SORKON กำไรสุทธิ Q2/2569 วูบ 98% เผชิญต้นทุนสุกรดิ่ง-ปิดสาขาร้านอาหาร
รายได้หด 12.7% กดดันกำไรขั้นต้นวูบ 20% ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยลบจากเศรษฐกิจชะลอตัวและราคาวัตถุดิบผันผวน
บริษัท ส. ขอนแก่นฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SORKON รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 98.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิเพียง 0.6 ล้านบาท จาก 36.9 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ขณะที่รายได้จากการขายรวมลดลง 12.7% มาอยู่ที่ 807.6 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้ออ่อนแอ และราคาวัตถุดิบที่ผันผวน โดยเฉพาะธุรกิจฟาร์มสุกรที่ได้รับผลกระทบหนักจากการปรับตัวลดลงของราคาสุกรในตลาด
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรและกำไรสุทธิของ SORKON ในไตรมาส 2/2569 ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง มาจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) การลดลงของปริมาณและราคาขายในธุรกิจฟาร์มสุกร ส่งผลให้กำไรขั้นต้นโดยรวมลดลง และ 2) ผลกระทบจากการปิดสาขาร้านอาหาร QSR ที่มีผลการดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายและผลขาดทุนเพิ่มเติม
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
- ธุรกิจฟาร์มสุกร: ราคาขายสุกรในตลาดปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นปี ประกอบกับการที่ปริมาณการขายลดลง ทำให้รายได้จากการขายในส่วนนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (ลดลง 28.6% YoY) นอกจากนี้ การที่ราคาตลาดสุกรลดลงยังส่งผลให้บริษัทรับรู้ขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ชีวภาพเพิ่มขึ้น ซึ่งกระทบต่อกำไรขั้นต้นโดยรวมของกลุ่มบริษัทฯ โดยกำไรขั้นต้นรวมลดลง 20.2% YoY
- ธุรกิจร้านอาหาร QSR: การปิดสาขา 2 แห่งที่มีผลการดำเนินงานไม่ดีนัก ส่งผลให้รายได้จากการขายในส่วนนี้ลดลงถึง 40.7% YoY และเกิดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการปิดสาขาเพิ่มเติม ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิโดยรวม
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
ลักษณะครั้งคราว โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ฝ่ายจัดการระบุว่าการลดลงของรายได้และกำไรขั้นต้นในไตรมาส 2/2569 เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้อที่อ่อนแอ ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลต่อเนื่องได้ อย่างไรก็ตาม ปัญหาเฉพาะหน้าจากการปิดสาขาร้านอาหาร QSR นั้นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งเดียว แต่ผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่ผันผวน โดยเฉพาะราคาสุกร ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิลดลง 98.4% YoY: เหลือเพียง 0.6 ล้านบาท จาก 36.9 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
- รายได้จากการขายลดลง 12.7% YoY: อยู่ที่ 807.6 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากปริมาณการขายที่ลดลงในทุกกลุ่มธุรกิจหลัก
- กำไรขั้นต้นลดลง 20.2% YoY: อยู่ที่ 194.0 ล้านบาท คิดเป็น GPM 24.0% ลดลงจาก 26.3% ในปีก่อนหน้า
- ธุรกิจฟาร์มสุกรเผชิญแรงกดดัน: รายได้ลดลง 28.6% YoY จากราคาขายสุกรที่ปรับตัวลดลง และรับรู้ขาดทุนจากมูลค่าสินทรัพย์ชีวภาพเพิ่มขึ้น
- ธุรกิจร้านอาหาร QSR ปิดสาขา: ส่งผลให้รายได้ลดลง 40.7% YoY และมีค่าใช้จ่ายจากการปิดสาขา
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2/2569 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 807.6 ล้านบาท ลดลง 12.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และลดลง 0.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 รายได้รวมอยู่ที่ 1,617.1 ล้านบาท ลดลง 10.5% YoY กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 194.0 ล้านบาท ลดลง 20.2% YoY ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 24.0% ลดลงจาก 26.3% ในปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทฯ อยู่ที่ 0.6 ล้านบาท ลดลงอย่างมากถึง 98.4% YoY
