CIMBT โชว์กำไรครึ่งปีแรก 2569 พุ่ง 47% แตะ 1,488.5 ล้านบาท รับอานิสงส์รายได้ดอกเบี้ย-สำรองลด
ผลงานโดดเด่นจากรายได้ดำเนินงานที่ขยายตัว พร้อมคุมเข้มคุณภาพสินทรัพย์ดันอัตราส่วนสำรองต่อ NPL แข็งแกร่งขึ้น
ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ CIMBT รายงานผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิ 1,488.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 475.9 ล้านบาท หรือเติบโต 47.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการดำเนินงาน 9.8% ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพและการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของพอร์ตสินเชื่อและการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญของกำไรที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในรอบนี้ คือ "การขยายตัวของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) จากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง" ควบคู่ไปกับ "การลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Credit Cost)" ซึ่งเป็นปัจจัยบวกหลักที่ส่งผลโดยตรงต่อบรรทัดสุดท้ายของงบกำไรขาดทุน
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:
- รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) เพิ่มขึ้น 270.9 ล้านบาท (+11.6%): เกิดจากการบริหารต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพมากกว่ารายได้ดอกเบี้ย ส่งผลให้อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์เฉลี่ย (NIM) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 2.0% จาก 1.9% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
- การลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (-30.4%): ธนาคารสามารถควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ได้ดีขึ้นผ่านนโยบายการให้สินเชื่อที่รัดกุมและการปรับปรุงกระบวนการเรียกเก็บหนี้ ทำให้ความจำเป็นในการตั้งสำรองลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
- รายได้จากการดำเนินงานอื่น (+10.1%): ได้แรงหนุนจากกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน แม้จะมีรายการลดลงของกำไรจากการขายเงินลงทุนเข้ามาหักลบก็ตาม
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:
แนวโน้มการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิมีโอกาสต่อเนื่องหากธนาคารยังคงบริหารจัดการต้นทุนเงินฝากได้ดีในภาวะดอกเบี้ยปัจจุบัน ส่วนการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตถือเป็นผลลัพธ์จากนโยบายการจัดการความเสี่ยงที่รัดกุม ซึ่งธนาคารยังคงเน้นย้ำการแก้ปัญหาสินเชื่อด้อยคุณภาพอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านกำไรจากเครื่องมือทางการเงินอาจมีความผันผวนตามสภาวะตลาด ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์ในไตรมาสถัดไปอย่างใกล้ชิด
Highlight สำคัญ
- กำไรสุทธิ: 1,488.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.0% YoY
- รายได้จากการดำเนินงาน: 5,176.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% YoY
- NIM: ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 2.0% (จาก 1.9% ในช่วงเดียวกันของปี 2568)
- คุณภาพสินทรัพย์: NPL Ratio ลดลงเหลือ 2.1% (จาก 2.2% ณ สิ้นปี 2568)
- ความแข็งแกร่งของสำรอง: อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตต่อ NPL เพิ่มขึ้นเป็น 179.3% (จาก 171.5% ณ สิ้นปี 2568)
- เงินกองทุน: อัตราส่วนเงินกองทุนรวมต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 19.7% สะท้อนฐานะการเงินที่มั่นคง
ภาพรวมผลประกอบการ
ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2569 สะท้อนการเติบโตในทุกส่วนงานหลัก รายได้จากการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้น 9.8% ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง 0.9% ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) อยู่ที่ 53.9% แม้จะสูงขึ้นเล็กน้อยจาก 52.1% ในปีก่อน แต่กำไรจากการดำเนินงานยังคงเติบโตแข็งแกร่งถึง 84.5%
โอกาส
การเพิ่มขึ้นของสินเชื่อสุทธิ 4.1% จากสิ้นปี 2568 แสดงถึงความสามารถในการขยายพอร์ตสินเชื่อท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย ประกอบกับกลยุทธ์การบริหารจัดการหนี้เสียที่มีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
ความเสี่ยง
ความผันผวนของกำไรจากเครื่องมือทางการเงินและกำไรจากการขายเงินลงทุน ซึ่งเป็นรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) อาจส่งผลกระทบต่อรายได้รวมในแต่ละไตรมาส รวมถึงความเสี่ยงด้านเครดิตที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องแม้สถานการณ์ NPL จะปรับตัวดีขึ้น
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- การรักษา NIM ในภาวะการแข่งขันด้านเงินฝากและทิศทางดอกเบี้ย
- ความต่อเนื่องในการบริหารจัดการ NPL ให้ลดลงตามเป้าหมาย
- ระดับการตั้งสำรองส่วนเกิน (ปัจจุบันมีสำรองส่วนเกิน 1.5 พันล้านบาท)
- ผลกระทบจากการขายพอร์ตลูกหนี้สินเชื่อตามสัญญา Asset Purchase Agreement ที่อาจส่งผลต่อโครงสร้างงบการเงินในอนาคต
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่มธุรกิจการเงิน)
ธนาคารมีการบริหารจัดการพอร์ตสินเชื่ออย่างระมัดระวัง โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีเงินให้สินเชื่อสุทธิ 242.2 พันล้านบาท และเงินฝาก 309.2 พันล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก (LDR) อยู่ที่ 78.3% เพิ่มขึ้นจาก 77.2% ณ สิ้นปี 2568 แสดงถึงการใช้สภาพคล่องที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ฐานะทางการเงินของธนาคารยังคงแข็งแกร่งด้วยอัตราส่วนเงินกองทุนรวมต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่ 19.7% และเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่ 15.4% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดอย่างมีนัยสำคัญ
สรุปท้าย
CIMBT ปิดครึ่งปีแรก 2569 ด้วยผลประกอบการที่โดดเด่นจากการบริหาร NIM ได้ดีขึ้นและการลดลงของต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิต แม้จะมีปัจจัยเรื่องการปรับโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อผ่านการขายสินทรัพย์ แต่ด้วยระดับเงินกองทุนที่แข็งแกร่งและแนวโน้มคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น ทำให้ธนาคารมีพื้นฐานที่มั่นคงสำหรับการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง