https://aio.panphol.com/assets/images/community/14573_DF3C03.png

KCG กำไรปี 2569 พุ่ง! FSSIA ชี้เป้า 11 บาท รับอานิสงส์บัตเตอร์-ชีส

P/E 9.97 YIELD 4.74 ราคา 8.65 (0.00%)

ไฮไลท์สำคัญ

FSSIA คาดการณ์กำไรสุทธิ Q4/2568 ของ KCG เติบโตแข็งแกร่งทั้ง QoQ และ YoY หนุนจากช่วงไฮซีซั่นที่แข็งแกร่งเกินคาด และอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น หากผลประกอบการเป็นไปตามคาด กำไรสุทธิปี 2568 จะอยู่ที่ 500 ล้านบาท (+23% YoY) สูงกว่าประมาณการเดิม 5% ส่งผลให้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2569-2570 ขึ้น +10%/+10% คงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 11 บาท

ผลการดำเนินงานที่คาดว่าจะดีเกินคาด

FSSIA คาดการณ์รายได้ Q4/2568 อยู่ที่ 2.7 พันล้านบาท (+40% QoQ, +8.6% YoY) จากปัจจัยด้านฤดูกาล (เทศกาล) และความต้องการบัตเตอร์และชีสที่แข็งแกร่งจากลูกค้าอุตสาหกรรมและธุรกิจบริการอาหาร ต้นทุนวัตถุดิบคงที่เมื่อเทียบกับ Q3/2568 คาดอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 31.8% จาก 29.3% ใน Q3/2568 และ 30.9% ใน Q4/2567 เนื่องจาก Economies of scale จากรายได้ที่สูงขึ้น และไม่มีการปิดโรงงานชีสเหมือนใน Q3/2568 คาด SG&A-to-sales อยู่ที่ 23% สูงขึ้นเล็กน้อย YoY จากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ประมาณการกำไรสุทธิ Q4/2568 อยู่ที่ 190 ล้านบาท (+115% QoQ, +16.7% YoY)

แนวโน้มผลประกอบการ Q1/2569: ชะลอตัวตามฤดูกาล แต่ยังคงเติบโต YoY

FSSIA คาดการณ์กำไรสุทธิ Q1/2569 อ่อนตัวลง QoQ ตามฤดูกาล แต่จะเพิ่มขึ้น YoY จากความต้องการบัตเตอร์และชีสที่เติบโตอย่างต่อเนื่องราว 5-7% ต่อปี การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มเติม และคำสั่งซื้อ B2B ที่แข็งแกร่งขึ้นจากการขยายตัวของลูกค้าอุตสาหกรรม ภาคบริการอาหารคาดว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่องจากการส่งเสริมการขาย คาดอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่า 31% ทรงตัวหรือสูงขึ้นเล็กน้อย YoY จากการเพิ่มกำลังการผลิตชีสอัตโนมัติและต้นทุนวัตถุดิบที่ทรงตัวถึงลดลง ราคาบัตเตอร์ลดลงต่อเนื่องสู่ 4,150 ยูโร/ตัน จากจุดสูงสุดกลางปี 2568 ที่ 7,500 ยูโร/ตัน ขณะที่ราคาชีสลดลงสู่ 1.4 ดอลลาร์สหรัฐ/ปอนด์ จากจุดสูงสุดกลางปี 2568 ที่ 1.97 ดอลลาร์สหรัฐ/ปอนด์

แนวโน้มกำไรสุทธิปี 2569-2570: สร้างสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง

หากกำไร Q4/2568 เป็นไปตามคาด กำไรสุทธิปี 2568 จะอยู่ที่ 500 ล้านบาท (+23% YoY) สูงกว่าประมาณการเดิม 5% FSSIA เชื่อว่าบริษัทจะรักษายอดขายให้เติบโต +8–9% YoY ในปี 2569–2570 ได้ จากการขยายตัวของลูกค้ารายใหญ่และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ต่อเนื่อง คาดอัตรากำไรขั้นต้นยังคงสูงกว่า 31% ขณะที่แนวโน้มราคาบัตเตอร์และชีสที่ลดลงในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 จะเป็นประโยชน์ต่อต้นทุนวัตถุดิบโดยรวมในปี 2569 ดังนั้นจึงปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2569–2570 ขึ้น +10% ส่งผลให้ CAGR ของกำไรสุทธิอยู่ที่ 10% ในช่วงปี 2569–2570 คงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 11.00 บาท ปัจจุบันหุ้นซื้อขายที่ P/E ปี 2569 เพียง 7.9 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มอาหารที่ 10.5 เท่า และให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจ 6.1%

โพสต์ล่าสุด