WHA Q2/2569: รายได้-กำไรสุทธิหดตัว YoY เหตุโอนที่ดินวูบ แต่ธุรกิจเช่า-สาธารณูปโภค-ไฟฟ้ายังแกร่ง
รายได้รวมวูบ 22.2% กำไรสุทธิลด 32.7% YoY เหตุยอดโอนที่ดินหาย แต่ธุรกิจให้เช่า-สาธารณูปโภค-ไฟฟ้ายังเติบโตได้ดี
บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน 3,142.1 ล้านบาท ลดลง 22.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 659.2 ล้านบาท ลดลง 32.7% YoY โดยปัจจัยหลักมาจากรายได้จากธุรกิจที่ดินและการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจสาธารณูปโภค และธุรกิจไฟฟ้า ยังคงเติบโตได้ดี ช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน
Hero: หัวใจกำไร — การลดลงของรายได้จากการโอนที่ดินฉุดกำไรสุทธิ แต่ธุรกิจให้เช่าและบริการยังคงเป็นแรงหนุน
1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้ผลประกอบการของ WHA ในไตรมาส 2 ปี 2569 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน คือ การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้และส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจที่ดินและการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ซึ่งหดตัวถึง 51.9% YoY โดยเฉพาะรายได้จากการขายที่ดินที่ลดลง 25.6% และรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนที่ลดลงถึง 93.4% ส่งผลให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (Normalized Net Profit) ลดลงถึง 40.9% YoY แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากการเติบโตของรายได้จากธุรกิจให้เช่าและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ (เพิ่มขึ้น 14.3% YoY) ธุรกิจสาธารณูปโภค (เพิ่มขึ้น 7.5% YoY) และธุรกิจไฟฟ้า (เพิ่มขึ้น 91.9% YoY) เข้ามาช่วยพยุง
2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ทำให้รายได้จากธุรกิจที่ดินลดลง มาจากการ โอนที่ดินที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยในไตรมาส 2 ปี 2569 มีการโอนที่ดินรวม 208 ไร่ ลดลงจาก 301 ไร่ ในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการโอนที่ดินในไตรมาสนี้เป็นที่ดินที่บริษัทฯ เป็นเจ้าของทั้งหมด ซึ่งแตกต่างจากปีก่อนที่มีการขายทรัพย์สินเข้ากองทรัสต์ WHART เป็นจำนวนมาก ทำให้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัทร่วมทุนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ดินก็ลดลงเช่นกัน
ในทางกลับกัน ธุรกิจให้เช่าและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์เติบโตได้ดีจากการ เพิ่มขึ้นของพื้นที่ให้เช่าและอัตราการเช่าของคลังสินค้า ขณะที่ธุรกิจสาธารณูปโภคได้แรงหนุนจากการ ใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าทุกกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มปิโตรเคมี โรงไฟฟ้า และยานยนต์ และธุรกิจไฟฟ้าได้ประโยชน์จากการ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรของธุรกิจ IPP ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโรงไฟฟ้า Gheco One ที่มีผลการดำเนินงานดีขึ้นจากการแก้ไขปัญหา Heat Rate และการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่องในธุรกิจให้เช่าและบริการ, สาธารณูปโภค และไฟฟ้า แต่ธุรกิจที่ดินมีความไม่แน่นอนสูง
สำหรับธุรกิจให้เช่าและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากการขยายเฟสใหม่ของโครงการ WHA Mega Logistics Center และการพัฒนาโครงการใหม่ๆ รวมถึงการที่ศูนย์โลจิสติกส์เซ็นเตอร์แห่งแรกที่เวียดนามมีอัตราการเช่าเต็ม 100%
ธุรกิจสาธารณูปโภค คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องจากการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าอุตสาหกรรม และการขยายกำลังการผลิตและบำบัดน้ำ
ธุรกิจไฟฟ้า มีแนวโน้มเติบโตจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และการเซ็นสัญญา Private PPA เพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจที่ดินและการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนยังคงมีความไม่แน่นอนสูง เนื่องจาก ยอดโอนที่ดินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าจะมีปัจจัยหนุนจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กระตุ้นให้เกิดการย้ายฐานการลงทุน แต่การรับรู้รายได้จากการโอนที่ดินในไตรมาสนี้เป็นที่ดินที่บริษัทฯ เป็นเจ้าของทั้งหมด ซึ่งอาจส่งผลต่อการรับรู้รายได้ในระยะสั้น
