บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
CPALL ปี 2568 ทำรายได้ทะลุ 1 แสนล้าน! เติบโต 3.5% พร้อมเปิดสาขาใหม่ 700 แห่ง ดันกำไรสุทธิแตะ 24,984 ล้านบาท
P/E 14.69 YIELD 3.55 ราคา 46.50 (0.00%)
CPALL ปี 2568 ทำรายได้ทะลุ 1 แสนล้าน! เติบโต 3.5% พร้อมเปิดสาขาใหม่ 700 แห่ง ดันกำไรสุทธิแตะ 24,984 ล้านบาท
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL โชว์ฟอร์มร้อนแรงในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยรายงานรายได้รวมสูงถึง 100,000 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ 97,100 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3.5% อย่างต่อเนื่อง แม้จะเผชิญความไม่แน่นอนจากสภาพอากาศและภูมิรัฐศาสตร์ แต่กลยุทธ์การขยายสาขา Big Format และการพัฒนาโมเดล Food & Drink Destination กลับกลายเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยดันยอดขายและกำไรให้ก้าวกระโดดอย่างมีนัยสำคัญ
“รายได้ทะลุ 1 แสนล้านบาทในปีเดียว ไม่ใช่แค่เป้าหมาย แต่คือหลักฐานว่าโมเดลธุรกิจใหม่ของ CPALL เดินหน้าได้จริง”
กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) พุ่งสูงถึง 26,000 ล้านบาท จาก 23,500 ล้านบาทในปีก่อน หรือเติบโต 10.6% ส่งผลให้อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (EBIT Margin) เพิ่มขึ้นจาก 7.0% เป็น 7.5% สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุนอย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะในส่วนของ Core Profit ที่คิดเป็น 72% ของกำไรรวม หรือ 18,720 ล้านบาท ขณะที่ Non-Core Profit จากธุรกิจแมคโครและโลตัสฯ อยู่ที่ 1,500 ล้านบาท หรือ 28%
“72% ของกำไรมาจากร้านสะดวกซื้อ — นั่นคือหัวใจของความแข็งแกร่งที่ไม่มีวันหยุด”
อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับเพิ่มจาก 21.7% เป็น 22.7% แสดงถึงการควบคุมต้นทุนสินค้าและโลจิสติกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันยอดขายจากร้านเดิม (SSSG) ปรับตัวขึ้นเป็น 88 บาทต่อบิล ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกสำคัญว่าพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าเริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนที่สะท้อนในไตรมาสแรกของปี 2569 หลังจากช่วงฝนตกหนักในปีก่อนหน้าทำให้ยอดขายชะลอตัว
“88 บาทต่อบิล — นั่นคือค่าเฉลี่ยที่ลูกค้าจ่ายเพิ่มขึ้นในร้านเดิม แปลว่า ‘ความภักดี’ กลับมาแล้ว”
การขยายสาขาใหม่จำนวน 700 แห่งในประเทศ ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโต โดยเฉพาะร้านแบบ Big Format ที่เน้นพื้นที่จอดรถกว้างขวางและสินค้าหลากหลาย เพื่อลดผลกระทบจากสภาพอากาศและเพิ่ม Basket Size ขณะเดียวกัน โมเดล O2O ผ่าน Seven Delivery และ All Online ก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีสัดส่วนยอดขายรวมถึง 11% ของยอดขายทั้งหมด และแอปพลิเคชันได้รับการออกแบบให้รองรับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ เช่น การซื้อรถยนต์ผ่านแอป สะท้อนการเปลี่ยนแปลงจาก “ร้านสะดวกซื้อ” สู่ “ศูนย์บริการชีวิตประจำวัน”
“11% จาก O2O — ไม่ใช่แค่ยอดขายออนไลน์ แต่คือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ CPALL จับทันที”
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- ปัจจัยบวกหลักในปี 2569 คืออะไร? หน้าร้อนที่ดีขึ้นช่วยกระตุ้นยอดขายจากร้านเดิม ส่วนนักท่องเที่ยวจีนกลับมาเพิ่มขึ้น และเทศกาลวันหยุดช่วยผลักดันยอดขาย
- แผนขยายสาขาในปี 2569 จะเป็นอย่างไร? มุ่งเน้น Big Format โดยเฉพาะต่างจังหวัด เพื่อเพิ่มที่จอดรถและสินค้าหลากหลาย พร้อมรักษาระดับสัดส่วนสาขากรุงเทพฯ (42%) และต่างจังหวัด (58%)
- สินค้ากลุ่มใดจะเติบโตโดดเด่นที่สุด? Food & Drink โดยเฉพาะ All Cafe และเครื่องดื่มพร้อมดื่มที่เน้นเทรนด์โมเดิร์นไลฟ์สไตล์ เช่น ชาเขียวมัชชะภายใต้แบรนด์ All Select
- การบริหารต้นทุนทางการเงินเป็นอย่างไร? รักษาระดับดอกเบี้ยภาระหนี้สินไว้ต่ำกว่า 4% และใช้ประโยชน์จากนโยบายลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง
- O2O มีบทบาทอย่างไร? เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Seven Delivery และ All Online ที่มีสัดส่วนยอดขายรวมถึง 11% ของยอดขายทั้งหมด
ทั้งหมดนี้คือภาพสะท้อนของธุรกิจที่ไม่เพียงเติบโตด้วยตัวเลข แต่เติบโตด้วยกลยุทธ์ที่เข้าใจผู้บริโภค และปรับตัวได้ทันทีกับโลกที่เปลี่ยนไป — CPALL ไม่ใช่แค่ร้านสะดวกซื้อ แต่คือเครื่องยนต์ขับเคลื่อนชีวิตสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยข้อมูล ความแม่นยำ และจังหวะการเติบโตที่ไม่เคยหยุด