BSBM พลิกขาดทุน Q2/2569 รับผลบวกราคาเหล็กฟื้น - สรุป MD&A
รายได้-กำไรฟื้นตัวตามราคาเหล็ก ฝ่ายจัดการเน้นบริหารต้นทุนและสภาพคล่อง
บริษัท บางสะพานบาร์มิล จำกัด (มหาชน) หรือ BSBM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 17.5 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 11.4 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับปัจจัยหนุนจากราคาเหล็กในตลาดโลกที่เริ่มฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายยังคงลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BSBM พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 2 ปี 2569 มาจากการฟื้นตัวของราคาเหล็กในตลาดโลก ซึ่งส่งผลให้บริษัทสามารถบันทึกกำไรจากการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือได้
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:
ในไตรมาส 2 ปี 2569 ราคาเหล็กในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างมาก ทำให้บริษัทต้องบันทึกผลขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือจำนวน 16.7 ล้านบาท ส่งผลให้ภาพรวมขาดทุนสุทธิ อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายไตรมาส ราคาเหล็กเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว ทำให้บริษัทสามารถกลับมาบันทึกกำไรจากการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือได้ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผลประกอบการพลิกกลับมาเป็นกำไรได้ในที่สุด
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:
มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด จากข้อมูลในเอกสารระบุว่าราคาเหล็กในตลาดโลกเริ่มฟื้นตัวในช่วงปลายไตรมาส 2 ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของราคาเหล็กยังคงมีความผันผวนและขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกหลายประการ ฝ่ายจัดการจึงต้องบริหารจัดการต้นทุนและสภาพคล่องอย่างต่อเนื่อง
Highlight สำคัญ
- พลิกมีกำไรสุทธิ: BSBM มีกำไรสุทธิ 17.5 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกจากขาดทุนสุทธิ 11.4 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2568
- รายได้จากการขายลดลง: รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 115 ล้านบาท ลดลง 51% YoY และ 10% QoQ เนื่องจากปริมาณการขายที่ลดลง
- กำไรขั้นต้นฟื้นตัว: กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 10.7 ล้านบาท (5% ของรายได้) ดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
- ผลขาดทุนจากสต็อก: ไตรมาส 2 ปี 2569 มีผลขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ 16.7 ล้านบาท
- EBITDA ติดลบ: EBITDA อยู่ที่ 8.1 ล้านบาท ติดลบ 266% YoY และ 130% QoQ
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 115 ล้านบาท ลดลง 51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากปริมาณการขายที่ลดลง แม้ว่าราคาขายต่อตันจะปรับตัวลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ก็ยังสูงกว่าไตรมาสก่อนหน้า
บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้น 10.7 ล้านบาท คิดเป็น 5% ของรายได้ ซึ่งดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายไตรมาส 2 ราคาเหล็กในตลาดโลกได้ปรับตัวลดลงอย่างมาก ทำให้บริษัทต้องบันทึกผลขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือจำนวน 16.7 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 17.5 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2569
สำหรับงบ 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 13.1 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 20.6 ล้านบาท
โอกาส
- การฟื้นตัวของราคาเหล็ก: การที่ราคาเหล็กในตลาดโลกเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวในช่วงปลายไตรมาส 2 เป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยหนุนผลประกอบการในอนาคต
- การบริหารต้นทุน: ฝ่ายจัดการให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
- การสนับสนุนจากภาครัฐ: การที่บริษัทฯ มีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสนับสนุนกิจกรรมของภาครัฐ อาจส่งผลดีต่อภาพลักษณ์และความสัมพันธ์กับชุมชน
ความเสี่ยง
- ความผันผวนของราคาเหล็ก: ราคาเหล็กในตลาดโลกยังคงมีความผันผวนสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทฯ ได้
- ปริมาณการขายที่ลดลง: การที่ปริมาณการขายยังคงลดลงเป็นปัจจัยกดดันรายได้ของบริษัทฯ
- ต้นทุนวัตถุดิบ: แม้ราคาเหล็กจะฟื้นตัว แต่ต้นทุนวัตถุดิบอื่นๆ อาจยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
- อัตราแลกเปลี่ยน: การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและรายได้ของบริษัทฯ
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มราคาเหล็กในตลาดโลก: การฟื้นตัวของราคาเหล็กจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการในระยะถัดไป
- ปริมาณการขาย: บริษัทฯ จะสามารถเพิ่มปริมาณการขายได้มากน้อยเพียงใด
- การบริหารจัดการต้นทุน: ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
- สภาพคล่องทางการเงิน: การบริหารจัดการกระแสเงินสดและหนี้สินของบริษัทฯ
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
- Utilization Rate: เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่กล่าวถึงการบริโภคเหล็กทรงยาวในไตรมาส 2 ที่ขยายตัว 31.4% YoY และการผลิตเหล็กทรงยาวของไทยที่ขยายตัว 29.7% YoY ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มอุตสาหกรรมที่ดีขึ้น
- Order Book: เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง
- ราคาวัตถุดิบ: ราคาเหล็กในตลาดโลกมีการปรับตัวลดลงอย่างมากในไตรมาส 2 แต่เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวในช่วงปลายไตรมาส
- GPM: กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 5% ของรายได้ ซึ่งดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
- การส่งออก: เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออกโดยตรง
- ค่าเงิน: ไม่ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรงในส่วนผลประกอบการ
- สินค้าคงคลัง: มีการบันทึกผลขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ 16.7 ล้านบาทในไตรมาส 2
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 สินทรัพย์หมุนเวียนรวมอยู่ที่ 1,612 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจาก 1,623 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 โดยมีรายการลดลงจากการนำไปฝากธนาคารในรูปตั๋วสัญญาใช้เงินระยะสั้น
หนี้สินรวม ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ 20 ล้านบาท ลดลงจาก 18 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 ในขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,592 ล้านบาท ลดลงจาก 1,605 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 อันเป็นผลมาจากผลขาดทุนสุทธิในปีนี้
อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) อยู่ที่ 76 เท่า ซึ่งยังคงอยู่ในระดับสูง สะท้อนถึงสภาพคล่องที่แข็งแกร่งของบริษัทฯ อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ในระดับต่ำมากที่ 0.01 เท่า เนื่องจากบริษัทฯ ไม่มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่าย
สรุปท้าย
BSBM พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2569 จากการฟื้นตัวของราคาเหล็กในตลาดโลก แม้ว่ารายได้จากการขายจะยังคงลดลง แต่การบริหารจัดการต้นทุนและการลดผลขาดทุนจากสต็อกเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนผลประกอบการ อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาเหล็กและปริมาณการขายยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ในขณะที่ฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่งและมีสภาพคล่องสูง