https://aio.panphol.com/assets/images/community/16760_936D47.png

THRE ปี 2568 กำไรสุทธิหดตัว -81 ล้านบาท แต่ยังรักษาโครงสร้าง Core Business ได้แข็งแกร่ง แม้เผชิญภัยพิบัติ 1,300 ล้านบาท

P/E -100.00 YIELD 0.00 ราคา 0.40 (0.00%)

THRE ปี 2568 กำไรสุทธิหดตัว -81 ล้านบาท แต่ยังรักษาโครงสร้าง Core Business ได้แข็งแกร่ง แม้เผชิญภัยพิบัติ 1,300 ล้านบาท

บริษัทไทยรับประกันภัยต่อจำกัด (THRE) รายงานผลประกอบการปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 หรือ ค.ศ. 2025 ด้วยภาพรวมรายได้รวมที่อยู่ที่ 5,280 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้าที่ 5,310 ล้านบาท แต่สิ่งที่น่าจับตาคือ กำไรสุทธิที่หดตัวลงอย่างรุนแรงถึง -81 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีกำไร 19 ล้านบาท โดยสาเหตุหลักมาจากการตั้งสำรองความเสียหายจากภัยพิบัติขนาดใหญ่สองเหตุการณ์ ได้แก่ แผ่นดินไหวและน้ำท่วม ซึ่งรวมมูลค่าสูงถึง 1,300 ล้านบาท แม้บริษัทจะสามารถรีโคลเวอร์ (recovery) ได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท ทำให้ผลกระทบสุทธิเหลือเพียง 300 ล้านบาทเท่านั้น แต่ก็ยังส่งผลต่อภาพรวมกำไรอย่างชัดเจน

“แม้ภัยพิบัติจะกระทบงบประมาณในไตรมาสที่ 4 แต่โครงสร้าง Core Business ของ THRE ยังคงมีเสถียรภาพ และแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการความเสี่ยง”

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของอัตรา Combined Ratio ปรับตัวขึ้นจาก 85.1% ในปีก่อนหน้า เป็น 98.3% ในปี 2568 โดยเฉพาะในกลุ่ม Conventional ที่เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงถึง 108.1% จากผลกระทบของภัยธรรมชาติ ขณะที่กลุ่ม Non-Conventional หรือ Core Business ที่เน้นผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง เช่น Personal Line และ Specialty Lines ยังคงควบคุม Combined Ratio ได้ดีอยู่ที่ 97.5% ลดลงจาก 104% ในปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการความเสี่ยง และการปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอเพื่อลดผลกระทบจาก Medical Inflation

“การลดน้ำหนักในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ Medical Inflation และเน้น ANH Portfolio ที่เติบโตได้ 9% คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ THRE ยังคงมี Margin แม้ในภาวะวิกฤต”

บริษัทยังรายงานรายได้พิเศษจากคดีความฟ้องร้องจำนวน 221 ล้านบาท โดยมีส่วนต่างจากหนี้เก่าประมาณ 80 ล้านบาท ซึ่งจะบันทึกเป็นรายได้อื่นในไตรมาสแรกของปี 2569 หรือช่วงไตรมาส 1/2569 ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยบวกที่ช่วยลดผลกระทบจากภัยพิบัติได้ในระยะสั้น นอกจากนี้ ธุรกิจลูกบริษัท Blue Venture Actually ซึ่งให้บริการด้านนักคณิตศาสตร์ประกันภัย โดยเฉพาะการ Implement มาตรฐานการบัญชีฉบับใหม่ (Standard 17) และการตั้งสำรอง ยังเติบโตได้ถึง 16% สะท้อนศักยภาพในการสร้างรายได้จากบริการเชิงลึก

“การลงทุนในเทคโนโลยี AI และ Data Governance ไม่ใช่แค่เรื่องอนาคต แต่คือเครื่องมือที่ช่วยลดต้นทุนการจัดการความเสี่ยงได้จริง”

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • ภัยพิบัติ 1,300 ล้านบาท รีโคลเวอร์ได้เท่าไหร่? — บริษัทคาดว่าจะสามารถรีโคลเวอร์ได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท ส่งผลให้ผลกระทบสุทธิเหลือเพียง 300 ล้านบาท
  • เป้าหมายธุรกิจปี 2569 คืออะไร? — เติบโตใน Non-ANH Portfolio 8% และ ANH Portfolio 9% โดยเฉพาะในกลุ่ม Motor Highsum และผลิตภัณฑ์ที่บริษัทยังคงควบคุมราคาได้
  • การจัดการ Medical Inflation มีวิธีอย่างไร? — จำกัดการเติบโตของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายสุขภาพ และเน้นพัฒนา ANH Portfolio ที่ไม่ขึ้นกับ Medical Inflation
  • รายได้จากคดีความ 221 ล้านบาท บันทึกเมื่อไหร่? — บันทึกเป็นรายได้อื่นในไตรมาสแรกของปี 2569 (ไตรมาส 1/2569)
  • การลงทุนต่างประเทศเป็นอย่างไร? — สัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 15% โดยส่วนใหญ่เป็นพันธบัตรรัฐบาล
  • Investment Yield กับ Return on Investment ต่างกันอย่างไร? — Investment Yield คือผลตอบแทนเฉพาะด้าน (เช่น หุ้น ตราสารหนี้) ส่วน Return on Investment คือผลตอบแทนรวมทั้งหมดของบริษัท
  • เป้าหมาย Combined Ratio ปี 2569 คือเท่าไหร่? — ตั้งเป้าปรับตัวให้อยู่ในระดับ 90–95%

แม้ภาพรวมจะเผชิญความท้าทายจากภัยพิบัติและอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง (Investment Yield ปรับตัวจาก 2.6% เป็น 2.5%) แต่ THRE ยังคงรักษาโครงสร้าง Core Business ได้อย่างมั่นคง โดยเฉพาะในกลุ่ม Non-Conventional และการขยายตลาดต่างประเทศผ่านพันธมิตรในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ พร้อมเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี AI และ Data Governance เพื่อลดความเสี่ยงระยะยาว ทำให้ภาพรวมยังคงมีศักยภาพในการฟื้นตัวในปี 2569 แม้จะต้องจับตาการเปลี่ยนแปลงของ Medical Inflation และภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นบ่อยครั้งในอนาคต

โพสต์ล่าสุด