https://aio.panphol.com/assets/images/community/16781_898B04.png

ไมโครลิสซิ่งพลิกฟื้น! ปี 2568 กำไรสุทธิทะลุ 380 ล้าน แม้รายได้ลดเหลือ 6,500 ล้าน แต่ NPL ร่วงเหลือ 4.35% จาก 6% ภายใน 1 ปี

P/E 18.61 YIELD 2.93 ราคา 0.92 (0.00%)

ไมโครลิสซิ่งพลิกฟื้น! ปี 2568 กำไรสุทธิทะลุ 380 ล้าน แม้รายได้ลดเหลือ 6,500 ล้าน แต่ NPL ร่วงเหลือ 4.35% จาก 6% ภายใน 1 ปี

บริษัท ไมโครลิสซิ่งจำกัด (มหาชน) หรือ MICRO โชว์ฟอร์มพลิกผันอย่างน่าทึ่งในปีงบประมาณ 2568 หลังจากผ่านช่วงวิกฤตสภาพคล่องและหนี้เสียรุนแรงในปีก่อนหน้า ด้วยการกลับมาควบคุมคุณภาพพอร์ตสินเชื่ออย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในไตรมาสแรกที่บริหารจัดการสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนสามารถคืนหุ้นกู้ครบกำหนดทั้งหมดโดยไม่ต้องขยายระยะเวลาหรือปรับโครงสร้างหนี้ใดๆ สะท้อนความมั่นคงทางการเงินที่กลับมาอย่างชัดเจน

“เราไม่ได้เลือกที่จะเติบโตเร็ว แต่เลือกที่จะเติบโตอย่างมีคุณภาพ — และผลลัพธ์ในปีนี้คือการกลับมาสร้างฐานรายได้ดอกเบี้ยอย่างมั่นคง”

แม้รายได้รวมจะลดลงจาก 7,600 ล้านบาทในปีก่อนหน้า เหลือเพียง 6,500 ล้านบาทในปี 2568 หรือลดลง 14.47% จากภาวะราคารถบรรทุกมือสองปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงเฉลี่ย 45–50% และมีแนวโน้มลดต่อเนื่องในตลาดภายนอก แต่บริษัทกลับสามารถพลิกสถานการณ์ได้ด้วยการรักษาคุณภาพหนี้อย่างเข้มงวด จนทำให้อัตราหนี้เสีย (NPL) ลดลงจาก 6.00% เหลือเพียง 4.35% ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี พร้อมกับอายุลูกหนี้เฉลี่ยลดลงจาก 2.5 ปี เหลือเพียง 2.0 ปี และอายุรถบรรทุกเฉลี่ยอยู่ในช่วง 11–15 ปี สะท้อนการปรับโครงสร้างพอร์ตให้มีความสมดุลและมั่นคงมากขึ้น

“การลดรายได้ไม่ใช่จุดจบ — มันคือจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวที่แท้จริง”

ด้านผลประกอบ บริษัทพลิกจากขาดทุนมาสู่กำไรสุทธิ 380 ล้านบาท และกำไรจากการดำเนินงาน (EBIT / Core Profit) อยู่ที่ 341 ล้านบาท ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญหลังจากปีก่อนหน้าที่ขาดทุน โดยมีสัดส่วนรายได้จากดอกเบี้ยคิดเป็น 76% ของรายได้รวม ซึ่งมาจากสินเชื่อรถบรรทุกและมอเตอร์ไซค์ โดยเฉพาะกลุ่มรถบรรทุกอายุ 11–15 ปี ที่มีสัดส่วน 29% และกลุ่มมอเตอร์ไซค์ใหม่ 28% ที่ยังคงรักษาคุณภาพได้ดี

“เราไม่ได้ปล่อยสินเชื่อเพื่อเพิ่มมูลค่าพอร์ต — เราปล่อยเพื่ออนาคตที่ปลอดภัย”