โอกาส
- การบริหารต้นทุนคงที่: บริษัทฯ มีการควบคุมและบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายให้สอดคล้องกับยอดขาย และมีการปรับโครงสร้างธุรกิจร้านอาหารโดยการปิดสาขาที่ผลการดำเนินงานไม่ดี ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานโดยรวม
- รายได้จากการให้เช่าและบริการเพิ่มขึ้น: เพิ่มขึ้น 41.2% YoY จากการหาผู้เช่ารายใหม่และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายคงที่ได้ดีขึ้น
ความเสี่ยง
- ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้ออ่อนแอ: ส่งผลกระทบต่อความต้องการสินค้าอาหารแปรรูปและอาหารทะเลแปรรูป
- ความผันผวนของราคาสุกร: เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของธุรกิจฟาร์มสุกร และการรับรู้ขาดทุนจากมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ชีวภาพ
- การปิดสาขาร้านอาหาร: ส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรของธุรกิจร้านอาหาร QSR รวมถึงการบริหารต้นทุนคงที่
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มราคาสุกรในตลาด: จะส่งผลโดยตรงต่อรายได้และกำไรของธุรกิจฟาร์มสุกร รวมถึงการรับรู้ผลขาดทุนจากสินทรัพย์ชีวภาพ
- การบริหารจัดการสต็อกวัตถุดิบ: โดยเฉพาะวัตถุดิบที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงคราม เพื่อรองรับความไม่แน่นอนในการจัดหา
- ผลการดำเนินงานของธุรกิจอาหารแปรรูปและอาหารทะเลแปรรูป: ท่ามกลางกำลังซื้อที่อ่อนแอ
- การปรับตัวของธุรกิจร้านอาหาร QSR: หลังจากการปิดสาขาบางส่วน
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
- อาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์: รายได้ลดลง 10.4% YoY อยู่ที่ 446.7 ล้านบาท เนื่องจากกำลังซื้ออ่อนแอ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 11.7% YoY
- อาหารทะเลแปรรูป: รายได้ลดลง 8.2% YoY อยู่ที่ 267.8 ล้านบาท จากความต้องการซื้อในตลาดชะลอตัว ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 11.8% YoY
- ร้านอาหาร QSR: รายได้ลดลง 40.7% YoY อยู่ที่ 14.5 ล้านบาท จากการปิดสาขา 2 แห่ง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 42.3% YoY
- ฟาร์มสุกร: รายได้ลดลง 28.6% YoY อยู่ที่ 78.5 ล้านบาท จากราคาขายสุกรที่ลดลง และกำไรขั้นต้นลดลงถึง 68.7% YoY
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 กลุ่มบริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 3,327.8 ล้านบาท ลดลง 1.6% จากสิ้นปี 2568 โดยหลักมาจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดหลังการจ่ายปันผล มีการเพิ่มระดับสินค้าคงเหลือเพื่อรองรับความไม่แน่นอนในการจัดหาวัตถุดิบ หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,030.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% จากสิ้นปี 2568 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 4.7% จากการเบิกเงินกู้ยืมระยะสั้นเพื่อเสริมสภาพคล่อง อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 1.6 เท่า ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 1,297.7 ล้านบาท ลดลง 5.76% จากสิ้นปี 2568
สรุปท้าย
SORKON เผชิญความท้าทายอย่างหนักในไตรมาส 2/2569 จากปัจจัยลบทั้งภายในและภายนอก โดยเฉพาะการปรับตัวลดลงของราคาสุกรในตลาดที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจฟาร์มสุกร และการปิดสาขาร้านอาหาร QSR ที่เพิ่มแรงกดดันต่อผลประกอบการ แม้ว่าบริษัทฯ จะมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น แต่การฟื้นตัวของกำไรสุทธิยังคงขึ้นอยู่กับแนวโน้มราคาวัตถุดิบและกำลังซื้อของผู้บริโภค ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป