88TH Q2/2569: รายได้โต 10% แต่กำไรสุทธิหด 29% รับพิษค่าใช้จ่ายการตลาดพุ่ง
รายได้ Q2/2569 เติบโต 10% จากผลิตภัณฑ์ใหม่และ OEM ขณะที่กำไรสุทธิลดลง 29% หลังทุ่มงบการตลาดเปิดตัวสินค้าใหม่
บริษัท 88(ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ 88TH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 151.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับงวดกลับลดลง 29.29% มาอยู่ที่ 13.16 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายที่สูงขึ้นเพื่อรองรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ 88TH ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ การเติบโตของรายได้ที่สวนทางกับกำไรสุทธิที่ลดลง โดยรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 10.16% เป็น 151.82 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิกลับลดลงถึง 29.29% มาอยู่ที่ 13.16 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจาก ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายที่พุ่งสูงขึ้น 26.28% ซึ่งเป็นผลมาจากการลงทุนด้านการตลาดเพื่อเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
- รายได้เติบโต: การเติบโตของรายได้มาจากหลายปัจจัย ได้แก่
- ธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM): มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 1,695.17% เป็น 13.32 ล้านบาท จากการได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากลูกค้าเดิม เนื่องจากความเชื่อมั่นในคุณภาพและมาตรฐานการผลิต
- ผลิตภัณฑ์ใหม่: ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เปิดตัวในปี 2569 ได้แก่ LYO My Color, LYO Hair Oil และ LYO Silver เริ่มสร้างรายได้ โดยเฉพาะ LYO My Color ที่มีรายได้ 4.70 ล้านบาท, LYO Hair Oil 1.02 ล้านบาท และ LYO Silver 5.37 ล้านบาท
- ช่องทางออนไลน์: รายได้จากการขายผ่านช่องทางออนไลน์ (Online) เติบโต 37.29% เป็น 49.69 ล้านบาท สอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัทที่เน้นช่องทางนี้
- Home Shopping: รายได้จากช่องทาง Home Shopping เพิ่มขึ้น 88.22% เป็น 10.07 ล้านบาท
- กำไรสุทธิลดลง: การลดลงของกำไรสุทธิมีสาเหตุหลักมาจาก:
- ค่าใช้จ่ายการตลาดเพิ่มขึ้น: ค่าใช้จ่ายการตลาดเพิ่มขึ้น 18.10% เป็น 48.62 ล้านบาท จากการประชาสัมพันธ์ผ่านบุคคลที่มีชื่อเสียง การจัดทำสื่อโฆษณานอกบ้าน (Out-of-Home Media) และค่าโฆษณาผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่สูงขึ้น เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับผลิตภัณฑ์ใหม่
- ค่าบริการแพลตฟอร์มออนไลน์: เพิ่มขึ้น 104.68% เป็น 12.24 ล้านบาท เนื่องจากการขึ้นค่าธรรมเนียมของผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม
- ค่าใช้จ่ายเงินเดือนพนักงาน: เพิ่มขึ้น 24.85% เป็น 6.43 ล้านบาท จากการปรับขึ้นเงินเดือนประจำปี
- ค่าใช้จ่ายในการบริหาร: เพิ่มขึ้น 2.48% เป็น 17.37 ล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากการดำเนินงานของบริษัทย่อยแห่งใหม่ เช่น ค่าที่ปรึกษา ค่าขึ้นทะเบียนสินค้า และค่าวิจัยพัฒนา
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่องในแง่การเติบโตของรายได้ แต่กำไรอาจยังถูกกดดันในระยะสั้น
- รายได้: มีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง จากการที่ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เปิดตัวในปี 2569 คาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้เต็มที่ตั้งแต่ไตรมาส 3 เป็นต้นไป และธุรกิจ OEM ที่มีแนวโน้มดี รวมถึงการขยายตลาดต่างประเทศที่เริ่มมีสัดส่วนรายได้ 1% และมีศักยภาพเติบโตในอนาคต
- กำไร: กำไรสุทธิอาจยังคงถูกกดดันในระยะสั้น เนื่องจากบริษัทยังคงต้องลงทุนด้านการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้ให้กับผลิตภัณฑ์ใหม่ และมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งบริษัทย่อยใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 อย่างไรก็ตาม หากผลิตภัณฑ์ใหม่ได้รับการตอบรับที่ดีและยอดขายเติบโตตามคาด รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยหนุนการฟื้นตัวของกำไรในระยะต่อไป
Highlight สำคัญ
- รายได้รวม Q2/2569 เพิ่มขึ้น 10.16% YoY แตะ 151.82 ล้านบาท
