https://aio.panphol.com/assets/images/community/16971_7E2A0C.png

JMART ปี 2568 ขาดทุน 162 ล้าน แต่จุดเปลี่ยนเริ่มเห็นภาพ: ECL ลดเป้า 1,000 ล้าน/ปี พร้อมเปิดทางสู่กำไร 1,000 ล้านในอนาคต

P/E -100.00 YIELD 5.07 ราคา 7.10 (0.00%)

JMART ปี 2568 ขาดทุน 162 ล้าน แต่จุดเปลี่ยนเริ่มเห็นภาพ: ECL ลดเป้า 1,000 ล้าน/ปี พร้อมเปิดทางสู่กำไร 1,000 ล้านในอนาคต

หุ้น JMART ปิดไตรมาสที่ 4 ของปีงบประมาณ 2568 ด้วยตัวเลขที่น่าจับตา: ขาดทุนสุทธิ 162 ล้านบาท แม้จะเป็นผลจาก "รายการพิเศษ" (One-time items) ที่ปรับลดลงถึง 22% จากปีก่อนหน้า หรืออยู่ที่ 1,528 ล้านบาท แต่เบื้องหลังตัวเลขดังกล่าวคือแผนการฟื้นตัวที่มีโครงสร้างชัดเจน โดยเฉพาะในธุรกิจมือถือ (JMT Mobile) และสินเชื่อล็อก-โฟนผ่าน SG Capital ซึ่งยังคงเป็นหัวใจหลักของโมเดลรายได้ในอนาคต

“ECL เกิดจากพอร์ต C4C (ประมาณ 560 ล้าน) และพอร์ตล็อก-โฟน (ประมาณ 570 ล้าน) รวมเป็น 1,130 ล้าน โดยอัตรา ECL ลดลงเป็น 1,000 ล้านต่อปีตามเป้าหมายของบริษัท”

แม้กำไรสุทธิจะขาดทุน 162 ล้านบาทในปี 2568 แต่ข้อมูลจาก Q&A ที่เปิดเผยอย่างโปร่งใสชี้ให้เห็นว่า ต้นทุนหลักมาจากรายการพิเศษ (One-time items) ที่ลดลงถึง 1,528 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 22% เมื่อเทียบกับปี 2567 ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่เริ่มเห็นผล โดยเฉพาะในด้าน ECL (Expected Credit Loss) ที่แบ่งเป็นสองแหล่งหลัก: พอร์ต C4C มูลค่า 560 ล้านบาท และพอร์ตล็อก-โฟน 570 ล้านบาท รวมกันทั้งสิ้น 1,130 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่บริษัทตั้งเป้าจะลดลงเหลือเพียง 1,000 ล้านบาทต่อปี หรือเฉลี่ย 100 ล้านบาทต่อเดือน

“เป้าหมาย ECL ลดลงเป็น 1,000 ล้านบาทต่อปี (≈ 100 ล้านต่อเดือน) โดยจะมองผลกระทบจากการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นในพอร์ตล็อก-โฟน”

ทั้งนี้ บริษัทยังคงเน้นการขยายพอร์ตล็อก-โฟนให้เพิ่มขึ้น 30% จากฐานเดิม 9,600 ล้านบาท เป็นเป้าหมาย 12,500 ล้านบาทภายในปีงบประมาณนี้ พร้อมทั้งใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลและจัดเก็บเงิน เพื่อลดอัตรา NPL (Non-Performing Loan) และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินเชื่อ โดยเฉพาะผ่านโครงการ AI-QC Call Center, AI-Pointboard และ AI-NPA ที่ถูกวางเป้าหมายให้ช่วยเพิ่มอัตรากำไรต่อยอด (Margin) ได้ถึง 15–20%

“เป้าหมายระยะสั้น: เพิ่มพอร์ตล็อก-โฟน 30% (จาก 9,600 ล้าน → 12,500 ล้าน), ลด ECL เป็น 1,000 ล้าน/ปี, และเพิ่มกำไรสุทธิเป็น 1,000 ล้าน”

แม้จะขาดทุนในไตรมาสที่ 4 แต่ JMART ยังคงมีธุรกิจ Core ที่สร้างกำไรได้ถึง 136 ล้านบาทจาก JMT Mobile โดยเฉพาะการขยายยอดขายมือถือเพิ่มขึ้น 20% และเป้าหมายการขยายสาขาให้ครบ 300 แห่ง รวมทั้งช่องทาง flagship, direct-sale และ online ที่จะช่วยเสริมฐานลูกค้าดิจิทัล โดยเฉพาะผ่านแอปพลิเคชันที่ตั้งเป้าสร้างฐานลูกค้าถึง 1 ล้านใบภายในระยะยาว

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • ถาม: “ECL เกิดจากพอร์ตไหนมูลค่าเท่าไหร่?”
    ตอบ: ECL มาจากพอร์ต C4C (560 ล้านบาท) และพอร์ตล็อก-โฟน (570 ล้านบาท) รวม 1,130 ล้านบาทต่อปี
  • ถาม: “เป้าหมาย ECL จะลดลงเหลือเท่าไหร่?”
    ตอบ: เป้าหมายคือ 1,000 ล้านบาทต่อปี (หรือ 100 ล้านต่อเดือน)
  • ถาม: “เป้าหมายกำไรสุทธิในอนาคตคือเท่าไหร่?”
    ตอบ: เป้าหมายคือเพิ่มกำไรสุทธิเป็น 1,000 ล้านบาทต่อปี
  • ถาม: “การขยายพอร์ตล็อก-โฟนเพิ่ม 30% หมายถึงมูลค่าเท่าใด?”
    ตอบ: เพิ่มจาก 9,600 ล้านบาท เป็น 12,500 ล้านบาท
  • ถาม: “AI ใช้ในโครงการอะไรบ้าง?”
    ตอบ: AI-QC Call Center, AI-Pointboard, และ AI-NPA เพื่อลดต้นทุนและเพิ่ม Margin 15–20%
  • ถาม: “ต้องจับตาอะไรเป็นพิเศษ?”
    ตอบ: ECL/NPL, อัตราดอกเบี้ย, การแข่งขันจาก Apple/Samsung, และประสิทธิภาพของ AI

JMART อาจยังไม่เห็นกำไรในไตรมาสที่ 4 แต่แผนการลด ECL อย่างมีเป้าหมาย 1,000 ล้านบาทต่อปี การขยายพอร์ตล็อก-โฟนถึง 12,500 ล้านบาท และการใช้ AI เพื่อเพิ่ม Margin ถึง 15–20% คือเครื่องยนต์ที่พร้อมขับเคลื่อนโมเดลธุรกิจให้กลับมาแข็งแกร่งในปี 2569

โพสต์ล่าสุด