เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
ROCTEC โชว์ผลงานปี 68/69 กำไรสุทธิพุ่ง 39.8% รับแรงหนุนธุรกิจ ICT
ข่าวสาร

ROCTEC โชว์ผลงานปี 68/69 กำไรสุทธิพุ่ง 39.8% รับแรงหนุนธุรกิจ ICT

ROCTEC P/E 11.43 YIELD 2.75
2 อาทิตย์ 01:54 น. 0 ความเห็น

รายได้-กำไร เติบโตต่อเนื่อง ฝ่ายบริหารมั่นใจคุณภาพการดำเนินงาน

บริษัท ร็อคเทค โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ ROCTEC รายงานผลประกอบการปีงบประมาณ 2568/69 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 3,428 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 476 ล้านบาท เติบโตถึง 39.8% ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการโครงการที่มีประสิทธิภาพ การควบคุมต้นทุนที่ดี และการลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

กลุ่มธุรกิจ: เทคโนโลยี

หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ ROCTEC ในปีงบประมาณ 2568/69 คือ การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจบริการไอซีที (ICT Solutions) โดยเฉพาะธุรกิจงานสื่อประชาสัมพันธ์ดิจิทัล (Digital Display Solutions) และการขยายตัวในตลาดโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐผ่านโครงการกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเติบโต 10.8% และกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 39.8%

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:

  1. ธุรกิจบริการไอซีที (ICT Solutions) เป็นแกนหลัก: ธุรกิจนี้สร้างรายได้ถึง 85% ของรายได้รวม โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจาก:
    • ธุรกิจงานสื่อประชาสัมพันธ์ดิจิทัล (Digital Display Solutions): มีรายได้เติบโตถึง 24.3% จากการรับรู้รายได้จากคำสั่งซื้อจอแสดงผลขนาดใหญ่จากพันธมิตรในประเทศ และโครงการลักษณะ Recurrent ที่ช่วยเพิ่มความชัดเจนของรายได้ รวมถึงการขยายตัวในต่างประเทศ เช่น โครงการติดตั้งจอแสดงผลให้ผู้ให้บริการระบบรางในฮ่องกง
    • ธุรกิจงานคมนาคมขนส่ง (Transportation Solutions): เติบโต 10.5% โดยมีโครงการระบบโครงข่ายโทรคมนาคมของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท เป็นโครงการสำคัญที่สะท้อนการเข้าสู่ภาคโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐอย่างเป็นทางการ และเป็นแหล่งรายได้สำคัญ นอกจากนี้ยังได้แรงหนุนจากสัญญาบำรุงรักษา ขสมก. และโครงการระบบโครงข่าย M6/M81
    • ธุรกิจงานระบบครบวงจร (Integrated Technology Solutions): มีรายได้ทรงตัวใกล้เคียงปีก่อนที่ 1,000 ล้านบาท โดยสะท้อนการรับรู้รายได้สู่ระดับปกติหลังโครงการใหญ่ในปีก่อน และยังคงดำเนินงานกับลูกค้าภาครัฐและเอกชนในไทยและฮ่องกงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการ Smart Safety Zone CCTV และโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางสมาร์ตซิตี้
  2. การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ:
    • กำไรขั้นต้น (Gross Profit): เพิ่มขึ้น 9.0% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 27.9% แม้จะมีการปรับลดลงเล็กน้อยจากกลยุทธ์เชิงปริมาณในบางคำสั่งซื้อของธุรกิจงานสื่อประชาสัมพันธ์ดิจิทัล ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของการขยายฐานธุรกิจ ไม่ใช่แรงกดดันด้านต้นทุนเชิงโครงสร้าง
    • ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A): ลดลงถึง 14.2% สาเหตุหลักมาจากการไม่มีรายการด้อยค่าของ MYGG และค่าเสื่อมราคาที่ลดลง ซึ่งสะท้อนการควบคุมค่าใช้จ่ายและโครงสร้างการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ
  3. กำไรสุทธิ (NPAT) เติบโตโดดเด่น: ด้วยรายได้ที่เพิ่มขึ้นและการบริหารต้นทุนที่ดี ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโต 39.8% เป็น 476 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิ (NPM) อยู่ที่ 13.9%

จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:

มีโอกาสต่อเนื่อง โดยฝ่ายบริหารคาดการณ์ว่าปีงบประมาณ 2569/70 จะยังคงเติบโตต่อเนื่องในธุรกิจหลัก แม้ในอัตราที่ระมัดระวังมากขึ้น เนื่องจากโครงการ SRT ยังคงเป็นแหล่งรายได้สำคัญ และโครงการในมือของธุรกิจ Digital Display และ Integrated Technology ยังมีความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทฯ คาดว่าจะเห็นพัฒนาการที่ชัดเจนขึ้นใน คุณภาพของอัตรากำไร จากการลงทุนใน R&D และศักยภาพด้านระบบที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความร่วมมือกับลูกค้าที่มีความต่อเนื่องและสามารถขยายขนาดได้มากขึ้น รวมถึงการได้รับรางวัลด้าน AI Station Hotline ซึ่งเป็นการยืนยันศักยภาพ และเมื่อโครงการลักษณะ Recurring มีสัดส่วนมากขึ้น จะสนับสนุนแนวโน้มอัตรากำไรที่มีเสถียรภาพและปรับตัวดีขึ้น

