NEX พลิกฟื้น! รายได้พุ่ง 143% จาก EV เชิงพาณิชย์ แต่ยังขาดทุน 62.65 ล้าน
ไฮไลท์สำคัญ: รายได้โตกระโดด แต่ยังไม่พ้นขาดทุน
NEX โชว์ผลงานไตรมาส 1/2569 รายได้รวม 353.38 ล้านบาท โตถึง 143% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงขาดทุนสุทธิ 62.65 ล้านบาท แม้จะดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
รายได้พุ่งจาก EV เชิงพาณิชย์
การเติบโตของรายได้มาจากธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ที่เพิ่มขึ้นถึง 181.23 ล้านบาท จากการส่งมอบรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ 41 คัน นอกจากนี้ ธุรกิจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และระบบซอฟท์แวร์ก็มีรายได้เพิ่มขึ้น 20.39 ล้านบาท
เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า รายได้เพิ่มขึ้น 124.89 ล้านบาท แม้ว่าจำนวนรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ที่ส่งมอบจะน้อยกว่า แต่รายได้รวมยังคงเพิ่มขึ้นเนื่องจากรถที่ส่งมอบในไตรมาสนี้ส่วนใหญ่มีมูลค่าต่อหน่วยสูงกว่า และมีรายการรับคืนสินค้าน้อยลง
วิเคราะห์ผลกระทบจากเศรษฐกิจและกลยุทธ์
แม้เศรษฐกิจโลกจะผันผวนจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้น แต่ NEX มองว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้ากำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญด้านต้นทุน โดย BloombergNEF คาดการณ์ว่าราคาแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจะลดลงสู่ระดับที่ทำให้รถ EV สามารถแข่งขันด้านราคากับรถยนต์สันดาปได้
NEX มุ่งเน้นการส่งมอบ "เสถียรภาพของต้นทุนการดำเนินงาน" และขยายสู่ตลาดรถยนต์นั่งเอนกประสงค์ (Premium Passenger MPV) ผ่านความร่วมมือกับ Beijing Automobile Works (BAW) นอกจากนี้ ยังขยายศูนย์บริการ NEXA & Dealer Network ไปยังพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ
สรุป: ทิศทางสดใส แต่ยังต้องจับตา
NEX มีทิศทางการเติบโตที่สดใสจากธุรกิจ EV เชิงพาณิชย์ และการขยายตลาดสู่รถยนต์นั่งเอนกประสงค์ อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายในการลดต้นทุนและสร้างกำไรอย่างยั่งยืน การเปิดตัวรถตู้ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ Vantastic และรถยนต์นั่งเอนกประสงค์ไฟฟ้าพรีเมียม BAW M8 ในอนาคตอันใกล้ จะเป็นตัวแปรสำคัญในการผลักดันการเติบโตของ NEX