ในขณะเดียวกัน บริษัทเร่งขยายรายได้จากธุรกิจเสริม โดยเฉพาะการให้บริการประกันภัยผ่านไมโครอินชูโบรกเกอร์ ซึ่งมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 20% ของรายได้รวม พร้อมขยายตลาดเฉพาะกลุ่ม เช่น เกษตรกรและพ่อค้าแม่ค้า ขณะที่มูลค่าต่อสัญญาสำหรับรถบรรทุกยังคงอยู่ที่ 710,000 บาท และมอเตอร์ไซค์ที่ 630,000 บาท สะท้อนความมั่นคงของโครงสร้างราคาและต้นทุน

“การควบรวมธุรกิจเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ภายใต้กำกับดูแลของ ธปท. ไม่ใช่ภัย แต่เป็นโอกาสที่เราเตรียมตัวไว้ล่วงหน้า”

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • Q: NPL จะต่ำกว่า 3% ในไตรมาสแรกของปีนี้หรือไม่?
    A: แม้ NPL จะยังคงอยู่ที่ 4.35% แต่แนวโน้มลดลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะจากพฤติกรรมลูกค้าที่เริ่มผ่อนชำระมากขึ้น และการปรับตัวราคาขายรถบรรทุกที่ช่วยลดแรงกดดันหนี้เสีย
  • Q: เป้าหมายปล่อยสินเชื่อเพิ่มในปีนี้คือเท่าไหร่?
    A: มีเป้าหมายปล่อยสินเชื่อรวม 500–700 ล้านบาท โดยเน้นกลุ่มรถบรรทุกหัวราชและรถตู้บรรทุกที่อยู่ในภาวะฟื้นตัวแล้ว
  • Q: มีแผนออกหุ้นกู้หรือไม่?
    A: ยังไม่มีแผนชัดเจน เนื่องจากมีสภาพคล่องส่วนเกินจากการคืนหุ้นกู้ครบกำหนด และต้นทุนการเงินจากธนาคารยังแข่งขันได้ดี
  • Q: ผลขาดทุนจากการขายรถยึดจะเป็นศูนย์ในปีนี้ไหม?
    A: มีโอกาสลดลงมาก โดยเฉพาะกลุ่มรถบรรทุกที่เคยผ่อนชำระเกินครึ่ง แต่ยังไม่สามารถเป็นศูนย์ได้ทั้งหมด เนื่องจากต้นทุนการบำรุงรักษาและสภาพรถยังคงมีอยู่
  • Q: การควบรวมธุรกิจเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ส่งผลดีอย่างไร?
    A: ไมโครพลัสได้เปรียบโดยทันที เพราะเคยเป็นบริษัทลูกของธนาคาร และสามารถปรับตัวได้เร็วกว่าผู้เล่นภายนอกที่ไม่ได้รับการกำกับดูแล

ในระยะสั้น บริษัทมีเป้าหมายเพิ่มผลตอบแทนจากการดำเนินงาน (ROE) จาก 8.2% ให้สูงขึ้นใกล้เคียง 10% ภายใน 1–2 ปี ส่วนระยะยาว 3–5 ปี ตั้งเป้าพัฒนาโมเดลธุรกิจให้หลากหลาย โดยขยายไปสู่บริการประกันภัยเชิงกลยุทธ์ และลดพื้นที่ดำเนินงานเพื่อเพิ่มอัตราผลตอบแทนต่อหน่วยงาน

สิ่งที่นักลงทุนต้องจับตา ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐเกี่ยวกับธุรกิจเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ การฟื้นตัวของภาคเกษตรและภาคขนส่งบนถนน รวมถึงการปรับตัวของราคารถบรรทุกมือสอง และความเสี่ยงจากภัยแล้งหรือสงครามพลังงานที่อาจกระทบต่อต้นทุนการขนส่ง

โพสต์ล่าสุด