บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
AKR กำไรทรุด 92% เหตุเศรษฐกิจชะลอ-แข่งเดือด!
P/E 7.31 YIELD 6.91 ราคา 0.94 (0.00%)
ไฮไลท์สำคัญ: AKR กำไรไตรมาส 1/69 ดิ่งเหว 92% เหลือ 7.29 ล้านบาท จากปีก่อน 91.49 ล้านบาท รายได้รวมวูบ 41.28% เหลือ 334.31 ล้านบาท เจอพิษเศรษฐกิจซบเซา-แข่งราคาดุเดือด
บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน) (AKR) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 กำไรสุทธิ 7.29 ล้านบาท ลดลงถึง 92.04% จาก 91.49 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 334.31 ล้านบาท ลดลง 41.28% จาก 569.35 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการจำหน่ายหม้อแปลงไฟฟ้าที่ลดลง ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนในประเทศที่ชะลอตัว รวมถึงการแข่งขันด้านราคาในตลาดที่สูงขึ้น
สถานการณ์เศรษฐกิจกดดัน:
AKR เผชิญกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก จากความตึงเครียดระหว่างประเทศ โดยเฉพาะผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ทำให้ราคาวัตถุดิบหลักในการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้น บริษัทจึงต้องวางแผนจัดซื้อวัตถุดิบอย่างรัดกุม เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการขาดแคลนและควบคุมต้นทุนการผลิต
เจาะลึกตัวเลข:
- กำไรขั้นต้น: ลดลง 57.01% เหลือ 75.37 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 22.62% ลดลงจากปีก่อน เนื่องจากไตรมาส 1/68 มีคำสั่งซื้อขนาดใหญ่และบริหารจัดการต้นทุนได้ดีกว่า
- รายได้จากการดำเนินงาน: ลดลง 35.03% จากการส่งมอบหม้อแปลงไฟฟ้ารายการใหญ่ลดลง และผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัว
- ต้นทุนจากการดำเนินงาน: ลดลง 23.61% สอดคล้องกับการลดลงของรายได้
- รายได้อื่น: ลดลง 98.11% เนื่องจากปีก่อนมีกำไรจากการขายทรัพย์สินที่ระยอง
- ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่าย: ลดลง 51.35% เนื่องจากการลดกิจกรรมส่งเสริมการขาย
- ค่าใช้จ่ายในการบริหาร: ลดลง 17.32% จากค่าใช้จ่ายสำนักงานและภาษีที่ลดลง
- ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้: ลดลง 87.49% เนื่องจากปีก่อนมีการรับรู้ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีจากการขายโรงงาน
- สินทรัพย์: เพิ่มขึ้น 4.87% เป็น 2,295 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากสินค้าคงเหลือ
- หนี้สิน: เพิ่มขึ้น 20.41% เป็น 585.80 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากเจ้าหนี้การค้าและเงินกู้ยืมระยะสั้น
- ส่วนของผู้ถือหุ้น: เพิ่มขึ้น 0.43% เป็น 1,709.20 ล้านบาท
จับตาอนาคต:
AKR ยังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการจัดซื้อวัตถุดิบเพื่อลดผลกระทบจากราคาผันผวน อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมีคำสั่งซื้อขนาดใหญ่ที่คาดว่าจะส่งผลให้กำไรขั้นต้นสูงขึ้นในช่วงไตรมาส 2 และ 3 ปี 2569 นอกจากนี้ บริษัทยังมีการซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน