สรุปภาพรวมผลการดำเนินงาน NEX ไตรมาส 1/2569
ไฮไลท์สำคัญ: พลิกโฉมสู่ Total Green Logistics Solution
บริษัท เน็กซ์พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEX ประกาศจุดเปลี่ยนสำคัญในไตรมาส 1/2569 ด้วยการยกระดับธุรกิจจากการเป็นผู้จัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ สู่การเป็นผู้ให้บริการ “Total Green Logistics Solution” แบบครบวงจร ทั้งชิ้นส่วนยานยนต์ ระบบสถานีชาร์จ และบริการหลังการขาย เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าองค์กรที่ต้องการลดต้นทุนพลังงานท่ามกลางราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
"บริษัทมุ่งเน้นการส่งมอบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไฟฟ้าอย่างครบวงจร เพื่อสร้างความมั่นคงในการดำเนินงานระยะยาวและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบขนส่งสีเขียวอย่างยั่งยืน"
ผลการดำเนินงาน: รายได้โตกระโดดและสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน
ในไตรมาส 1/2569 NEX มีรายได้รวมอยู่ที่ 353 ล้านบาท เติบโตขึ้น 54.6% จากไตรมาสก่อนหน้า และเติบโตกว่า 100% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการส่งมอบยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์จำนวน 41 คัน ทั้งรถหัวลาก รถโดยสาร และรถขนส่งพัสดุ ด้านกำไรมีการปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย EBITDA พลิกจากติดลบ 18 ล้านบาท มาเป็นบวก 34 ล้านบาท (YoY) ขณะที่ผลขาดทุนสุทธิปรับตัวดีขึ้นจาก -112 ล้านบาท เหลือ -62 ล้านบาท สะท้อนว่าบริษัทผ่านจุดต่ำสุดและเริ่มฟื้นตัวอย่างมั่นคง นอกจากนี้ยังมีอัตราส่วนสภาพคล่อง (Quick Ratio) แข็งแกร่งขึ้นที่ 1.64 และอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ในระดับเหมาะสมที่ 0.6–0.7
ข้อสังเกต: ปัจจัยบวกจากนโยบายรัฐและต้นทุนพลังงาน
บริษัทได้รับอานิสงส์จากปัจจัยภายนอก ทั้งราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับสูง 95–115 ดอลลาร์/บาร์เรล และมาตรการ C-BAM ของสหภาพยุโรปที่บีบให้ภาคขนส่งต้องปรับตัว นอกจากนี้ โครงสร้างภาษีสรรพสามิตรรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ที่ต่ำเพียง 2% เป็นเวลา 7 ปี ยังช่วยสร้างความได้เปรียบด้านต้นทุนในระยะยาวเมื่อเทียบกับรถยนต์สันดาป ทั้งนี้ NEX ยังเสริมความแกร่งด้วยศูนย์บริการ 10 แห่งทั่วประเทศและระบบบริหารจัดการลูกค้า (EMS) เพื่อรองรับการเติบโตของฐานลูกค้าองค์กร
สรุปทิศทาง: เร่งส่งมอบสต๊อกและลุ้นดีลใหญ่
เป้าหมายระยะสั้นของ NEX คือการเร่งส่งมอบสินค้าคงเหลือในสต๊อกทั้งหมดภายในปี 2569 พร้อมรับรู้รายได้จากผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น EV Cargo Van และ BAW M8 MPV ในช่วงครึ่งปีหลัง โดยบริษัทกำลังเร่งดำเนินงานประมูลรถเมล์ไฟฟ้า 1,500 คัน กับ BMTA ซึ่งคาดว่าจะส่งมอบล็อตแรก 500 คัน ได้ภายในครึ่งปีแรกนี้ ทั้งนี้ นักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าของการประมูลดังกล่าว รวมถึงยอดจองรถ EV Cargo Van และ Next Cargo One Tastic ที่มียอดจองสะสมสูงถึง 12,000 คัน ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนรายได้หลักในไตรมาส 3 และ 4 ของปีนี้
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- เป้าหมายการทำกำไร: คาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวของกำไรชัดเจนในไตรมาส 2 ถึง 3 ของปีนี้ เนื่องจากรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นเริ่มเติบโตอย่างมั่นคง
- ยอดจองและแผนส่งมอบ: มียอดจองจากลูกค้าองค์กร 12,000 คัน (EV Cargo Van และ Next Cargo One Tastic) โดยจะทยอยส่งมอบในช่วงไตรมาส 3 และ 4
- ความคืบหน้าโครงการ BMTA: อยู่ระหว่างดำเนินงานประมูลรถเมล์ไฟฟ้า 1,500 คัน โดยมีแผนส่งมอบรถล็อตแรก 500 คันภายในครึ่งปีแรก 2569