เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
JPARK Q2/2569 รายได้โต 24% รับแรงหนุนจากธุรกิจติดตั้งระบบ-บริการที่จอดรถใหม่
ข่าวสาร

JPARK Q2/2569 รายได้โต 24% รับแรงหนุนจากธุรกิจติดตั้งระบบ-บริการที่จอดรถใหม่

JPARK P/E 15.26 YIELD 2.82
54 นาที 20:03 น. 0 ความเห็น

รายได้โตเด่น 24% จากธุรกิจ CIPS และ PS ขณะที่กำไรสุทธิลดลง YoY เหตุต้นทุนพุ่ง

บริษัท เจนกองไกล จำกัด (มหาชน) หรือ JPARK รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้จากการให้บริการรวม 160.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจให้คำปรึกษาและติดตั้งระบบบริหารจัดการพื้นที่จอดรถ (CIPS) ที่เติบโตสูงถึง 160.58% และธุรกิจให้บริการที่จอดรถ (PS) ที่เพิ่มขึ้น 13.50% อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 16.00 ล้านบาท ลดลง 14.89% YoY เนื่องจากต้นทุนจากการให้บริการที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงานและต้นทุนงานติดตั้งระบบ

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้ JPARK ในไตรมาส 2/2569 คือ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากธุรกิจให้คำปรึกษาและรับติดตั้งระบบบริหารจัดการพื้นที่จอดรถ (CIPS) ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 160.58% YoY ประกอบกับการ เติบโตของรายได้จากธุรกิจให้บริการที่จอดรถ (PS) ที่เพิ่มขึ้น 13.50% YoY จากการเปิดให้บริการลานจอดรถแห่งใหม่ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลง 14.89% YoY เนื่องจากต้นทุนจากการให้บริการที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงานและต้นทุนงานติดตั้งระบบ

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

  • รายได้ CIPS เติบโตสูง: การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ CIPS มาจากการทยอยรับรู้รายได้ตามความสำเร็จของงาน (Percentage of Completion) จากโครงการจัดหาระบบจอดรถพร้อมติดตั้งและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้กับการรถไฟขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่
  • รายได้ PS เติบโต: การเปิดให้บริการลานจอดรถแห่งใหม่ที่โรงพยาบาลศิริราช และลานจอดรถลานคนเมือง ส่งผลให้มีจำนวนช่องจอดที่ให้บริการเพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยหนุนรายได้ในส่วนนี้
  • ต้นทุนจากการให้บริการปรับตัวสูงขึ้น: ต้นทุนรวมจากการให้บริการเพิ่มขึ้น 27.59% YoY โดยมีสาเหตุหลักจาก:
    • ต้นทุนงานติดตั้งและวางระบบบริหารลานจอดรถ: เพิ่มขึ้น 18.97 ล้านบาท สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้ CIPS
    • ค่าใช้จ่ายพนักงาน: เพิ่มขึ้น 10.79 ล้านบาท เนื่องจากจำนวนพนักงานที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการขยายตัวของจำนวนลานจอดรถที่บริษัทบริหารจัดการ
  • อัตรากำไรขั้นต้นลดลง: แม้รายได้ CIPS จะมีกำไรเพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนที่สูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ส่งผลให้ต้นทุนอุปกรณ์สูงขึ้น ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงาน ทำให้ภาพรวมอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 26.57% ในปีก่อน เป็น 24.58% ในปีนี้

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่อง สำหรับการเติบโตของรายได้จากธุรกิจ CIPS เนื่องจากยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการดำเนินการและรับรู้รายได้ตามความคืบหน้า อย่างไรก็ตาม การเติบโตของต้นทุนจากการให้บริการ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงานและต้นทุนงานติดตั้งระบบ อาจยังคงเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรในระยะสั้น ส่วนการเติบโตของรายได้จากธุรกิจ PS จะขึ้นอยู่กับการเปิดให้บริการลานจอดรถใหม่ๆ และการบริหารจัดการพื้นที่ที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

Highlight สำคัญ

  • รายได้รวม Q2/2569 เพิ่มขึ้น 24.21% YoY เป็น 160.52 ล้านบาท
  • กำไรสุทธิ Q2/2569 ลดลง 14.89% YoY เหลือ 16.00 ล้านบาท
  • ธุรกิจ CIPS เติบโตโดดเด่น 160.58% YoY จากการรับรู้รายได้โครงการ รฟม.
  • ธุรกิจ PS เติบโต 13.50% YoY จากการเปิดลานจอดรถใหม่
  • ต้นทุนจากการให้บริการเพิ่มขึ้น 27.59% YoY โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงานและต้นทุนงานติดตั้งระบบ
  • อัตรากำไรขั้นต้นลดลง จาก 26.57% เป็น 24.58% YoY
  • ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 35.46% YoY ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายพนักงานเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ

ภาพรวมผลประกอบการ

สำหรับไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัท เจนกองไกล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการให้บริการรวม 160.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจให้คำปรึกษาและรับติดตั้งระบบบริหารจัดการพื้นที่จอดรถ (CIPS) ที่เติบโตถึง 160.58% จากการทยอยรับรู้รายได้ตามความสำเร็จของงานโครงการใหญ่กับ รฟม. รวมถึงธุรกิจให้บริการที่จอดรถ (PS) ที่เติบโต 13.50% จากการเปิดลานจอดรถแห่งใหม่ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนจากการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 27.59% YoY โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงานและต้นทุนงานติดตั้งระบบ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 26.57% เป็น 24.58% ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 35.46% YoY จากการขยายทีมงานเพื่อรองรับการเติบโต ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 16.00 ล้านบาท ลดลง 14.89% เมื่อเทียบกับปีก่อน

