เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SE-ED กำไรสุทธิ Q2/2566 พุ่ง 157% รับอานิสงส์รายได้ค้าส่ง-สินค้ากำไรสูงหนุน
ข่าวสาร

SE-ED กำไรสุทธิ Q2/2566 พุ่ง 157% รับอานิสงส์รายได้ค้าส่ง-สินค้ากำไรสูงหนุน

SE-ED P/E -100.00 YIELD 0.00
2 อาทิตย์ 04:21 น. 0 ความเห็น

รายได้ค้าส่ง-สินค้า Non-book เติบโตแรง ดันกำไร SE-ED พุ่งสวนแรงกดดันเงินเฟ้อ-ต้นทุนสูง

บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SE-ED รายงานผลประกอบการครึ่งแรกปี 2566 มีกำไรสุทธิ 39.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 157.10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายให้กับสถาบันการศึกษาในช่วงเปิดภาคเรียนใหม่ และการปรับปรุงส่วนประสมผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะสินค้า Non-book ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น แม้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัว แต่ยังคงเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อ ค่าแรงที่สูงขึ้น และต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SE-ED ในครึ่งแรกปี 2566 คือ การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากกลุ่มธุรกิจค้าส่ง และการปรับปรุงส่วนประสมผลิตภัณฑ์ที่เน้นสินค้า Non-book ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูง โดยกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ เติบโตขึ้นถึง 157.10% หรือ 23.91 ล้านบาท มาอยู่ที่ 39.13 ล้านบาท

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

  • รายได้กลุ่มค้าส่งเติบโต 9.4%: เป็นผลมาจากการขายให้กับสถาบันการศึกษาในช่วงเตรียมเปิดภาคเรียนใหม่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาปกติของธุรกิจ และการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง
  • การปรับปรุงส่วนประสมผลิตภัณฑ์: โดยเฉพาะกลุ่มสินค้า Non-book (สินค้าอื่นๆ ที่ไม่ใช่หนังสือ) ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมอัตรากำไรขั้นต้นของงบการเงินเฉพาะกิจการดีขึ้น 0.25% มาอยู่ที่ 36.2% แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นรวมจะลดลงเล็กน้อย 0.06% เป็น 35.75% เนื่องจากบริษัทย่อยมีการคิดค่าเสื่อมราคาอาคารเรียนที่เพิ่งก่อสร้างเสร็จ

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่อง โดยฝ่ายจัดการได้ระบุว่าการเติบโตของรายได้ค้าส่งในช่วงเปิดภาคเรียนใหม่เป็นปัจจัยปกติของธุรกิจ และการปรับปรุงส่วนประสมผลิตภัณฑ์โดยเน้นสินค้า Non-book ที่มีกำไรสูงเป็นกลยุทธ์ที่บริษัทฯ ดำเนินการอยู่ นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการพัฒนาช่องทางออนไลน์และธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Digital ร่วมกับพันธมิตร ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในอนาคต อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาปัจจัยภายนอก เช่น ภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนแรงงานที่ยังคงเป็นแรงกดดัน

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิครึ่งแรกปี 2566 เติบโต 157.10% สู่ระดับ 39.13 ล้านบาท
  • รายได้รวมเติบโต 7.66% สู่ระดับ 1,159.36 ล้านบาท
  • อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงเล็กน้อย 0.06% อยู่ที่ 35.75% แต่ในงบเฉพาะกิจการเพิ่มขึ้น 0.25% จากการเน้นสินค้า Non-book
  • EBITDA เพิ่มขึ้น 20.30% สู่ระดับ 98.90 ล้านบาท
  • สินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 27.83% ส่วนใหญ่จากลูกหนี้การค้าสถาบันการศึกษา
  • หนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 13.15% จากการสั่งซื้อสินค้าช่วงเปิดภาคเรียน
  • หนี้สินไม่หมุนเวียนลดลง 19.16% จากการจ่ายคืนเงินกู้ระยะยาว

ภาพรวมผลประกอบการ

สำหรับครึ่งแรกปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 1,159.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 82.46 ล้านบาท หรือ 7.66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้เฉพาะกิจการเพิ่มขึ้น 7.20% ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 7.76% สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 28.82 ล้านบาท หรือ 7.47% อยู่ที่ 414.50 ล้านบาท แต่อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงเล็กน้อย 0.06% เป็น 35.75% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเพียง 0.30% และค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง 0.97 ล้านบาท ทำให้ EBITDA เพิ่มขึ้น 20.30% เป็น 98.90 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ เติบโตอย่างก้าวกระโดด 157.10% เป็น 39.13 ล้านบาท

