เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
CENTEL กำไร Q2/2569 พุ่ง 69% รับอานิสงส์โรงแรมฟื้น-บริหารต้นทุนดี
ข่าวสาร

CENTEL กำไร Q2/2569 พุ่ง 69% รับอานิสงส์โรงแรมฟื้น-บริหารต้นทุนดี

CENTEL P/E 15.64 YIELD 1.71
75 นาที 18:46 น. 0 ความเห็น

รายได้โรงแรม-อาหารโตต่อเนื่อง ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยบวกจากโรงแรมปรับปรุงเสร็จ-เปิดใหม่

บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 176 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 69% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะปรับตัวขึ้นเพียง 2% เป็น 5,968 ล้านบาท แต่การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประกอบกับการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมที่ปรับปรุงแล้วเสร็จและโรงแรมใหม่ในมัลดีฟส์ เป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

หัวใจกำไรของ CENTEL ในไตรมาส 2/2569 คือ การฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะโรงแรมที่ปรับปรุงแล้วเสร็จและโรงแรมใหม่ในมัลดีฟส์ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพในภาพรวมของทั้งธุรกิจโรงแรมและอาหาร

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:

  • ธุรกิจโรงแรม: ผลประกอบการของโรงแรมที่ปรับปรุงเสร็จ เช่น โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา และโรงแรมเซ็นทารา กะรน รีสอร์ท ภูเก็ต กลับมาทำผลงานได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ โรงแรมใหม่ในมัลดีฟส์ เช่น โรงแรมเซ็นทารา มิราจ ลากูน มัลดีฟส์ และโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ลากูน มัลดีฟส์ ที่เริ่มเปิดดำเนินการก็มีผลประกอบการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้รวมของธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้น 3% เป็น 2,612 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเป็น 66%
  • การบริหารจัดการต้นทุน: บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ต้นทุนรวมลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้น การบริหารต้นทุนที่ดีนี้ส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรสุทธิที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:

มีโอกาสต่อเนื่อง โดยปัจจัยสนับสนุนหลักคือการทยอยเปิดดำเนินการของโรงแรมใหม่ๆ และการฟื้นตัวของโรงแรมที่ปรับปรุงแล้วเสร็จ ซึ่งจะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนรายได้และกำไรของธุรกิจโรงแรมต่อไป นอกจากนี้ การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพยังคงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่บริษัทฯ มุ่งเน้น ซึ่งน่าจะช่วยรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับที่ดีได้

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิเติบโต 69% YoY: กำไรสุทธิอยู่ที่ 176 ล้านบาท เทียบกับ 104 ล้านบาทในปีก่อน
  • รายได้รวมเพิ่ม 2% YoY: อยู่ที่ 5,968 ล้านบาท โดยรายได้ธุรกิจโรงแรม 2,612 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 3%) และธุรกิจอาหาร 3,356 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 2%)
  • อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น: อยู่ที่ 60% ของรายได้ เพิ่มขึ้นจาก 59% ในปีก่อน
  • EBITDA ทรงตัว YoY: อยู่ที่ 1,405 ล้านบาท คิดเป็น 24% ของรายได้
  • EBIT เพิ่ม 9% YoY: อยู่ที่ 516 ล้านบาท
  • โรงแรมในมัลดีฟส์ฟื้นตัวเด่น: โรงแรมเซ็นทารา มิราจ ลากูน มัลดีฟส์ และเซ็นทารา แกรนด์ ลากูน มัลดีฟส์ มีผลประกอบการดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  • โรงแรมที่ปรับปรุงเสร็จกลับมาทำผลงานดี: เช่น เซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา และเซ็นทารา กะรน รีสอร์ท ภูเก็ต

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาส 2/2569 CENTEL มีรายได้รวม 5,968 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากธุรกิจโรงแรมอยู่ที่ 2,612 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% และรายได้จากธุรกิจอาหารอยู่ที่ 3,356 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 6% เป็น 3,478 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 60% ของรายได้ (ไม่รวมรายได้อื่น) ซึ่งสูงขึ้นจาก 59% ในปีก่อน EBITDA อยู่ที่ 1,405 ล้านบาท ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ EBIT เพิ่มขึ้น 9% เป็น 516 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 176 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 69% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับผลการดำเนินงานตามที่รายงาน (รวมรายการพิเศษ) EBITDA อยู่ที่ 1,395 ล้านบาท ใกล้เคียงปีก่อน และกำไรสุทธิอยู่ที่ 166 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการลดลงของค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย และต้นทุนทางการเงิน

