เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
BSBM พลิกขาดทุน Q2/2569 รับผลบวกราคาเหล็กฟื้น - สรุป MD&A
ข่าวสาร

BSBM พลิกขาดทุน Q2/2569 รับผลบวกราคาเหล็กฟื้น - สรุป MD&A

BSBM P/E -100.00 YIELD 0.00
82 นาที 19:35 น. 0 ความเห็น

รายได้-กำไรฟื้นตัวตามราคาเหล็ก ฝ่ายจัดการเน้นบริหารต้นทุนและสภาพคล่อง

บริษัท บางสะพานบาร์มิล จำกัด (มหาชน) หรือ BSBM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 17.5 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 11.4 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับปัจจัยหนุนจากราคาเหล็กในตลาดโลกที่เริ่มฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายยังคงลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BSBM พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 2 ปี 2569 มาจากการฟื้นตัวของราคาเหล็กในตลาดโลก ซึ่งส่งผลให้บริษัทสามารถบันทึกกำไรจากการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือได้

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:

ในไตรมาส 2 ปี 2569 ราคาเหล็กในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างมาก ทำให้บริษัทต้องบันทึกผลขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือจำนวน 16.7 ล้านบาท ส่งผลให้ภาพรวมขาดทุนสุทธิ อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายไตรมาส ราคาเหล็กเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว ทำให้บริษัทสามารถกลับมาบันทึกกำไรจากการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือได้ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผลประกอบการพลิกกลับมาเป็นกำไรได้ในที่สุด

จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:

มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด จากข้อมูลในเอกสารระบุว่าราคาเหล็กในตลาดโลกเริ่มฟื้นตัวในช่วงปลายไตรมาส 2 ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของราคาเหล็กยังคงมีความผันผวนและขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกหลายประการ ฝ่ายจัดการจึงต้องบริหารจัดการต้นทุนและสภาพคล่องอย่างต่อเนื่อง

Highlight สำคัญ

  • พลิกมีกำไรสุทธิ: BSBM มีกำไรสุทธิ 17.5 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกจากขาดทุนสุทธิ 11.4 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2568
  • รายได้จากการขายลดลง: รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 115 ล้านบาท ลดลง 51% YoY และ 10% QoQ เนื่องจากปริมาณการขายที่ลดลง
  • กำไรขั้นต้นฟื้นตัว: กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 10.7 ล้านบาท (5% ของรายได้) ดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • ผลขาดทุนจากสต็อก: ไตรมาส 2 ปี 2569 มีผลขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ 16.7 ล้านบาท
  • EBITDA ติดลบ: EBITDA อยู่ที่ 8.1 ล้านบาท ติดลบ 266% YoY และ 130% QoQ

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 115 ล้านบาท ลดลง 51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากปริมาณการขายที่ลดลง แม้ว่าราคาขายต่อตันจะปรับตัวลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ก็ยังสูงกว่าไตรมาสก่อนหน้า

บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้น 10.7 ล้านบาท คิดเป็น 5% ของรายได้ ซึ่งดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายไตรมาส 2 ราคาเหล็กในตลาดโลกได้ปรับตัวลดลงอย่างมาก ทำให้บริษัทต้องบันทึกผลขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือจำนวน 16.7 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 17.5 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2569

สำหรับงบ 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 13.1 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 20.6 ล้านบาท

โอกาส

  • การฟื้นตัวของราคาเหล็ก: การที่ราคาเหล็กในตลาดโลกเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวในช่วงปลายไตรมาส 2 เป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยหนุนผลประกอบการในอนาคต
  • การบริหารต้นทุน: ฝ่ายจัดการให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
  • การสนับสนุนจากภาครัฐ: การที่บริษัทฯ มีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสนับสนุนกิจกรรมของภาครัฐ อาจส่งผลดีต่อภาพลักษณ์และความสัมพันธ์กับชุมชน

ความเสี่ยง

  • ความผันผวนของราคาเหล็ก: ราคาเหล็กในตลาดโลกยังคงมีความผันผวนสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทฯ ได้
  • ปริมาณการขายที่ลดลง: การที่ปริมาณการขายยังคงลดลงเป็นปัจจัยกดดันรายได้ของบริษัทฯ
  • ต้นทุนวัตถุดิบ: แม้ราคาเหล็กจะฟื้นตัว แต่ต้นทุนวัตถุดิบอื่นๆ อาจยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
  • อัตราแลกเปลี่ยน: การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและรายได้ของบริษัทฯ

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มราคาเหล็กในตลาดโลก: การฟื้นตัวของราคาเหล็กจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการในระยะถัดไป
  • ปริมาณการขาย: บริษัทฯ จะสามารถเพิ่มปริมาณการขายได้มากน้อยเพียงใด
  • การบริหารจัดการต้นทุน: ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
  • สภาพคล่องทางการเงิน: การบริหารจัดการกระแสเงินสดและหนี้สินของบริษัทฯ

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)

  • Utilization Rate: เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่กล่าวถึงการบริโภคเหล็กทรงยาวในไตรมาส 2 ที่ขยายตัว 31.4% YoY และการผลิตเหล็กทรงยาวของไทยที่ขยายตัว 29.7% YoY ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มอุตสาหกรรมที่ดีขึ้น
  • Order Book: เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง
  • ราคาวัตถุดิบ: ราคาเหล็กในตลาดโลกมีการปรับตัวลดลงอย่างมากในไตรมาส 2 แต่เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวในช่วงปลายไตรมาส
  • GPM: กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 5% ของรายได้ ซึ่งดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • การส่งออก: เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออกโดยตรง
  • ค่าเงิน: ไม่ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรงในส่วนผลประกอบการ
  • สินค้าคงคลัง: มีการบันทึกผลขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ 16.7 ล้านบาทในไตรมาส 2

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 สินทรัพย์หมุนเวียนรวมอยู่ที่ 1,612 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจาก 1,623 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 โดยมีรายการลดลงจากการนำไปฝากธนาคารในรูปตั๋วสัญญาใช้เงินระยะสั้น

หนี้สินรวม ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ 20 ล้านบาท ลดลงจาก 18 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 ในขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,592 ล้านบาท ลดลงจาก 1,605 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 อันเป็นผลมาจากผลขาดทุนสุทธิในปีนี้

อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) อยู่ที่ 76 เท่า ซึ่งยังคงอยู่ในระดับสูง สะท้อนถึงสภาพคล่องที่แข็งแกร่งของบริษัทฯ อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ในระดับต่ำมากที่ 0.01 เท่า เนื่องจากบริษัทฯ ไม่มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่าย

สรุปท้าย

BSBM พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2569 จากการฟื้นตัวของราคาเหล็กในตลาดโลก แม้ว่ารายได้จากการขายจะยังคงลดลง แต่การบริหารจัดการต้นทุนและการลดผลขาดทุนจากสต็อกเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนผลประกอบการ อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาเหล็กและปริมาณการขายยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ในขณะที่ฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่งและมีสภาพคล่องสูง

ยังไม่มีความคิดเห็น