เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
LIT Q2/2569 กำไรสุทธิหด 50.4% รับผลตั้งสำรองฯ พุ่ง-รายได้ค่าธรรมเนียมวูบ
ข่าวสาร

LIT Q2/2569 กำไรสุทธิหด 50.4% รับผลตั้งสำรองฯ พุ่ง-รายได้ค่าธรรมเนียมวูบ

LIT P/E 30.36 YIELD 0.00
91 นาที 18:31 น. 0 ความเห็น

รายได้ดอกเบี้ยโต 32.9% หนุนรายได้รวม 17.8% แต่กำไรสุทธิลดลงแรง เหตุตั้งสำรองฯ เพิ่ม 137.4%

บริษัท ลีซ อิท จำกัด (มหาชน) หรือ LIT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้รวม 99.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 32.9% จากการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลงถึง 50.4% มาอยู่ที่ 3 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นถึง 137.4% และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่ลดลง 10.9%

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ LIT ในไตรมาส 2 ปี 2569 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (50.4% YoY) คือ การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss - ECL) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 137.4% ควบคู่ไปกับ รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่ลดลง 10.9% แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยจะเติบโตได้ดีถึง 32.9% และรายได้รวมเพิ่มขึ้น 17.8% ก็ตาม

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

  • การตั้งสำรอง ECL ที่เพิ่มขึ้น: ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของการตั้งสำรองฯ เป็นผลมาจากการประเมินตามมาตรฐาน TFRS 9 ซึ่งสะท้อนถึง คุณภาพของลูกหนี้ที่ปรับตัวลดลง จากความสามารถในการชำระหนี้ที่ลดลง อันเนื่องมาจาก ความถดถอยของเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากภาวะสงคราม (แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุสงครามใด แต่เป็นการอ้างอิงถึงปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ) ทำให้บริษัทฯ ต้องตั้งสำรองเผื่อหนี้เสียเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความเสี่ยง
  • รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการลดลง: รายได้ส่วนนี้ลดลง 10.9% โดยเฉพาะจากรายการค้าและสัญญาใหม่ๆ ที่ลดลง ซึ่งฝ่ายจัดการอธิบายว่า มาจากภาวะสงครามที่ทำให้ต้นทุนต่างๆ สูงขึ้น และรายการค้าชะลอตัวตามสภาพเศรษฐกิจ

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม

แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าการตั้งสำรองฯ เป็นไปตามมาตรฐาน TFRS 9 และมีการบริหารจัดการหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) อย่างต่อเนื่อง แต่การที่คุณภาพลูกหนี้ปรับลดลงนั้นเชื่อมโยงกับ "ภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย" และ "ความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก" ซึ่งเป็นปัจจัยที่ยังคงมีอยู่และอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องได้ การที่บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการขยายพอร์ตสินเชื่ออย่างมีคุณภาพและบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุม จะเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินผลประกอบการในอนาคต

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิ Q2/2569 ลดลง 50.4% YoY อยู่ที่ 3 ล้านบาท จาก 6.1 ล้านบาทในปีก่อน
  • รายได้รวม Q2/2569 เพิ่มขึ้น 17.8% YoY อยู่ที่ 99.6 ล้านบาท จาก 84.6 ล้านบาท
  • รายได้ดอกเบี้ย Q2/2569 เติบโต 32.9% YoY อยู่ที่ 72.9 ล้านบาท จาก 54.9 ล้านบาท เป็นผลจากการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ
  • ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) เพิ่มขึ้น 137.4% YoY อยู่ที่ 21.8 ล้านบาท จาก 10.7 ล้านบาท เป็นปัจจัยหลักกดดันกำไร
  • รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ Q2/2569 ลดลง 10.9% YoY อยู่ที่ 23.4 ล้านบาท จาก 26.3 ล้านบาท
  • พอร์ตสินเชื่อรวม Q2/2569 อยู่ที่ 1,441 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากสิ้นปี 2568
  • NPL Ratio สำหรับสินเชื่อใหม่ในปี 2569 ตั้งเป้าไม่เกิน 3%

ภาพรวมผลประกอบการ

สำหรับครึ่งปีแรกของปี 2569 LIT มีรายได้รวม 99.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.8% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 32.9% เป็นผลจากการรักษาขนาดพอร์ตสินเชื่อและการขายสินค้าแบบผ่อนชำระ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 3 ล้านบาท ลดลง 50.4% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นถึง 104.1% และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่ลดลง 10.9%

โอกาส

  • การกระตุ้นการลงทุนของภาครัฐ: ส่งผลทางอ้อมต่อความต้องการสินเชื่อของกลุ่ม SMEs ที่เป็นคู่ค้าภาครัฐ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของบริษัทฯ
  • การเติบโตของกระแส Fintech: เป็นปัจจัยบวกที่ส่งผลต่อผลประกอบการโดยรวม
  • การขยายพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อผ่านบริษัทย่อย: บริษัท ยูไลท์ ดิจิตอล มีรายได้เติบโต 6.7% ในครึ่งปีแรก และมีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์และเพิ่มประสิทธิภาพการอนุมัติเพื่อรองรับการเติบโตของฐานลูกค้าบุคคลทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่

