BTG พ้นจุดต่ำสุดเตรียมทะยานรับข่าวดีครึ่งปีหลัง
ไฮไลท์สำคัญ
บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ออกบทวิเคราะห์หุ้น BTG โดยประเมินว่าบริษัทได้ผ่านพ้นช่วงภาวะสินค้าล้นตลาด (Oversupply) ไปแล้ว และกำลังเข้าสู่ช่วงภาวะสินค้าขาดแคลน (Shortage) ซึ่งจะส่งผลบวกต่อราคาขาย โดยคาดการณ์ว่าผลประกอบการในไตรมาส 2/2569 จะเป็นจุดต่ำสุดของปี ก่อนจะเห็นการฟื้นตัวอย่างชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569
วิเคราะห์สถานการณ์และแนวโน้มการเติบโต
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2/2569 คาดว่ากำไรจะอยู่ที่ประมาณ 900 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้าเนื่องจากราคาไก่ในประเทศปรับตัวลงและต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นจากการสต็อกวัตถุดิบล็อตใหม่ อย่างไรก็ตาม ผลบวกจากธุรกิจหมูเริ่มชัดเจน โดยราคาหมูมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องจากปัญหาโรคระบาด FMD-SAT1 ที่ทำให้ Supply ในระบบลดลง ประกอบกับโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ช่วยหนุนความต้องการบริโภค นอกจากนี้ การส่งออกเนื้อหมูไปมาเลเซียมีทิศทางเติบโตโดดเด่น จากเป้าหมาย 200-400 ตัวต่อเดือนในไตรมาส 1/2569 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 10,000 ตัวต่อเดือนภายในไตรมาส 4/2569 ส่วนธุรกิจส่งออกไก่ยังได้รับอานิสงส์จากความต้องการความมั่นคงทางอาหารในต่างประเทศ ทำให้มีออเดอร์ยาวถึงไตรมาส 3/2569
ข้อสังเกตด้านต้นทุนและการบริหารจัดการ
ในส่วนของต้นทุนอาหารสัตว์ แม้ราคาข้าวโพดจะปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทได้รับผลกระทบจำกัดเนื่องจากมีสต็อกราคาเดิมและมีการล็อคราคาไว้ล่วงหน้า ขณะที่กากถั่วเหลืองและข้าวสาลีมีแนวโน้มราคาลดลงต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการบริหารจัดการต้นทุน ทั้งนี้หยวนต้าได้ปรับประมาณการกำไรปี 2569 ขึ้น 8% เป็น 4,964 ล้านบาท โดยปรับอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นเป็น 15.6% จากกลยุทธ์การเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูง
สรุปคำแนะนำการลงทุน
บล.หยวนต้า ปรับคำแนะนำหุ้น BTG ขึ้นเป็น "ซื้อ" โดยให้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 25.50 บาท (อิง PER 10 เท่า) ซึ่งมี Upside gain สูงถึง 29.4% จากราคาปิดล่าสุด โดยมองว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมาได้สะท้อนปัจจัยลบของไตรมาส 2/2569 ไปหมดแล้ว จึงถือเป็นโอกาสดีในการเข้าสะสมเพื่อรอรับการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของราคาเนื้อสัตว์ในช่วงครึ่งปีหลัง