Highlight สำคัญ
- รายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน ในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 3,142.1 ล้านบาท ลดลง 22.2% YoY และ 6,384.4 ล้านบาท สำหรับ 6 เดือนแรกปี 2569 ลดลง 32.1% YoY
- กำไรสุทธิ ในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 659.2 ล้านบาท ลดลง 32.7% YoY และ 2,167.5 ล้านบาท สำหรับ 6 เดือนแรกปี 2569 ลดลง 29.1% YoY
- รายได้จากธุรกิจที่ดินและการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ลดลง 51.9% YoY ในไตรมาส 2/2569 เนื่องจากยอดโอนที่ดินลดลงเหลือ 208 ไร่ จาก 301 ไร่ ในปีก่อน
- รายได้จากธุรกิจให้เช่าและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เพิ่มขึ้น 14.3% YoY ในไตรมาส 2/2569 จากการเพิ่มขึ้นของพื้นที่เช่าและอัตราการเช่า
- รายได้จากธุรกิจสาธารณูปโภค เพิ่มขึ้น 7.5% YoY ในไตรมาส 2/2569 จากปริมาณการจำหน่ายน้ำที่เพิ่มขึ้น
- รายได้จากธุรกิจไฟฟ้า เพิ่มขึ้น 91.9% YoY ในไตรมาส 2/2569 จากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรของธุรกิจ IPP ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ Gheco One
- ค่าใช้จ่ายทางการเงิน ลดลง 10.9% YoY ในไตรมาส 2/2569 จากต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักที่ลดลง
ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2569 WHA มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน 3,142.1 ล้านบาท ลดลง 22.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากธุรกิจที่ดินและการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ขณะที่ธุรกิจให้เช่าและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจสาธารณูปโภค และธุรกิจไฟฟ้า มีการเติบโตที่ดี ช่วยชดเชยผลกระทบได้บางส่วน สำหรับกำไรสุทธิอยู่ที่ 659.2 ล้านบาท ลดลง 32.7% YoY โดยมีปัจจัยกดดันหลักมาจากรายได้ที่ลดลง แม้ว่าค่าใช้จ่ายทางการเงินจะลดลง 10.9% YoY
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน 6,384.4 ล้านบาท ลดลง 32.1% YoY และมีกำไรสุทธิ 2,167.5 ล้านบาท ลดลง 29.1% YoY
โอกาส
- การเติบโตของภาคอุตสาหกรรมแห่งอนาคต: ประเทศไทยและเวียดนามยังคงเป็นเป้าหมายที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น Digital and Technology, Semiconductor, Advanced Manufacturing และพลังงานสะอาด ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ของ WHA
- การขยายธุรกิจโลจิสติกส์: การลงนามสัญญาใหม่ทั้งโครงการ Built-to-Suit และโรงงาน/คลังสินค้าสำเร็จรูป รวมถึงการได้รับคัดเลือกจากผู้ให้บริการโลจิสติกส์ชั้นนำ จะช่วยเพิ่มพื้นที่ภายใต้การบริหารจัดการและสร้างรายได้ต่อเนื่อง
- การขยายธุรกิจสาธารณูปโภค: ความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าทุกกลุ่มอุตสาหกรรม และการขยายกำลังการผลิตและบำบัดน้ำ จะช่วยสนับสนุนรายได้และกำไรในระยะยาว
- การเติบโตของธุรกิจไฟฟ้า: การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และการเซ็นสัญญา Private PPA เพิ่มเติม รวมถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้า IPP จะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโต
- การมุ่งสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและพลังงานสะอาด: การพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลและโซลูชันกรีนโลจิสติกส์ รวมถึงการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจโลกและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า
ความเสี่ยง
- ความผันผวนของยอดโอนที่ดิน: ธุรกิจที่ดินยังคงมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยภายนอก เช่น ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและยอดโอนที่ดินในอนาคต
- การแข่งขันในธุรกิจโลจิสติกส์และนิคมอุตสาหกรรม: แม้จะมีแนวโน้มที่ดี แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมยังคงสูง ซึ่งอาจส่งผลต่ออัตราการเช่าและราคาค่าเช่า
- ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน: แม้ในงวดนี้จะมีการรับรู้ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนน้อยลง แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะการดำเนินงานในต่างประเทศ
