเป็นผลมาจากการกลับมาปล่อยสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ที่ขยายตัวทั้งในประเทศไทย กัมพูชา และ สปป.ลาว

ด้านคุณภาพสินทรัพย์ บริษัทฯ มีลูกหนี้ค้างชำระเกิน 3 เดือนที่ 5.0% และมี Coverage Ratio ที่ 116.0% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่เพียงพอต่อการบริหารความเสี่ยง และดีขึ้นเมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 ที่มี Coverage Ratio 99.1%

ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 4.6% จากการกู้เงินในต่างประเทศเพิ่มขึ้น แต่บริษัทฯ ยังคงมีสถานะเงินสด เงินฝาก และเงินลงทุนที่แข็งแกร่งถึง 3,086.6 ล้านบาท และมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ที่ 0.07 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับต่ำ

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ ไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 5,709.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% จากสิ้นปี 2568 และมีหนี้สินรวม 349.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.4% จากสิ้นปี 2568 โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 0.07 เท่า

สรุปท้าย

TK ในไตรมาส 2 ปี 2569 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยมีหัวใจกำไรมาจากการกลับมาเติบโตของสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมและกำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น แม้ว่าค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นตามปริมาณงาน แต่การบริหารจัดการหนี้ที่ดีขึ้นและแนวโน้มตลาดที่สนับสนุน ทำให้มีโอกาสที่การเติบโตนี้จะต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาปัจจัยเสี่ยงด้านเศรษฐกิจไทยและพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด

ยังไม่มีความคิดเห็น