MAGURO ลุ้นกำไรทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง
ไฮไลท์สำคัญ
บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์หุ้น MAGURO โดยคงคำแนะนำ "ซื้อ" พร้อมกำหนดราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ไว้ที่ 24.10 บาท โดยประเมินว่าแม้ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 จะได้รับแรงกดดันจากกำลังซื้อในประเทศ แต่บริษัทมีแผนรุกขยายสาขาและเปิดแบรนด์ใหม่ที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะช่วยผลักดันให้กำไรปกติกลับมาเติบโตและทำจุดสูงสุดใหม่ (New High) ได้ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569
เจาะลึกแนวโน้มผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2/2569 คาดกำไรปกติอยู่ที่ 36-39 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากการลดค่าใช้จ่ายโปรโมชั่นลง ส่งผลให้ อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เริ่มฟื้นตัว มาอยู่ที่ระดับ 46.2% แม้รายได้ต่อสาขาเดิม (SSSG) อาจติดลบเล็กน้อย แต่ถูกชดเชยด้วยการขยายสาขาเพิ่มขึ้น 13 สาขาจากปีก่อน ส่วนแนวโน้มครึ่งปีหลัง 2569 คาดกำไรจะเติบโตโดดเด่นจากการเปิดแบรนด์ใหม่ เช่น “Sushi Kaiten Onodera” และ “Kiwamiya” รวมถึงเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นในไตรมาส 4/2569 ทำให้ประมาณการกำไรปกติปี 2569 อยู่ที่ 167 ล้านบาท (+7.6% YoY) และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องในปี 2570 สู่ระดับ 210 ล้านบาท (+26.1% YoY)
ข้อสังเกตด้านการเงินและการลงทุน
ฐานะทางการเงินของ MAGURO มีความแข็งแกร่งมาก โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 มี เงินสดในมือถึง 308 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอต่อการรองรับแผนขยายสาขาใหม่ได้อีกไม่ต่ำกว่า 15 สาขา โดยไม่กระทบต่อกระแสเงินสดสุทธิและนโยบายการจ่ายเงินปันผล ทั้งนี้ ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบน PER26 เพียง 13.5 เท่า ซึ่งถือว่า ยัง Laggard (ถูกกว่า) เมื่อเทียบกับกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร อย่าง M และ AU ที่เทรดบน PER สูงกว่า อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงเรื่องกำลังซื้อในประเทศและต้นทุนวัตถุดิบอย่างใกล้ชิด
สรุปภาพรวม
บล.หยวนต้า มองว่า MAGURO เป็นหุ้นที่มีศักยภาพการเติบโตสูงจากการขยายสาขาเชิงรุกและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ โดยราคาเป้าหมาย 24.10 บาท สะท้อนมุมมองเชิงอนุรักษ์นิยม ซึ่งหากบริษัทสามารถทำได้ตามแผนหรือมีปัจจัยบวกเพิ่มเติม เช่น ราคาปลาแซลมอนลดลง หรือกำลังซื้อฟื้นตัว จะถือเป็น Upside ที่น่าสนใจ สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสในหุ้นกลุ่มอาหารที่กำลังเข้าสู่รอบการเติบโตใหม่