เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
BKGI กำไรสุทธิ Q3/67 พุ่ง 48.4% รับแรงหนุนรายได้บริการ-ขายผลิตภัณฑ์
ข่าวสาร

BKGI กำไรสุทธิ Q3/67 พุ่ง 48.4% รับแรงหนุนรายได้บริการ-ขายผลิตภัณฑ์

BKGI P/E 17.88 YIELD 2.45
6 ชั่วโมง 17:47 น. 0 ความเห็น

รายได้บริการ-ขายผลิตภัณฑ์โตต่อเนื่อง หนุนกำไร BKGI Q3/67 พุ่ง 48.4% YoY ขณะที่ต้นทุนบริหารจัดการได้ดี

บริษัท แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BKGI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2567 มีกำไรสุทธิ 37.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการให้บริการตรวจคัดกรองความผิดปกติทางพันธุกรรมด้านอนามัยเจริญพันธุ์ และรายได้จากการขายเครื่องมือห้องปฏิบัติการและน้ำยา ขณะที่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้น

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

1) หัวใจคืออะไร

หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BKGI ในไตรมาส 3/2567 คือ การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์และการให้บริการ โดยเฉพาะรายได้จากการขายเครื่องมือห้องปฏิบัติการและน้ำยาที่เพิ่มขึ้นถึง 1,238.02% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และรายได้จากการให้บริการตรวจคัดกรองความผิดปกติทางพันธุกรรมด้านอนามัยเจริญพันธุ์ที่เพิ่มขึ้น 15.61% ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิรวมเพิ่มขึ้นถึง 48.41% YoY

2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

  • รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์: การเติบโตนี้มาจากกลยุทธ์การขยายตลาดการขายเครื่องมือห้องปฏิบัติการพร้อมการสั่งน้ำยารายเดือนและการขายน้ำยาทางห้องปฏิบัติการให้กับทั้งภาครัฐและเอกชน ประกอบกับการชนะการเสนอราคาน้ำยากับหน่วยงานภาครัฐจำนวน 3 โครงการ ทำให้ยอดขายผลิตภัณฑ์เติบโตอย่างก้าวกระโดด
  • รายได้จากการให้บริการ: การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการตรวจคัดกรองความผิดปกติทางพันธุกรรมด้านอนามัยเจริญพันธุ์ มาจากการให้บริการตรวจคัดกรองความผิดปกติของตัวอ่อนก่อนการฝังตัว (PGT-A) ที่เพิ่มขึ้นจากการร่วมงานกับคลินิกผู้มีบุตรยากเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การชนะการเสนอราคางานของสถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ กรมการแพทย์ ก็เป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนรายได้ในส่วนนี้
  • การบริหารต้นทุน: บริษัทฯ สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้ดีขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าจากการปรับลดจำนวนพนักงานฝ่ายธุรการหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ประกอบกับการบริหารต้นทุนในการขายที่ทำได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีโอกาสต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ เนื่องจากบริษัทฯ มีแผนขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง และการชนะการประมูลโครงการภาครัฐต่างๆ สะท้อนถึงศักยภาพในการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรายได้จากการให้บริการตรวจคัดกรองความผิดปกติทางพันธุกรรมด้านอนามัยเจริญพันธุ์ อาจมีความผันผวนตามอัตราการฝากครรภ์และสภาวะการแข่งขันทางราคาที่เพิ่มขึ้น ส่วนรายได้จากการตรวจวิเคราะห์กลุ่มโรคติดเชื้อมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องตามสถานการณ์โควิด-19 ที่ดีขึ้น

Highlight สำคัญ

  • กำไรสุทธิ Q3/67 เติบโต 48.41% YoY แตะ 37.86 ล้านบาท
  • รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์พุ่ง 1,238.02% YoY จากการขยายตลาดเครื่องมือและน้ำยาห้องปฏิบัติการ
  • รายได้บริการอนามัยเจริญพันธุ์เพิ่ม 15.61% YoY จากการร่วมมือกับคลินิกผู้มีบุตรยาก
  • อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายเพิ่มขึ้น จากการบริหารต้นทุนที่ดี
  • ต้นทุนบริหารจัดการลดลง YoY จากการปรับโครงสร้างพนักงาน
  • ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น หลัง IPO มีเงินสดเพิ่มขึ้น

ภาพรวมผลประกอบการ

งวด 9 เดือน ปี 2567: บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 37.86 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 15.25% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากรายได้จากการให้บริการตรวจคัดกรองความผิดปกติทางพันธุกรรมด้านอนามัยเจริญพันธุ์เพิ่มขึ้น, รายได้การขายเครื่องมือห้องปฏิบัติการและน้ำยาเพิ่มขึ้น และการชนะการประมูลโครงการภาครัฐ 4 โครงการ ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น

งวด 3 เดือน (Q3/67): กำไรสุทธิ 14.40 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 15.71% เพิ่มขึ้น YoY จากเหตุผลเดียวกับงวด 9 เดือน

เทียบกับไตรมาส 2/2567 (QoQ): กำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย โดยหลักมาจากรายได้บริการที่ลดลงจากการฝากครรภ์ในประเทศที่ลดลง แต่มีรายได้จากการขายเครื่องมือและน้ำยาเพิ่มขึ้นมาทดแทน

