บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
THANA ปี 2568: รายได้แตะ 468 ล้าน กำไร Core สูงถึง 278 ล้าน แม้กำไรสุทธิยังขาดทุน -7 ล้าน แต่เห็นจุดเปลี่ยนจาก “ขายบ้าน” สู่ “สร้างชุมชนอัจฉริยะ”
P/E -100.00 YIELD 0.00 ราคา 1.52 (0.00%)
THANA ปี 2568: รายได้แตะ 468 ล้าน กำไร Core สูงถึง 278 ล้าน แม้กำไรสุทธิยังขาดทุน -7 ล้าน แต่เห็นจุดเปลี่ยนจาก “ขายบ้าน” สู่ “สร้างชุมชนอัจฉริยะ”
บริษัท ธนา จำกัด (THANA) เดินหน้าเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีงบประมาณ 2568 อย่างชัดเจน โดยไม่เพียงแค่เน้นการขายบ้านจัดสรรทั่วไป แต่ก้าวข้ามไปสู่โมเดล “Lifetime Total Living Solution” ที่เชื่อมโยงไลฟ์สไตล์ ความเป็นอยู่ และบริการตลอดชีวิตของลูกค้าตั้งแต่วัยเด็กจนถึงผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในทำเลเศรษฐกิจหลักอย่างพระราม 9 และโต๊ะค่าเซเวฟส์วิลล์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของกลยุทธ์ใหม่ที่เน้น “Well-Being” และ “Zero Waste” อย่างจริงจัง
“เราไม่ได้ขายบ้าน — เราสร้างชุมชนที่มีชีวิต”
ผลประกอบการในไตรมาส 4 ของปีงบประมาณ 2568 สะท้อนความพยายามอย่างชัดเจน โดยรายได้รวมแตะระดับ **468 ล้านบาท** ขณะที่กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT / Core Profit) พุ่งสูงถึง **278 ล้านบาท** ซึ่งเป็นตัวเลขที่แสดงถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการธุรกิจที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้กำไรสุทธิจะยังขาดทุนเล็กน้อยที่ **-7 ล้านบาท** เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการพัฒนาบริการเสริมและภาวะแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง
“Core Profit 278 ล้าน แสดงว่าธุรกิจหลักยังแข็งแกร่ง — ขาดทุนสุทธิคือผลจากกลยุทธ์ระยะยาว ไม่ใช่ความผิดพลาด”
หนึ่งในสัญญาณบวกที่น่าจับตาคือ Presale Revenue หรือรายได้จากการจองล่วงหน้าที่พุ่งแตะระดับ **1,039 ล้านบาท** ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความเชื่อมั่นของลูกค้าในโครงการใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มราคา **5–15 ล้านบาท** ที่ถือเป็นเป้าหมายหลักของบริษัท ขณะที่ Backlog หรือยอดขายที่ยังไม่โอนกรรมสิทธิ์อยู่ที่ **140 ล้านบาท** สะท้อนว่ามีฐานลูกค้าที่มั่นคงและมีแนวโน้มจะโอนในช่วง 6–12 เดือนข้างหน้า
“Presale 1,039 ล้าน — หมายถึงธุรกิจยังเติบโต แม้รายได้รวมจะลดลง 15% จากปีก่อน”
การวิเคราะห์ Core vs Non-Core ชี้ให้เห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน: ธุรกิจหลัก (Property Development) มียอดโอนกรรมสิทธิ์รวมทั้งปีอยู่ที่ **953 ล้านบาท** โดยมีรายได้จากบริษัทเอง (Non-JV) ถึง **387 ล้านบาท** หรือคิดเป็นสัดส่วนเกือบ **40%** ของรายได้รวม ซึ่งถือว่าเป็นจุดแข็งสำคัญในการลดพึ่งพาพันธมิตรร่วมทุน (JV) ในอนาคต
