เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
STPI พลิกขาดทุนสุทธิ Q2/2566 เหลือ 25 ล้านบาท รับกำไรอัตราแลกเปลี่ยนหนุน
ข่าวสาร

STPI พลิกขาดทุนสุทธิ Q2/2566 เหลือ 25 ล้านบาท รับกำไรอัตราแลกเปลี่ยนหนุน

STPI P/E 120.09 YIELD 0.00
2 อาทิตย์ 06:25 น. 0 ความเห็น

รายได้จากการรับจ้างผลิตทรงตัว แต่ต้นทุนเร่งงานกดดันอัตรากำไรขั้นต้น ขณะที่กำไร FX และการลงทุนช่วยชดเชยผลขาดทุน

บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ STPI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกกลับมามีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 163 ล้านบาทในปีก่อน เหลือ 25 ล้านบาท แม้รายได้จากการรับจ้างผลิตจะทรงตัว แต่การบริหารจัดการต้นทุนและปัจจัยบวกจากอัตราแลกเปลี่ยนและการลงทุน ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ STPI ในไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกจากขาดทุนจำนวนมากมาสู่การขาดทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจากปัจจัยบวกที่เข้ามาช่วยชดเชยแรงกดดันจากการดำเนินงานหลัก โดยเฉพาะ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่สูงถึง 109 ล้านบาท ซึ่งชดเชยผลขาดทุนจากการดำเนินงานที่ยังคงมีอยู่

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:

ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทมีรายได้จากการรับจ้างผลิตอยู่ที่ 604 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ปริมาณงานจะใกล้เคียงกัน แต่เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2566 รายได้ลดลงประมาณ 30% เนื่องจากมีงานบางส่วนที่อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการติดตั้งและยังไม่ถึงจุดที่สามารถรับรู้รายได้ตามหลักบัญชีได้ ปัจจัยนี้ส่งผลให้ต้นทุนจากการเร่งงานเกิดขึ้นแล้ว แต่ยังไม่สามารถรับรู้รายได้เต็มที่ ประกอบกับปริมาณงานที่ยังไม่เต็มกำลังการผลิต ทำให้มีค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่ปันส่วนเข้าต้นทุนการรับจ้างผลิตจำนวน 52 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าปีก่อน 22% แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นของทุกส่วนงานจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่การรับรู้รายได้ที่ล่าช้าและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นนี้ ส่งผลให้เกิดขาดทุนขั้นต้น

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกที่เข้ามาช่วยพลิกสถานการณ์คือ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 109 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงมูลค่าทางบัญชีของสินทรัพย์และหนี้สินสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันสิ้นงวด ในขณะที่ปีก่อนบริษัทมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 11 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังรับรู้ขาดทุนจากเงินลงทุนลดลงเหลือ 6 ล้านบาท จาก 35 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากสถานการณ์ตลาดลงทุนเริ่มปรับตัวดีขึ้น

จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:

ปัจจัยบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน มีลักษณะเป็นครั้งคราว เนื่องจากเป็นการปรับปรุงมูลค่าทางบัญชีตามความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำว่าจะเกิดขึ้นในระดับเดียวกันอย่างต่อเนื่องหรือไม่ ส่วนการขาดทุนจากเงินลงทุนที่ลดลงนั้น สะท้อนถึงสถานการณ์ตลาดที่เริ่มดีขึ้น แต่ยังคงมีความกังวลต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อตลาดในอนาคตได้ ดังนั้น ปัจจัยบวกเหล่านี้จึงยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องในระดับเดียวกัน

Highlight สำคัญ

  • ขาดทุนสุทธิลดลง 85% YoY: บริษัทพลิกจากขาดทุนสุทธิ 163 ล้านบาทใน Q2/2565 มาเป็นขาดทุนสุทธิ 25 ล้านบาทใน Q2/2566
  • กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 109 ล้านบาท: เป็นปัจจัยหลักที่ช่วยชดเชยผลขาดทุนจากการดำเนินงาน
  • รายได้จากการรับจ้างผลิตทรงตัว: มีจำนวน 604 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% YoY แต่ลดลง 30% QoQ เนื่องจากงานบางส่วนรอรับรู้รายได้
  • ต้นทุนโรงงานสูงขึ้น: ค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่ปันส่วนเพิ่มขึ้น 22% YoY เป็น 52 ล้านบาท จากการเร่งงานและปริมาณงานไม่เต็มกำลัง
  • ขาดทุนจากเงินลงทุนลดลง: เหลือ 6 ล้านบาท จาก 35 ล้านบาทในปีก่อน