โอกาส

  • การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม: การปรับปรุงโรงแรมเดิมให้ทันสมัยและการเปิดโรงแรมใหม่ในทำเลศักยภาพ โดยเฉพาะในมัลดีฟส์ จะช่วยหนุนการเติบโตของรายได้และกำไร
  • การขยายธุรกิจอาหาร: การมองหาแบรนด์ใหม่ผ่านการร่วมทุน และการขยายสาขาในแบรนด์หลักที่มีอัตรากำไรสูง จะช่วยเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดและรายได้
  • การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ: การควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่องจะช่วยรักษาอัตรากำไรให้แข็งแกร่ง
  • การท่องเที่ยวฟื้นตัว: แนวโน้มการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวในภาพรวมจะเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจโรงแรม

ความเสี่ยง

  • ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและภูมิภาค: สถานการณ์ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในดูไบ
  • การแข่งขันในอุตสาหกรรม: การแข่งขันที่สูงในธุรกิจโรงแรมและอาหาร อาจส่งผลต่อราคาห้องพักและส่วนแบ่งการตลาด
  • ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน: ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายต่างๆ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
  • การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค: การปรับตัวให้ทันต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในธุรกิจอาหารเป็นสิ่งสำคัญ

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • ผลประกอบการของโรงแรมใหม่ในมัลดีฟส์: การเติบโตอย่างต่อเนื่องของโรงแรมที่เพิ่งเปิดดำเนินการ
  • การบริหารต้นทุนธุรกิจอาหาร: ความสามารถในการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายต่างๆ
  • แผนการขยายสาขาธุรกิจอาหาร: การเปิดสาขาใหม่และการเติบโตของแบรนด์ใหม่ที่เข้ามาร่วมทุน
  • สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง: ผลกระทบต่อการดำเนินงานของโรงแรมในดูไบ
  • การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน: ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)

ธุรกิจโรงแรม:

  • รายได้รวม: 2,612 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากการเติบโตของโรงแรมในมัลดีฟส์ที่ปรับตัวดีขึ้น และโรงแรมที่ปรับปรุงเสร็จแล้วกลับมาทำผลงานได้ดี
  • อัตราการเข้าพัก (OCC): โดยรวมอยู่ที่ 65% ลดลงเล็กน้อยจาก 66% ในปีก่อน แต่ในบางพื้นที่ เช่น กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ปรับตัวดีขึ้น
  • ราคาห้องพักเฉลี่ย (ARR): โดยรวมลดลง 8% YoY อยู่ที่ 5,133 บาท โดยได้รับผลกระทบจากโรงแรมในดูไบและญี่ปุ่นที่ ARR ปรับลดลง
  • รายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย (RevPAR): โดยรวมลดลง 10% YoY อยู่ที่ 3,328 บาท โดยหากไม่รวมโรงแรมในดูไบ RevPAR จะเพิ่มขึ้น 1%
  • มัลดีฟส์: RevPAR เพิ่มขึ้น 69% YoY เป็น 6,245 บาท จาก OCC ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  • ดูไบ: RevPAR ลดลง 61% YoY เป็น 2,385 บาท จากสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง
  • ญี่ปุ่น: RevPAR ลดลง 46% YoY เป็น 4,185 บาท จากการรวมผลประกอบการของโรงแรมใหม่ที่เพิ่งเปิดให้บริการ

ธุรกิจอาหาร:

  • รายได้รวม: 3,356 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY
  • อัตราการเติบโตจากสาขาเดิม (SSS): ทรงตัวเมื่อเทียบปีก่อน
  • การลงทุนใน Lucky Suki: บริษัทฯ ถือหุ้น 40% ใน MP ซึ่งดำเนินธุรกิจร้านสุกี้และบาร์บีคิว เริ่มรับรู้ผลประกอบการตั้งแต่ Q1/2569

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

  • งบประมาณการลงทุนปี 2569: บริษัทฯ ได้ตั้งงบประมาณการลงทุนรวม 5,900 – 6,400 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นธุรกิจโรงแรม 3,300 – 3,600 ล้านบาท, ธุรกิจอาหาร 700 – 800 ล้านบาท และโอกาสการลงทุนเพิ่มเติม 1,900 – 2,000 ล้านบาท

สรุปท้าย

CENTEL ในไตรมาส 2/2569 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะในมัลดีฟส์ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ยอดเยี่ยม ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะยังมีความท้าทายจากปัจจัยภายนอก แต่การลงทุนในโรงแรมใหม่และการปรับปรุงโรงแรมเดิม รวมถึงการขยายธุรกิจอาหารอย่างต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาวต่อไป

ยังไม่มีความคิดเห็น