Highlight สำคัญ

  • รายได้รวมเติบโต 10.8%: อยู่ที่ 3,428 ล้านบาท โดยมีธุรกิจบริการไอซีที (ICT Solutions) เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
  • กำไรสุทธิ (NPAT) พุ่ง 39.8%: อยู่ที่ 476 ล้านบาท จากการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพและการควบคุมต้นทุน
  • ธุรกิจงานสื่อประชาสัมพันธ์ดิจิทัล (Digital Display Solutions) โดดเด่น: มีรายได้เติบโต 24.3%
  • การเข้าสู่ตลาดโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ: ได้รับสัญญาโครงการติดตั้งระบบโทรคมนาคมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท
  • ค่าใช้จ่าย SG&A ลดลง 14.2%: จากการไม่มีรายการด้อยค่า MYGG และค่าเสื่อมราคาที่ลดลง
  • ฐานะการเงินแข็งแกร่ง: ไม่มีหนี้สินจากเงินกู้ ณ สิ้นปีงบประมาณ และมีเงินสดพร้อมรายการเทียบเท่าเงินสด 1,693 ล้านบาท

ภาพรวมผลประกอบการ

ในปีงบประมาณ 2568/69 ROCTEC มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 3,428 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจบริการไอซีที (ICT Solutions) ซึ่งสร้างรายได้ 2,917 ล้านบาท คิดเป็น 85% ของรายได้ทั้งหมด ภายใต้ธุรกิจนี้ ธุรกิจงานสื่อประชาสัมพันธ์ดิจิทัล และธุรกิจงานคมนาคมขนส่งเป็นกลุ่มหลักที่สนับสนุนการเติบโต ขณะที่ธุรกิจงานระบบครบวงจรยังคงทรงตัวได้ดี และธุรกิจสื่อโฆษณาปรับตัวดีขึ้นจากสื่อประเภท Street Furniture

กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 9.0% เป็น 957 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 27.9% ซึ่งสะท้อนการบริหารโครงการและการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะมีแรงกดดันเล็กน้อยจากกลยุทธ์เชิงปริมาณในบางคำสั่งซื้อของธุรกิจงานสื่อประชาสัมพันธ์ดิจิทัล

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ลดลง 14.2% เป็น 441 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการไม่มีรายการด้อยค่าของ MYGG และค่าเสื่อมราคาที่ลดลง ซึ่งสะท้อนการควบคุมค่าใช้จ่ายและโครงสร้างการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ

ส่งผลให้กำไรสุทธิ (NPAT) อยู่ที่ 476 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยอัตรากำไรสุทธิ (NPM) อยู่ในระดับที่ดีที่ 13.9%

โอกาส

  • การขยายตัวในตลาดโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ: สัญญาโครงการกับ รฟท. มูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท เป็นก้าวสำคัญในการเข้าสู่ตลาดภาครัฐ และวางรากฐานสำหรับโอกาสในอนาคต ทั้งการอัปเกรดขยายโครงข่าย และโครงการเมืองอัจฉริยะ
  • การเติบโตของธุรกิจงานสื่อประชาสัมพันธ์ดิจิทัล: การรับรู้รายได้จากโครงการ Recurrent และการขยายฐานลูกค้าในต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ให้บริการระบบราง
  • การพัฒนาโซลูชัน AI และ Smart Mobility: รางวัลระดับนานาชาติจากโครงการ AI Station Hotline และ MTR Care App ยืนยันศักยภาพด้าน R&D และเสริมความแข็งแกร่งกับผู้ให้บริการระบบขนส่งชั้นนำ
  • การลงทุนด้านดิจิทัลและสมาร์ตซิตี้: การให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในไทยและฮ่องกง เป็นปัจจัยสนับสนุนกิจกรรมการจัดซื้อจัดจ้างที่มีนัยสำคัญ
  • การเพิ่มสัดส่วนรายได้ Recurring: ฝ่ายบริหารคาดว่าการลงทุนใน R&D และศักยภาพด้านระบบจะนำไปสู่ความร่วมมือกับลูกค้าที่มีความต่อเนื่องมากขึ้น ซึ่งจะสนับสนุนแนวโน้มอัตรากำไรที่ดีขึ้น