- กำไรสุทธิ Q2/2569 ลดลง 29.29% YoY เหลือ 13.16 ล้านบาท
- ค่าใช้จ่ายการขายและจัดจำหน่ายพุ่ง 26.28% YoY เป็น 68.67 ล้านบาท จากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่
- ธุรกิจ OEM เติบโตโดดเด่น รายได้เพิ่มขึ้น 1,695.17% YoY เป็น 13.32 ล้านบาท
- ผลิตภัณฑ์ใหม่ LYO My Color, LYO Hair Oil, LYO Silver เริ่มสร้างรายได้
- ช่องทางออนไลน์เติบโตต่อเนื่อง รายได้เพิ่มขึ้น 37.29% YoY
- ช่องทางตัวแทนจำหน่าย (Agent) ลดลง 34.44% YoY สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป
- บริษัทฯ อยู่ระหว่างเตรียมเปิดตัวธุรกิจผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง คาดเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ครึ่งหลังปี 2569
- การขยายตลาดต่างประเทศเริ่มมีสัดส่วนรายได้ 1% และมีศักยภาพเติบโตในอนาคต
ภาพรวมผลประกอบการ
ไตรมาส 2 ปี 2569:
- รายได้จากการขายและบริการ: 151.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.16% YoY
- ต้นทุนขายและบริการ: 49.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.25% YoY
- กำไรขั้นต้น: 102.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.85% YoY
- อัตรากำไรขั้นต้น: ลดลงจาก 68.79% เป็น 67.34%
- ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย: 68.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.28% YoY
- ค่าใช้จ่ายในการบริหาร: 17.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.48% YoY
- กำไรจากการดำเนินงาน: 16.60 ล้านบาท ลดลง 30.31% YoY
- กำไรสุทธิ: 13.16 ล้านบาท ลดลง 29.29% YoY
- อัตรากำไรสุทธิ: ลดลงจาก 13.51% เป็น 8.67%
งวด 6 เดือน ปี 2569:
- รายได้จากการขายและบริการ: 316.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.14% YoY
- ต้นทุนขายและบริการ: 103.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.81% YoY
- กำไรขั้นต้น: 213.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.29% YoY
- อัตรากำไรขั้นต้น: เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 67.28% เป็น 67.39%
- ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย: 132.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.45% YoY
- ค่าใช้จ่ายในการบริหาร: 36.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.19% YoY
- กำไรจากการดำเนินงาน: 44.16 ล้านบาท ลดลง 30.73% YoY
- กำไรสุทธิ: 35.06 ล้านบาท ลดลง 30.51% YoY
- อัตรากำไรสุทธิ: ลดลงจาก 16.44% เป็น 11.08%
โอกาส
- การเติบโตของผลิตภัณฑ์ใหม่: ผลิตภัณฑ์ LYO My Color, LYO Hair Oil, และ LYO Silver ที่เปิดตัวในปี 2569 คาดว่าจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้ในระยะต่อไป
- ธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM): การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ OEM สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้า และเป็นโอกาสในการขยายฐานรายได้
- การขยายตลาดต่างประเทศ: การเริ่มต้นส่งออกสินค้าและรับรู้รายได้จากต่างประเทศเป็นสัญญาณที่ดี และมีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว
- ธุรกิจผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง: การจัดตั้งบริษัทย่อยใหม่เพื่อเข้าสู่ตลาดผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพ คาดว่าจะเริ่มสร้างรายได้ในครึ่งหลังปี 2569
- ช่องทางออนไลน์: การเติบโตอย่างต่อเนื่องของช่องทางออนไลน์สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค และเป็นช่องทางที่มีศักยภาพในการขยายธุรกิจ
ความเสี่ยง
- การแข่งขันที่รุนแรง: อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ความงามและการดูแลส่วนบุคคลมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการเดิมและผู้เล่นรายใหม่ รวมถึงแบรนด์จากประเทศจีน
- ต้นทุนวัตถุดิบและโลจิสติกส์: ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจส่งผลกระทบต่อราคาวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และต้นทุนโลจิสติกส์ แม้บริษัทฯ จะมีการบริหารความเสี่ยงด้วยการวางแผนสั่งซื้อล่วงหน้า
- การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค: กระแส Fast Beauty และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อช่องทางจำหน่ายแบบดั้งเดิม