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการรับจ้างผลิตรวม 604 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับ 584 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2565 อย่างไรก็ตาม รายได้ลดลงประมาณ 30% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2566 เนื่องจากมีงานบางส่วนที่อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการติดตั้งและยังไม่ถึงจุดที่สามารถรับรู้รายได้ตามหลักบัญชีได้ รายได้จากการขายและบริการ และรายได้จากการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นของทุกส่วนงานจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่การที่ยังไม่สามารถรับรู้รายได้จากงานบางส่วนได้ แต่มีต้นทุนจากการเร่งงานเกิดขึ้นแล้ว ส่งผลให้เกิดขาดทุนขั้นต้น ประกอบกับปริมาณงานที่ยังคงไม่เต็มกำลังการผลิต ทำให้มีค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่ปันส่วนเข้าต้นทุนการรับจ้างผลิตจำนวน 52 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าปีก่อนประมาณ 22%

ปัจจัยสำคัญที่ช่วยพลิกสถานการณ์คือการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 109 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงมูลค่าทางบัญชีของสินทรัพย์และหนี้สินสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันสิ้นงวด ในขณะที่ปีก่อนบริษัทรับรู้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 11 ล้านบาท นอกจากนี้ การรับรู้ขาดทุนจากเงินลงทุนยังลดลงเหลือ 6 ล้านบาท จาก 35 ล้านบาทในปีก่อน จากสถานการณ์ตลาดที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น

ผลจากปัจจัยข้างต้น ทำให้บริษัทแสดงผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท จำนวน 25 ล้านบาท สำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 เทียบกับผลขาดทุนสุทธิ 163 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2565

โอกาส

  • การรับรู้รายได้จากงานที่อยู่ระหว่างดำเนินการ: หากการติดตั้งงานที่ล่าช้าสามารถดำเนินการแล้วเสร็จและรับรู้รายได้ได้ตามแผน จะช่วยเพิ่มรายได้และปรับปรุงอัตรากำไรให้ดีขึ้น
  • การบริหารจัดการต้นทุน: การควบคุมค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่ปันส่วน และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต จะช่วยลดแรงกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้น
  • โอกาสจากอัตราแลกเปลี่ยน: หากแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงแข็งค่า อาจมีโอกาสรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มเติมได้อีกในอนาคต (แม้จะมีความไม่แน่นอนสูง)

ความเสี่ยง

  • ความล่าช้าในการรับรู้รายได้: ความเสี่ยงที่งานบางส่วนจะยังคงล่าช้าในการรับรู้รายได้ตามหลักบัญชี อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในไตรมาสถัดไป
  • ค่าใช้จ่ายโรงงานที่สูง: การที่ปริมาณงานยังไม่เต็มกำลังการผลิต อาจทำให้ค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่ปันส่วนยังคงอยู่ในระดับสูง กดดันอัตรากำไร
  • ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน: แม้ในไตรมาสนี้จะได้รับผลบวก แต่ความผันผวนของค่าเงินอาจส่งผลให้เกิดขาดทุนได้ในอนาคต
  • ความกังวลต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ย: สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและความกังวลต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบต่อตลาดลงทุนและภาพรวมเศรษฐกิจ

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • ความคืบหน้าในการรับรู้รายได้จากงานที่อยู่ระหว่างดำเนินการ: จะสามารถรับรู้รายได้ได้ตามแผนหรือไม่ และจะส่งผลต่อรายได้รวมอย่างไร
  • แนวโน้มค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่ปันส่วน: จะสามารถลดลงได้หรือไม่ หากปริมาณงานเพิ่มขึ้น
  • การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน: จะมีผลกระทบต่อผลประกอบการในทิศทางใดในไตรมาสถัดไป
  • สถานการณ์ตลาดลงทุน: ผลกระทบจากการปรับขึ้นดอกเบี้ย และความผันผวนของตลาดตราสารหนี้และตราสารทุน

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)

ในส่วนของรายได้จากการขายและบริการ รวมถึงรายได้จากการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์นั้น ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมั่นคงในส่วนธุรกิจนี้ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลในเอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับ presale, backlog, การเปิดโครงการใหม่ หรือ occupancy/rental yield ที่ชัดเจน จึงไม่สามารถวิเคราะห์ในเชิงลึกตามจุดโฟกัส sector นี้ได้

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงิน เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิในไตรมาสนี้ อาจส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้

สรุปท้าย

STPI ในไตรมาส 2 ปี 2566 สามารถพลิกสถานการณ์จากขาดทุนจำนวนมากมาสู่การขาดทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ที่เข้ามาช่วยชดเชยผลขาดทุนจากการดำเนินงาน แม้รายได้จากการรับจ้างผลิตจะทรงตัว แต่แรงกดดันจากต้นทุนเร่งงานและค่าใช้จ่ายโรงงานที่สูงขึ้นยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าในการรับรู้รายได้จากงานที่อยู่ระหว่างดำเนินการ และแนวโน้มค่าใช้จ่ายโรงงาน รวมถึงความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการในอนาคต

ยังไม่มีความคิดเห็น