ความเสี่ยง

  • ภาวะเศรษฐกิจไทยเผชิญความไม่แน่นอน: จากปัจจัยภายนอก เช่น ความผันผวนราคาน้ำมัน ความตึงเครียดทางการค้า และผลกระทบต่อภาคธุรกิจ SMEs ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพสินเชื่อ (NPLs)
  • คุณภาพลูกหนี้ปรับตัวลดลง: เป็นผลจากความสามารถในการชำระหนี้ที่ลดลง อันเนื่องมาจากความถดถอยของเศรษฐกิจ
  • ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น: สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของยอดเงินกู้ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากหุ้นกู้ เพื่อรองรับการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • การบริหารจัดการคุณภาพสินเชื่อและ NPL Ratio: การควบคุม NPL Ratio ให้เป็นไปตามเป้าหมาย 3% สำหรับสินเชื่อใหม่ และการบริหารจัดการหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs)
  • แนวโน้มการตั้งสำรอง ECL: การประเมินคุณภาพลูกหนี้และสถานการณ์เศรษฐกิจที่อาจส่งผลต่อการตั้งสำรองฯ ในอนาคต
  • การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ: การฟื้นตัวของรายได้จากรายการค้าและสัญญาใหม่ๆ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจ
  • การขยายฐานลูกค้าบุคคลทั่วไปผ่านบริษัทย่อย: ประสิทธิภาพของการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการอนุมัติสินเชื่อเช่าซื้อ
  • ผลกระทบจากปัจจัยภายนอก: การติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและภายในประเทศที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ SMEs

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)

NIM/NII: รายได้ดอกเบี้ยเติบโต 32.9% YoY เป็นปัจจัยบวกสำคัญ โดยเฉพาะจากสินเชื่อเช่าซื้อผ่าน ULITE ที่โต 68.3% และสินเชื่อ Factoring ที่โต 8.7% รวมถึงสินเชื่อระยะยาวที่โต 124.8% สะท้อนการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อโดยรวม แม้ว่าเอกสารจะไม่ได้ระบุ NIM โดยตรง แต่การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยนี้บ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นของ NII (Net Interest Income)

NPL/Coverage/Credit Cost: เป็นจุดอ่อนสำคัญในไตรมาสนี้ ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Credit Cost) เพิ่มขึ้นถึง 137.4% YoY สะท้อนคุณภาพลูกหนี้ที่แย่ลงตามภาวะเศรษฐกิจ ฝ่ายจัดการได้ตั้งสำรองตาม TFRS 9 ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน แต่ก็กดดันกำไรอย่างหนัก

สัดส่วนสินเชื่อ: พอร์ตสินเชื่อรวมอยู่ที่ 1,441 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากสิ้นปี 2568 โดยเน้นสินเชื่อ Factoring และ Project Backup Financing สำหรับคู่ค้าภาครัฐเป็นหลัก ซึ่งเป็นกลยุทธ์ลดความเสี่ยง

Non-NII: รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการลดลง 10.9% YoY โดยเฉพาะจากรายการค้าและสัญญาใหม่ๆ ที่ชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนที่สูงขึ้น

รายการพิเศษ/สำรอง: การตั้งสำรอง ECL ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถือเป็นรายการสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อกำไรในงวดนี้

ฐานะทางการเงินและกระแสเงินสด

  • สินทรัพย์รวม: ณ สิ้น Q2/2569 อยู่ที่ 1,121 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.4 ล้านบาทจากสิ้นปี 2568 จากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่เพิ่มขึ้น
  • หนี้สินรวม: เพิ่มขึ้น 27.4 ล้านบาทจากสิ้นปี 2568 จากเจ้าหนี้การค้าที่สอดคล้องกับการดำเนินงานที่ขยายตัว
  • อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Interest-Bearing Debt to Equity): อยู่ที่ 0.84 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.83 เท่า แต่ยังอยู่ในระดับต่ำ แสดงถึงโครงสร้างทุนที่แข็งแกร่ง
  • อัตราส่วนความสามารถชำระดอกเบี้ย (ICR): อยู่ที่ 1.5 เท่า ลดลงจาก 1.7 เท่าในปี 2568 ซึ่งสอดคล้องกับผลประกอบการที่ลดลง
  • ส่วนของผู้ถือหุ้น: เพิ่มขึ้น 3 ล้านบาท จากผลกำไรสุทธิระหว่างงวด
  • กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน: เป็นบวก 26.3 ล้านบาท สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยและการรักษาขนาดพอร์ตสินเชื่อ
  • อัตราส่วนสภาพคล่อง: ลดลงจาก 8.3 เท่า ณ สิ้นปี 2568 เป็น 6.3 เท่า ณ สิ้น Q2/2569 แต่ยังอยู่ในระดับเพียงพอ

สรุปท้าย

LIT ในไตรมาส 2 ปี 2569 เผชิญแรงกดดันจากคุณภาพลูกหนี้ที่ถดถอยตามภาวะเศรษฐกิจ ส่งผลให้ต้องตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งกลบการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยที่แข็งแกร่งไป แม้ว่าบริษัทฯ จะมีกลยุทธ์ในการบริหารความเสี่ยงและขยายพอร์ตสินเชื่ออย่างมีคุณภาพ รวมถึงการเติบโตของธุรกิจเช่าซื้อผ่านบริษัทย่อย แต่ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและผลกระทบจากปัจจัยภายนอกยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป

ยังไม่มีความคิดเห็น