โอกาส

  • การฟื้นตัวของภาคการค้าและบริการ: จากการท่องเที่ยวและการบริโภคที่ปรับตัวดีขึ้น
  • การเติบโตของตลาดหนังสือและสินค้าส่งเสริมการเรียนรู้: แม้ยังไม่เท่าช่วงก่อนโควิด-19 แต่มีสัญญาณฟื้นตัว
  • การพัฒนาช่องทางออนไลน์: เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
  • การพัฒนาธุรกิจใหม่ร่วมกับพันธมิตร: ในด้านการศึกษา คอนเทนต์ และเทคโนโลยี

ความเสี่ยง

  • ภาวะเงินเฟ้อ: ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
  • ต้นทุนแรงงานที่ปรับตัวสูงขึ้น: โดยเฉพาะค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้นกว่า 5.02%
  • ต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวสูงขึ้น: จากอัตราดอกเบี้ยที่ทยอยปรับขึ้น
  • การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก: ที่ยังคงรุนแรง

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • แนวโน้มการเติบโตของรายได้กลุ่มค้าส่งและสินค้า Non-book: ว่าจะสามารถรักษาโมเมนตัมได้ต่อเนื่องหรือไม่
  • ผลกระทบจากเงินเฟ้อและต้นทุนแรงงาน: ต่อกำลังซื้อและต้นทุนการดำเนินงาน
  • ความคืบหน้าในการพัฒนาช่องทางออนไลน์และธุรกิจใหม่: รวมถึงการร่วมมือกับพันธมิตร
  • การบริหารจัดการต้นทุนค่าเช่า: แม้จะมีการลดหย่อนค่าเช่า แต่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ
  • การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค: ทั้งในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)

  • รายได้: รายได้รวมเติบโต 7.66% โดยรายได้ค้าส่งเพิ่มขึ้น 9.4% และรายได้ค้าปลีกเติบโต 7.7% จากปีก่อน
  • จำนวนสาขา: มีการปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร 13 สาขา ทำให้เหลือ 229 สาขา ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2566 มีการเปิดสาขาใหม่ 2 แห่ง ได้แก่ ไอคอนสยาม และ หนองคาย ถนนมิตรภาพ
  • อัตรากำไร: อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงเล็กน้อย 0.06% เป็น 35.75% แต่ในงบเฉพาะกิจการเพิ่มขึ้น 0.25% เป็น 36.2% จากการปรับส่วนประสมผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะสินค้า Non-book
  • ต้นทุน: ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 0.30% ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง 0.97% แต่ธุรกิจบริการได้รับผลกระทบจากค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำที่สูงขึ้น

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 2,493.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.32 ล้านบาท โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 112.30 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นลูกหนี้การค้าจากสถาบันการศึกษา ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 49.98 ล้านบาท หนี้สินรวม 1,286.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.29 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 105.74 ล้านบาท จากเจ้าหนี้การค้า ส่วนหนี้สินไม่หมุนเวียนลดลง 89.45 ล้านบาท จากการจ่ายคืนเงินกู้ระยะยาว ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 46.03 ล้านบาท เป็น 1,206.63 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.07 เท่า ลดลงจาก 1.10 เท่า

กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสำหรับ 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 78.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.30% จากปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการขายช่วงเปิดภาคเรียนใหม่ กระแสเงินสดใช้ไปจากกิจกรรมการลงทุนอยู่ที่ (13.47) ล้านบาท และกระแสเงินสดใช้ไปจากกิจกรรมจัดหาเงินอยู่ที่ (78.12) ล้านบาท

สรุปท้าย

SE-ED โชว์ผลประกอบการครึ่งแรกปี 2566 เติบโตโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 157.10% จากการขับเคลื่อนของรายได้กลุ่มค้าส่งที่เติบโตตามฤดูกาล และการปรับกลยุทธ์เน้นสินค้า Non-book ที่มีกำไรสูง แม้จะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น แต่บริษัทฯ ยังคงบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีโอกาสต่อยอดการเติบโตจากช่องทางออนไลน์และธุรกิจใหม่ๆ ที่กำลังพัฒนา อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและต้นทุนการดำเนินงานในระยะต่อไป

ยังไม่มีความคิดเห็น