- ต้นทุนการก่อสร้างและวัตถุดิบ: ความผันผวนของต้นทุนการก่อสร้างและวัตถุดิบอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
- ข้อพิพาททางกฎหมาย: การลดลงของรายได้จากธุรกิจโมบิลิตี้เนื่องจากข้อพิพาททางกฎหมายของบางสัญญาเช่า เป็นความเสี่ยงที่ต้องบริหารจัดการ
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- แนวโน้มยอดขายและโอนที่ดิน: ติดตามการเซ็นสัญญาใหม่และแนวโน้มการโอนที่ดินในครึ่งหลังปี 2569 ว่าจะฟื้นตัวได้มากน้อยเพียงใด
- อัตราการเช่าพื้นที่โลจิสติกส์: จับตาการรักษาอัตราการเช่าพื้นที่ให้สูงอย่างต่อเนื่อง และการขยายเฟสใหม่ของโครงการ
- การรับรู้รายได้จากกองทรัสต์: ติดตามการรับรู้รายได้จากการขายทรัพย์สินเข้ากองทรัสต์ WHART และ WHAIR ในช่วงครึ่งหลังปี 2569
- ผลการดำเนินงานของธุรกิจไฟฟ้า: โดยเฉพาะโรงไฟฟ้า Gheco One และการขยายการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน
- การขยายธุรกิจในเวียดนาม: ติดตามความคืบหน้าของโครงการพัฒนาที่ดินและโลจิสติกส์ในเวียดนาม
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
- ยอดขายที่ดิน: ในครึ่งแรกปี 2569 มียอดขายที่ดินรวม 1,199 ไร่, ยอด MOU 217 ไร่, ยอดโอนที่ดิน 505 ไร่ และมี Backlog จำนวน 1,464 ไร่ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการย้ายฐานการลงทุนมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- พื้นที่ให้เช่า: ปัจจุบันมีพื้นที่ภายใต้การบริหารจัดการรวม 3,239,607 ตร.ม. โดยโครงการ WHA Mega Logistics Center บางนา-ตราด กม. 23 และเทพารักษ์ กม. 21 มีผู้เช่าเกือบเต็ม 100%
- การพัฒนาโครงการใหม่: เร่งขยายเฟสใหม่ในทำเลศักยภาพ เช่น WHA Mega Logistics Center ชลหารพิจิตร กม. 4 โครงการ 2 (เฟส 1) และ WHA Mega Logistics Center เทพารักษ์ กม. 21 (เฟส 3) รวมถึงโครงการใหม่ WHA Manufacturing Park 331
- การขายทรัพย์สินเข้ากองทรัสต์: ผู้ถือหน่วยกองทรัสต์ WHART และ WHAIR อนุมัติการลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติม คาดรับรู้รายได้ในครึ่งหลังปี 2569
- การขยายพื้นที่นิคมฯ: ในไทยมีพื้นที่รอพัฒนาและก่อสร้าง 10,340 ไร่ โดยโครงการ WHA Eastern Seaboard Industrial Estate 5 ได้รับความสนใจสูง และเริ่มโอนกรรมสิทธิ์แปลงแรกในไตรมาสนี้ ส่วนในเวียดนาม พัฒนาที่ดินในนิคม WHA Industrial Zone 1 – Nghe An และ WHA Smart Technology Industrial Zone 1
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
- สินทรัพย์รวม: ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 106,429.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,026.0 ล้านบาท จากสิ้นปี 2568 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
- หนี้สินรวม: อยู่ที่ 65,250.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,446.1 ล้านบาท จากสิ้นปี 2568 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และรายได้รับล่วงหน้าจากการขายที่ดิน
- ส่วนของผู้ถือหุ้น: อยู่ที่ 41,179.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 579.8 ล้านบาท จากสิ้นปี 2568
- อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น: อยู่ที่ 1.6 เท่า เท่ากับปีก่อน
- อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น: เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.1 เป็น 1.2 เท่า
- ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย: เพิ่มขึ้นเป็น 16.5 วัน (อยู่ในช่วงเครดิตเทอม 0-45 วัน)
- ระยะเวลาชำระหนี้เฉลี่ย: ลดลงเหลือ 43.1 วัน จาก 63.5 วันในปีก่อน
สรุปท้าย
ผลประกอบการ WHA ในไตรมาส 2 ปี 2569 ได้รับแรงกดดันจากการลดลงของยอดโอนที่ดิน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ฉุดรายได้และกำไรสุทธิให้ลดลง YoY อย่างไรก็ตาม ธุรกิจหลักอย่างการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจสาธารณูปโภค และธุรกิจไฟฟ้า ยังคงแสดงศักยภาพการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะธุรกิจไฟฟ้าที่พลิกกลับมามีส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าภาพรวมจะยังคงเผชิญความท้าทายจากยอดโอนที่ดินที่ลดลง แต่การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ลดลง และการเติบโตของธุรกิจบริการ จะช่วยสนับสนุนผลประกอบการในระยะต่อไป โดยต้องจับตาแนวโน้มการโอนที่ดินและการขยายธุรกิจในต่างประเทศอย่างใกล้ชิด