- การบริหารจัดการต้นทุนการตลาด: การลงทุนด้านการตลาดเพื่อเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่และการสร้างแบรนด์ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะสั้น
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- การตอบรับของผลิตภัณฑ์ใหม่: ประสิทธิภาพของ LYO My Color, LYO Hair Oil, และ LYO Silver ในการสร้างยอดขายและกำไร
- การเติบโตของธุรกิจ OEM: ความสามารถในการรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายคำสั่งซื้อใหม่
- ความคืบหน้าธุรกิจผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยง: การเปิดตัวเชิงพาณิชย์และการสร้างรายได้ของบริษัทย่อยใหม่
- การขยายตลาดต่างประเทศ: สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศและการขยายไปยังตลาดใหม่
- การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายการตลาด: ความสมดุลระหว่างการลงทุนเพื่อการเติบโตและการรักษาอัตรากำไร
- การเปลี่ยนแปลงของช่องทางจำหน่าย: การปรับตัวต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เน้นช่องทางออนไลน์มากขึ้น
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
- ยอดขายผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม (Hair Care): แม้ภาพรวมกลุ่ม Hair Care จะลดลง 4.84% ใน 6 เดือนแรกปี 2569 เนื่องจากผลิตภัณฑ์ LYO Herbal และ LYO Hair Color มียอดขายลดลง แต่ผลิตภัณฑ์ใหม่ LYO My Color, LYO Hair Oil, และ LYO Silver ได้เข้ามาเสริมรายได้ โดยเฉพาะ LYO My Color ที่สร้างรายได้ 11.16 ล้านบาทใน 6 เดือนแรก
- ช่องทางการจัดจำหน่าย: สัดส่วนรายได้จากช่องทางตัวแทนจำหน่าย (Agent) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 44.07% ใน 6 เดือนแรกปี 2569 ขณะที่ช่องทางออนไลน์ (Online) เติบโต 36.22% และช่องทาง Home Shopping เติบโต 92.45% สะท้อนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ชัดเจน
- อัตรากำไรขั้นต้น: แม้จะลดลงเล็กน้อยในไตรมาส 2 แต่ภาพรวม 6 เดือนแรกปี 2569 อัตรากำไรขั้นต้นกลับปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากสัดส่วนการขายผ่านช่องทางออนไลน์ที่มีอัตรากำไรสูงกว่า
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
- สินทรัพย์รวม: ณ สิ้น Q2/2569 อยู่ที่ 562.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.18% จากสิ้นปี 2568 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่า 323.19 ล้านบาท (57.51% ของสินทรัพย์รวม) และสินค้าคงเหลือ 85.77 ล้านบาท (15.26% ของสินทรัพย์รวม)
- หนี้สินรวม: ณ สิ้น Q2/2569 อยู่ที่ 79.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.70% จากสิ้นปี 2568 โดยมีเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่น 54.92 ล้านบาท (9.77% ของหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้นรวม)
- ส่วนของผู้ถือหุ้น: ณ สิ้น Q2/2569 อยู่ที่ 482.39 ล้านบาท ลดลง 0.87% จากสิ้นปี 2568
- อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio): เพิ่มขึ้นจาก 0.14 เท่า เป็น 0.17 เท่า เนื่องจากหนี้สินรวมเพิ่มขึ้นจากการสั่งซื้อวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูปเพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ใหม่
- วงจรเงินสด: เพิ่มขึ้นเป็น 154 วัน จาก 133 วัน ในช่วงต้นปี เนื่องจากระยะเวลาขายสินค้าคงเหลือเฉลี่ยและระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น
สรุปท้าย
88TH ในไตรมาส 2 ปี 2569 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่และธุรกิจ OEM ที่ขยายตัว อย่างไรก็ตาม การลงทุนด้านการตลาดที่เพิ่มขึ้นเพื่อสร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์และผลิตภัณฑ์ใหม่ ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลง การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปสู่ช่องทางออนไลน์มากขึ้น เป็นทั้งโอกาสและความท้าทายที่บริษัทฯ ต้องปรับกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง การขยายธุรกิจสู่ผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงและการบุกตลาดต่างประเทศ เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต แม้จะเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายในระยะสั้น