โอกาส

  • การเติบโตของธุรกิจ CIPS: โครงการติดตั้งระบบบริหารจัดการพื้นที่จอดรถยังมีโอกาสรับรู้รายได้ต่อเนื่องตามความคืบหน้าของงาน
  • การขยายธุรกิจ PS: การเปิดให้บริการลานจอดรถแห่งใหม่ เช่น โครงการอาคารจอดรถศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก (คาดเปิดเต็มรูปแบบ Q3/2569) และโครงการลานจอดรถสนามบินนครศรีธรรมราช จะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของรายได้ในอนาคต
  • การพัฒนาเทคโนโลยี Smart Parking: การนำ AI, IoT และ Big Data มาใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่จอดรถ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการดำเนินงาน
  • โอกาสจากการควบรวมกิจการ (M&A): ตลาดที่จอดรถยังคงมีลักษณะกระจายตัว (Fragmented Market) ซึ่งเปิดโอกาสให้บริษัทสามารถขยายธุรกิจผ่านการเข้าซื้อกิจการหรือการเป็นพันธมิตรได้

ความเสี่ยง

  • ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว: การเติบโตของ GDP ที่ชะลอตัวและวิกฤตสงครามในตะวันออกกลาง อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการใช้จ่ายของผู้บริโภค โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเดินทางและการจอดรถ
  • การแข่งขันในอุตสาหกรรม: การเข้ามาของผู้เล่นรายใหม่และโซลูชั่นทางเลือก เช่น Ride-hailing, EV Car Sharing รวมถึงเทคโนโลยี AI-Based Parking อาจเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ที่จอดรถ
  • ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น: ความขัดแย้งระหว่างประเทศอาจส่งผลให้ต้นทุนอุปกรณ์สูงขึ้น และการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอาจเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายพนักงาน
  • ความล่าช้าในการดำเนินโครงการ: การได้มาซึ่งโครงการ การก่อสร้าง และการเริ่มให้บริการ อาจมีความล่าช้าจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก เช่น การอนุมัติจากหน่วยงานราชการ หรือปัญหาการก่อสร้าง
  • ภัยธรรมชาติและโรคระบาด: เหตุการณ์ไม่คาดฝันเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อการสัญจรของผู้คน และกระทบต่อธุรกิจ

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • ความคืบหน้าการรับรู้รายได้จากโครงการ CIPS: โดยเฉพาะโครงการกับ รฟม. และโครงการอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ
  • การเปิดให้บริการโครงการอาคารจอดรถศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก: ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในไตรมาส 3/2569 และการบริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์
  • การบริหารจัดการต้นทุน: โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงานและต้นทุนงานติดตั้งระบบ เพื่อรักษาอัตรากำไร
  • การขยายธุรกิจ PS: การเปิดลานจอดรถแห่งใหม่ๆ และการเพิ่มจำนวนช่องจอด
  • การนำเทคโนโลยีมาใช้: การพัฒนาและนำระบบ Smart Parking มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)

  • รายได้จากการให้บริการ: เติบโต 24.21% YoY โดยมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจให้บริการที่จอดรถ (PS) 63.03%, ธุรกิจรับจ้างบริหารจัดการพื้นที่จอดรถ (PMS) 15.32%, ธุรกิจให้คำปรึกษาและติดตั้งระบบบริหารจัดการพื้นที่จอดรถ (CIPS) 20.10% และบริการอื่นๆ 1.55%
  • ต้นทุนจากการให้บริการ: เพิ่มขึ้น 27.59% YoY โดยมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายพนักงาน 38.95%, ค่าเสื่อมราคาและตัดจำหน่าย 16.17%, ค่าเช่าพื้นที่ 16.51%, ต้นทุนงานติดตั้งและวางระบบ 18.16% และต้นทุนบริการอื่นๆ 10.21%
  • อัตรากำไรขั้นต้น: ลดลงจาก 26.57% เป็น 24.58% YoY
  • ค่าใช้จ่ายในการบริหาร: เพิ่มขึ้น 35.46% YoY ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายพนักงานเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

  • สินทรัพย์รวม: ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 1,316.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ที่ 1,109.27 ล้านบาท โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียน 282.99 ล้านบาท และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน 1,033.39 ล้านบาท
  • หนี้สินรวม: ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 502.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ที่ 301.78 ล้านบาท โดยมีหนี้สินหมุนเวียน 179.75 ล้านบาท และหนี้สินไม่หมุนเวียน 323.11 ล้านบาท
  • ส่วนของเจ้าของ: ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 813.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ที่ 807.49 ล้านบาท
  • อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน: เพิ่มขึ้นจาก 0.37 เท่า เป็น 0.62 เท่า เนื่องจากมีการกู้ยืมเงินระยะยาวเพื่อใช้ในการลงทุนโครงการ
  • กระแสเงินสด: สำหรับ 6 เดือนแรกปี 2569 มีเงินสดสุทธิเพิ่มขึ้น 33.77 ล้านบาท โดยเงินสดจากการดำเนินงาน 53.80 ล้านบาท, เงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 136.59 ล้านบาท และเงินสดได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน 116.56 ล้านบาท (ส่วนใหญ่มาจากการกู้ยืมระยะยาว)

สรุปท้าย

JPARK โชว์การเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งในไตรมาส 2/2569 โดยเฉพาะจากธุรกิจติดตั้งระบบ CIPS และการขยายธุรกิจให้บริการที่จอดรถ PS อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนจากการให้บริการและค่าใช้จ่ายในการบริหาร ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลง YoY แม้ว่าบริษัทจะมีโอกาสในการเติบโตจากโครงการใหม่ๆ และการพัฒนาเทคโนโลยี แต่การบริหารจัดการต้นทุนและผลกระทบจากปัจจัยภายนอกยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

ยังไม่มีความคิดเห็น