ความเสี่ยง

  • ความเสี่ยงด้านช่วงเวลาการดำเนินโครงการ: รายได้และผลการดำเนินงานอาจผันผวนระหว่างงวด เนื่องจากบางโครงการในธุรกิจ ICT รับรู้รายได้ตามความคืบหน้าและกำหนดการส่งมอบ
  • ความเสี่ยงด้านโครงสร้างอัตรากำไร: อัตรากำไรระยะสั้นอาจผันผวนจากโครงสร้างโครงการ โดยเฉพาะในช่วงขยายขนาดธุรกิจงานสื่อประชาสัมพันธ์ดิจิทัลและการพัฒนาโซลูชันใหม่
  • ความเสี่ยงจากผลประกอบการของบริษัทร่วม: ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมอาจผันผวนตามอุปสงค์ด้านโฆษณา ระดับการแข่งขัน และสภาวะตลาดในประเทศที่บริษัทร่วมดำเนินธุรกิจ
  • ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาคและภูมิรัฐศาสตร์: อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นทางธุรกิจและการตัดสินใจจัดสรรเงินลงทุนของลูกค้า รวมถึงการปรับระยะเวลาโครงการภาครัฐและเอกชน

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • ความคืบหน้าโครงการกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.): มูลค่าโครงการกว่า 1,500 ล้านบาท จะเป็นแหล่งรายได้สำคัญและตัวชี้วัดการเข้าสู่ตลาดภาครัฐ
  • การเติบโตของธุรกิจงานสื่อประชาสัมพันธ์ดิจิทัล: การขยายฐานลูกค้าและโครงการลักษณะ Recurrent จะส่งผลต่อรายได้และอัตรากำไร
  • การพัฒนาโซลูชัน AI และเทคโนโลยีใหม่: ศักยภาพในการสร้างรายได้และอัตรากำไรที่สูงขึ้นในอนาคต
  • การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย SG&A: การรักษาโครงสร้างต้นทุนที่มีประสิทธิภาพเพื่อสนับสนุนการเติบโตของกำไร
  • ผลประกอบการของบริษัทร่วม (HelloLED, VGI): จะส่งผลต่อส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุน

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)

ROCTEC ดำเนินธุรกิจในกลุ่มเทคโนโลยี โดยมีจุดแข็งที่การให้บริการด้าน ICT Solutions และ Systems Solutions Provider การเติบโตของรายได้หลักมาจากธุรกิจบริการไอซีที ซึ่งแบ่งเป็น ธุรกิจงานสื่อประชาสัมพันธ์ดิจิทัล (Digital Display Solutions) ที่มีรายได้เติบโตสูงจากการรับรู้รายได้โครงการขนาดใหญ่และโครงการต่อเนื่อง รวมถึงการขยายตลาดในต่างประเทศ ธุรกิจงานคมนาคมขนส่ง (Transportation Solutions) ที่ได้แรงหนุนจากโครงการภาครัฐขนาดใหญ่ และธุรกิจงานระบบครบวงจร (Integrated Technology Solutions) ที่ยังคงรักษาฐานลูกค้าภาครัฐและเอกชนได้ดี

ฝ่ายบริหารเน้นย้ำถึงการลงทุนใน R&D และศักยภาพด้านระบบ ซึ่งเริ่มเห็นผลลัพธ์เป็นโครงการที่มีความต่อเนื่องและสามารถขยายขนาดได้มากขึ้น โดยเฉพาะโซลูชัน AI ที่ได้รับรางวัลระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันคุณภาพของอัตรากำไรในอนาคต

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 7,666 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.2% โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการบริหารเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพและการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้า

หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,620 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% โดยมีสาเหตุหลักจากการรับรู้เงินรับล่วงหน้าจากธุรกรรม HelloLED และเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นตามกิจกรรมโครงการ ROCTEC ยังคงไม่มีหนี้สินจากเงินกู้ ณ สิ้นปีงบประมาณ

ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 5,046 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.0% จากกำไรสุทธิที่สูงขึ้น

กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 528 ล้านบาท โดยได้รับแรงสนับสนุนจากกำไรก่อนภาษี แต่มีเงินทุนหมุนเวียนสุทธิไหลออกจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้า กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนเป็นเงินสดจ่ายสุทธิ 412 ล้านบาท จากการลงทุนในตราสารทางการเงินระยะสั้น กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินเป็นเงินสดจ่ายสุทธิ 251 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการจ่ายเงินปันผล

สรุปท้าย

ROCTEC โชว์ผลประกอบการปีงบประมาณ 2568/69 ที่แข็งแกร่ง ด้วยรายได้เติบโต 10.8% และกำไรสุทธิพุ่ง 39.8% โดยมีหัวใจสำคัญมาจากความสำเร็จของธุรกิจบริการไอซีที โดยเฉพาะงานสื่อประชาสัมพันธ์ดิจิทัล และการเข้าสู่ตลาดโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐผ่านโครงการ รฟท. การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A ที่ดี เป็นปัจจัยเสริมที่ช่วยผลักดันกำไรสุทธิให้เติบโตอย่างโดดเด่น แม้จะมีความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและช่วงเวลาการดำเนินโครงการ แต่ฝ่ายบริหารมั่นใจในศักยภาพการเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพัฒนาคุณภาพอัตรากำไรจากโซลูชัน AI และโครงการลักษณะ Recurring ที่จะสนับสนุนผลประกอบการในระยะยาว

ยังไม่มีความคิดเห็น