โอกาส

  • การขยายตลาดผลิตภัณฑ์: การเติบโตของรายได้จากการขายเครื่องมือและน้ำยาห้องปฏิบัติการมีแนวโน้มต่อเนื่องจากการขยายฐานลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชน
  • การร่วมมือกับคลินิกผู้มีบุตรยาก: การขยายเครือข่ายความร่วมมือจะช่วยเพิ่มรายได้จากการให้บริการตรวจคัดกรองความผิดปกติของตัวอ่อนก่อนการฝังตัว (PGT-A)
  • โครงการภาครัฐ: การชนะการประมูลโครงการใหม่ๆ โดยเฉพาะงานบริการตรวจวิเคราะห์ให้กับภาครัฐ จะเป็นแหล่งรายได้สำคัญ
  • บริการใหม่: การเตรียมขยายบริการใหม่ๆ เช่น การตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ (TMAO) ในช่วงครึ่งปีหลังและปี 2568

ความเสี่ยง

  • การแข่งขันด้านราคา: การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในบริการตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์ (NIPT) อาจส่งผลต่ออัตรากำไร
  • อัตราการฝากครรภ์: ความผันผวนของอัตราการฝากครรภ์ในประเทศอาจส่งผลกระทบต่อรายได้บริการด้านอนามัยเจริญพันธุ์
  • การลดลงของโรคติดเชื้อ: การคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 ทำให้รายได้จากการตรวจวิเคราะห์กลุ่มโรคติดเชื้อลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
  • ต้นทุนบริการที่เพิ่มขึ้น: การลงทุนในอุปกรณ์ใหม่และการสรรหาบุคลากรเพื่อรองรับบริการใหม่ อาจส่งผลให้ต้นทุนบริการเพิ่มขึ้น

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • การเติบโตของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์: จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตสูงนี้ได้ต่อเนื่องหรือไม่
  • ผลการดำเนินงานของบริการใหม่: ประสิทธิภาพและการยอมรับของบริการใหม่ที่จะเปิดตัวในปี 2568
  • การบริหารจัดการต้นทุนบริการ: ความสามารถในการควบคุมต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนและการขยายบริการ
  • การแข่งขันในตลาด NIPT: กลยุทธ์การรับมือกับการแข่งขันด้านราคาและผลกระทบต่ออัตรากำไร
  • การชนะการประมูลโครงการภาครัฐเพิ่มเติม: โอกาสในการสร้างรายได้จากภาครัฐในอนาคต

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)

  • รายได้จากการให้บริการ: เติบโต 5.15% YoY ใน 9 เดือนแรก โดยมีแรงหนุนหลักจากบริการตรวจคัดกรองความผิดปกติทางพันธุกรรมด้านอนามัยเจริญพันธุ์ (+15.61%) และการคัดกรองอื่นๆ (+973%) แต่ถูกหักล้างด้วยการลดลงของบริการตรวจวิเคราะห์กลุ่มโรคติดเชื้อ (-99.12%)
  • รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์: เติบโตโดดเด่น 1,238.02% YoY ใน 9 เดือนแรก จากการขยายตลาดเครื่องมือและน้ำยาห้องปฏิบัติการ
  • กำไรขั้นต้นบริการ: ลดลง 4.69% YoY ใน 9 เดือนแรก เนื่องจากบริการกลุ่มโรคติดเชื้อซึ่งมีกำไรขั้นต้นสูงลดลง และต้นทุนบริการเพิ่มขึ้นจากการลงทุนอุปกรณ์ใหม่และบุคลากร
  • กำไรขั้นต้นขาย: เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนการบริหารต้นทุนขายที่ดีขึ้น และการทยอยรับรู้รายได้น้ำยารายเดือนที่มีกำไรขั้นต้นสูง
  • ค่าใช้จ่ายในการขาย: เพิ่มขึ้น 58.42% YoY ใน 9 เดือนแรก จากค่าใช้จ่ายสื่อออนไลน์และการประชาสัมพันธ์
  • ค่าใช้จ่ายในการบริหาร: ลดลง 18.92% YoY ใน 9 เดือนแรก จากการปรับลดจำนวนพนักงาน

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

  • สินทรัพย์รวม: เพิ่มขึ้น 101.80% ณ สิ้น Q3/67 เป็น 591.32 ล้านบาท จากเงิน IPO และลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น
  • หนี้สินรวม: เพิ่มขึ้น 16.14% เป็น 66.43 ล้านบาท จากเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น
  • ส่วนของผู้ถือหุ้น: เพิ่มขึ้น 104.00% เป็น 524.89 ล้านบาท จากเงิน IPO และกำไรสะสม
  • อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน: ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 0.24 เท่า ณ สิ้นปี 2566 เป็น 0.13 เท่า ณ สิ้น Q3/67 สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นหลัง IPO

สรุปท้าย

BKGI โชว์ผลประกอบการ Q3/67 แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตเกือบ 50% YoY โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ และการเติบโตของรายได้บริการด้านอนามัยเจริญพันธุ์ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น แม้ว่ารายได้จากบริการโรคติดเชื้อจะลดลงตามสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลง บริษัทฯ มีโอกาสในการเติบโตต่อเนื่องจากแผนขยายตลาดผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ รวมถึงการชนะโครงการภาครัฐ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านราคาและผลกระทบต่ออัตรากำไร รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนบริการที่อาจเพิ่มขึ้นจากการลงทุนในอนาคต

ยังไม่มีความคิดเห็น