SJWD พลิกวิกฤติเป็นโอกาส: ASPS ชี้เป้า 10.50 บาท จากการฟื้นตัวครึ่งปีหลัง
ไฮไลท์สำคัญ
ถึงแม้ SJWD จะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและซัพพลายเชนที่ไม่แน่นอนใน 1Q69 แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ กำไร 1Q69 อยู่ที่ 276 ล้านบาท ลดลง 24% YoY แต่เป็นกำไรจากการดำเนินงาน
วิเคราะห์ผลกระทบและแนวโน้ม
ASPS มองว่าพฤติกรรมลูกค้าที่เร่งนำเข้าและเพิ่ม inventory เป็นแรงหนุนต่อธุรกิจคลังสินค้าและ freight นอกจากนี้ SJWD ยังเดินหน้าขยายธุรกิจทั้งโครงการห้องเย็นในมาเลเซีย การเพิ่ม capacity และความร่วมมือกับพันธมิตร รวมถึงเข้าสู่ supply chain ใหม่อย่าง AI และ Data Center ด้านต้นทุน บริษัทจะเร่งรวมระบบ IT เพื่อลดความซ้ำซ้อนและลด SG&A ลงอย่างมีนัยสำคัญในปี 2570 พร้อมปรับโครงสร้างหนี้เพื่อลดภาระดอกเบี้ย
แนวโน้ม 2Q69 ยังอยู่ในทิศทางที่ดี จากการทำ front-loading และการสะสม inventory ต่อเนื่อง ธุรกิจคลังสินค้าและ D2C อยู่ในระดับสูง ขณะที่คลังห้องเย็นฟื้นตัวชัดเจน ธุรกิจยานยนต์เริ่มเห็น momentum หลังงานมอเตอร์โชว์ ส่วนธุรกิจ freight ยังได้อานิสงส์จากค่าระวางที่ทรงตัวระดับสูง การเติบโตระยะถัดไปจะมาจากธุรกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนาม
Alpha มีแผนขายสินทรัพย์คลังสินค้าเข้ากอง REIT มูลค่า 3-4 พันล้านบาท ในช่วงปลายปี เพื่อนำเงินกลับมาหมุนขยายโครงการใหม่ โดยมีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่คลังสินค้า 1 ล้านตรม. จากปัจจุบันที่มีอยู่แล้ว 3.6 แสนตรม และกำลังขยายเพิ่มอีก 1.5 แสนตรม. ภายในปี 2570
ข้อสังเกตและการประเมินมูลค่า
ASPS คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 1,225 ล้านบาท (+4.5%YoY) โดยคาดผลประกอบการจะฟื้นตัวชัดในครึ่งปีหลังจากการควบคุม SG&A และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ควบคู่กับ upside จากแผนขายสินทรัพย์เข้า REIT ช่วงปลายปี ประเมินมูลค่าเหมาะสมด้วยวิธี DCF ที่ 10.50 บาท (เทียบเท่า PER 15.5 เท่า)
สรุป
ASPS แนะนำ "ซื้อ" SJWD โดยมีราคาเป้าหมาย 10.50 บาท มองว่าบริษัทสามารถพลิกวิกฤติเป็นโอกาส และมีการเติบโตที่แข็งแกร่งในอนาคต