https://aio.panphol.com/assets/images/community/16757_84D7BC.png

ไพลอน (PYLON) ปี 2568: รายได้แตะ 1,518 ล้าน กำไรสุทธิ 211 ล้าน แบ็กล็อกพุ่ง 220,000 ล้าน พร้อมเป้าปันผล 34 สตางค์ต่อหุ้น

P/E 11.88 YIELD 7.19 ราคา 3.34 (0.00%)

ไพลอน (PYLON) ปี 2568: รายได้แตะ 1,518 ล้าน กำไรสุทธิ 211 ล้าน แบ็กล็อกพุ่ง 220,000 ล้าน พร้อมเป้าปันผล 34 สตางค์ต่อหุ้น

บริษัท ไพลอน จำกัด (มหาชน) หรือ PYLON โชว์ฟอร์มร้อนแรงในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมีรายได้รวมแตะระดับ 1,518 ล้านบาท กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) สูงถึง 340 ล้านบาท และกำไรสุทธิอยู่ที่ 211 ล้านบาท สะท้อนความแข็งแกร่งของฐานะการเงินและศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่สี่ ที่มีแนวโน้มรับรู้รายได้จากโครงการสำคัญอย่างต่อเนื่อง

“แบ็กล็อก 220,000 ล้านบาท คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ไพลอนสามารถเติบโตอย่างมั่นคงในปีนี้และปีหน้า”

จุดเปลี่ยนสำคัญของไพลอนในปีนี้คือการเพิ่มสัดส่วนงานภาคเอกชนในแบ็กล็อกจาก 84% สู่ระดับที่มั่นคง โดยเฉพาะงานแดร์แฟมวอลที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 25.3% ซึ่งสูงกว่าช่วงก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากบริษัทปรับโครงสร้างรายได้ไปสู่งานที่มีคุณภาพและมูลค่าสูงขึ้น พร้อมลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาโครงการภาครัฐเพียงอย่างเดียว

“อัตรากำไรขั้นต้นดีกว่าปีก่อน เพราะเราเลือกงานที่มีคุณภาพ ไม่ใช่งานที่ราคาถูกแต่เสี่ยง”

การเติบโตของแบ็กล็อกที่สูงถึง 220,000 ล้านบาท สะท้อนถึงความมั่นคงของโครงการระยะยาว โดยเฉพาะงานภาครัฐที่คิดเป็น 12% ของมูลค่ารวม และงานภาคเอกชนที่ยังคงครองสัดส่วนใหญ่ถึง 84% ซึ่งช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการโครงการ ขณะเดียวกัน บริษัทยังใช้ระบบ ERP และ data analytics ในการควบคุมคุณภาพงาน ช่วยลดต้นทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ

“เราไม่ได้แค่รับเหมา แต่เรากำลังสร้างระบบนิเวศการก่อสร้างที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล”

แม้จะมีช่วงเวลาที่ใช้กำลังการผลิตลดลงชั่วคราว จากการสิ้นสุดโครงการเวิร์คนครเกษม แต่ไพลอนเตรียมกลับมาเต็มศักยภาพในไตรมาสที่สาม โดยขณะนี้ใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 21 ชุด และสามารถเพิ่มได้อีกไม่เกิน 2–3 ชุดหากมีงานใหม่เข้ามา พร้อมวางแผนซื้อเครื่องจักรขนาดใหญ่สำหรับโครงการเซ็นทรัลแอมบาสซี่ โดยเครื่องเจาะเท้าเข็มจะทยอยเข้ามาในเดือนมีนาคม

“การปันผล 34 สตางค์ต่อหุ้น คือสัญญาณชัดเจนว่าบริษัทมีสภาพคล่องแข็งแกร่ง และพร้อมแบ่งผลกำไรให้ผู้ถือหุ้น”

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • แบ็กล็อก 220,000 ล้านบาท จะรับรู้รายได้ในปีไหน? ส่วนใหญ่จะรับรู้ในปีนี้ โดยเฉพาะโครงการเซ็นทรัลแอมบาสซี่ที่จะรับรู้รายได้ครึ่งหนึ่งในปี 2568 และอีกครึ่งในปี 2569
  • อัตรากำไรขั้นต้นดีกว่าปีก่อนหรือไม่? มีความชัดเจนว่าดีขึ้น เนื่องจากงานเสาเข็มที่เคยมีอัตรากำไรต่ำในปีก่อน ถูกแทนที่ด้วยงานแดร์แฟมวอลที่มีมาร์จิ้นสูง
  • กำลังการผลิตในไตรมาสแรกจะเป็นอย่างไร? เต็มเปี่ยมในช่วงแรก แต่จะลดลงชั่วคราวหลังโครงการเวิร์คนครเกษมสิ้นสุด และกลับมาเต็มสมดุลในไตรมาสที่สาม
  • มีแผนซื้อเครื่องจักรเพิ่มหรือไม่? มีแผนซื้อเครื่องจักรขนาดใหญ่สำหรับเซ็นทรัลแอมบาสซี่แล้ว โดยเครื่องเจาะเท้าเข็มจะทยอยเข้ามาในเดือนมีนาคม
  • มีปัญหาด้านแรงงานหรือไม่? ใช้กำลังการผลิตอย่างเต็มศักยภาพที่ 21 ชุด และสามารถเพิ่มได้อีก 2–3 ชุดหากมีงานใหม่
  • โอกาสเติบโตของงานเสาเข็มในปีหน้า? มีแนวโน้มเติบโตจากภาวะขาดแคลนผู้ประกอบการรายใหญ่ โดยเฉพาะงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น รถไฟฟ้าสายสีเทาและสายสีน้ำตาล
  • ผลกระทบจากราคาน้ำมัน? มีผลกระทบเล็กน้อย ราคาน้ำมันเพิ่ม 1 บาทต่อลิตร จะกระทบต้นทุนดีเซลประมาณ 0.5–0.7%
  • เตรียมตัวรับงาน double deck หรือไม่? ยังไม่มีการยืนยันจากเจ้าของโครงการ แต่เตรียมร่วมมือกับผู้ประกอบการรายอื่น เนื่องจากต้องใช้บริการเฉพาะทาง
  • แผนปันผลปีนี้? มีแผนปันผล 34 สตางค์ต่อหุ้น หรือประมาณ 85% ของกำไรสุทธิ

ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่า PYLON ไม่ใช่เพียงผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ แต่คือบริษัทที่กำลังเปลี่ยนแปลงโมเดลธุรกิจด้วยข้อมูล โครงสร้างงานที่มีคุณภาพ และกลยุทธ์การบริหารจัดการที่แม่นยำ พร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคตได้อย่างมั่นคง

โพสต์ล่าสุด