“Non-JV 387 ล้าน — แปลว่าบริษัทเริ่มควบคุมรายได้เองได้มากขึ้น”
ส่วนธุรกิจเสริม (Non-Core) อย่างบริการด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์ เช่น Homie Wellness และ Clean From Ureens สร้างรายได้รวม **82 ล้านบาท** แม้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากโครงสร้างบริการ แต่ก็ถือเป็น “เครื่องยนต์” สำคัญในการสร้างความต่างและรักษาฐานลูกค้าระยะยาว โดยมีเป้าหมายเพิ่มรายได้จากบริการเหล่านี้ให้เติบโต **50%** ในอีก 1–2 ปีข้างหน้า
“82 ล้านจากบริการ — ไม่ใช่แค่รายได้เสริม แต่คือหัวใจของโมเดลชุมชนอัจฉริยะ”
อีกหนึ่งปัจจัยที่น่าสนใจคือการบริหารที่ดินส่วนตัวอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะแปลงที่ดินในภูเก็ต ซึ่งประเมินมูลค่าตลาดได้ถึง **849 ล้านบาท** และคาดว่าจะขายได้ภายในช่วง **2–3 ปีข้างหน้า** พร้อมเหลือเงินสดสุทธิประมาณ **700 กว่าล้านบาท** หลังหักค่าโอนและภาษี ซึ่งจะถูกนำไปใช้ปรับโครงสร้างทางการเงิน หรืออาจปันผลให้นักลงทุนในอนาคต
“ภูเก็ต 849 ล้าน — แปลว่า THANA มี “เงินสดสำรอง” ขนาดใหญ่ที่อาจปลดล็อกความเสี่ยงทางการเงินได้ทันที”
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- Q: การขายที่ดินภูเก็ตจะได้เงินสดสุทธิเท่าไหร่ และเมื่อใดจะขายได้?
A: ราคาประเมินตลาดอยู่ที่ **849 ล้านบาท** โดยหลังหักค่าโอนและภาษี เหลือประมาณ **700 กว่าล้านบาท** และมีแผนขายภายในช่วง **2–3 ปีข้างหน้า - Q: มีความเสี่ยงที่ผู้ซื้อจะเปลี่ยนใจไหม?
A: เงื่อนไขการขายยืดหยุ่น ส่วนลดเหมาะสม และมีแผนลงทุนระยะยาวชัดเจน ทำให้มั่นใจว่าผู้ซื้อมีเจตนาจริง - Q: มีที่ดินอื่นๆ ถือครองอยู่ไหม?
A: นอกจากภูเก็ตแล้ว ยังมีแปลงในลักษณะสะเกษและโซนเดียวกัน ซึ่งจะพิจารณาขายหรือพัฒนาต่อยอดตามศักยภาพ - Q: สงครามโลกส่งผลต่อธุรกิจอย่างไร?
A: ส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อบ้านหลังใหญ่ แต่กลับมีแนวโน้มย้ายถิ่นฐานเข้าไทยเพิ่มขึ้น ทำให้ตลาดบ้านราคา **5–15 ล้านบาท** เติบโตได้ดี - Q: มีโครงการใหม่เปิดใน 1–2 ปีข้างหน้าหรือไม่?
A: จะเปิดโครงการใหม่ในโซนพระพิเวศ และเม็ดเซ็ก เช่น เซเวฟส์วิลล์ โดยวางแผนขยายต่อยอดในภูมิภาคที่มีศักยภาพ
THANA ปี 2568 จึงไม่ใช่แค่ปีของการปรับโครงสร้าง แต่เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจน — จาก “ผู้ขายบ้าน” สู่ “ผู้สร้างชุมชนอัจฉริยะ” ด้วยโมเดลที่ผสมผสานระหว่างรายได้จากที่ดิน **849 ล้านบาท**, การจองล่วงหน้า **1,039 ล้านบาท**, และบริการเสริมที่เติบโต **50%** ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า นักลงทุนที่ติดตามธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบบยั่งยืน ควรจับตาความคืบหน้าของโครงการใหม่ในโซนพระพิเวศ และการใช้เงินสดจากภูเก็ตเพื่อเสริมสภาพคล่องอย่างมีประสิทธิภาพ