WHAUP ชูธงผู้นำธุรกิจพลังงานสะอาดและระบบสาธารณูปโภค พร้อมรับโอกาสใหม่ในยุค Data Center บูม
- ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):
WHAUP เป็นหนึ่งในบริษัทของกลุ่ม WHA Group ทำธุรกิจหลักด้านนิคมอุตสาหกรรม, โลจิสติกส์, ดิจิทัล, และสาธารณูปโภค WHAUP ได้รับสิทธิ์ในการบริหารจัดการน้ำและน้ำเสียในนิคมอุตสาหกรรมทั้งหมดของกลุ่ม WHA
ในครึ่งปีที่ผ่านมา มียอดขายน้ำรวม 80 ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งในไทยและเวียดนาม คิดเป็นครึ่งหนึ่งของปีที่แล้ว (166 ล้านลูกบาศก์เมตร) ในส่วนของธุรกิจไฟฟ้า มีการลงทุนในโรงไฟฟ้า Conventional (ใช้ก๊าซธรรมชาติ) และ IPP (มีทั้ง Conventional และ Hydro Project) รวมถึง W Solar Energy (โรงไฟฟ้าขยะ) แต่เน้นย้ำการเติบโตในธุรกิจพลังงานทดแทน (Renewable Energy) โดยเฉพาะ Solar Rooftop ซึ่งมีการทำสัญญาแล้วและดำเนินการทั้งหมด 441 เมกะวัตต์ โดยรวมมีเมกะวัตต์ทั้งหมด 991 Equity เมกะวัตต์
นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจ Natural Gas (ก๊าซธรรมชาติเพื่ออุตสาหกรรม) ให้กับลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมของกลุ่ม WHA สัดส่วนเมกะวัตต์ที่เป็น Renewable Energy สูงขึ้นเรื่อยๆ จาก 12% ในปี 2020 เป็น 47% ในปัจจุบัน
- โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):
บริษัทมองเห็นโอกาสในการเติบโตจากความต้องการใช้พลังงานทดแทนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากกลุ่ม Data Center ซึ่งมีการใช้พลังงานสูง มีการทำสัญญา Joint Venture กับบริษัท Daiwa (ญี่ปุ่น) เพื่อเจาะตลาดญี่ปุ่นโดยตรง และพัฒนาลูกค้าอุตสาหกรรมญี่ปุ่นที่ต้องการใช้พลังงานทดแทน
- ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):
มีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงาน และการแข่งขันในตลาดพลังงานทดแทน รวมถึงผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น สภาพเศรษฐกิจ และนโยบายภาครัฐ
- วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):
บริษัทมีแผนการลดต้นทุนทางการเงิน โดยการออก Bond มูลค่า 3,500 ล้านบาท ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมาก (Oversubscribe) และมี Rating ค่อนข้างดี มีการปรับกลยุทธ์โดยเน้นการเติบโตในธุรกิจพลังงานทดแทน และขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่ม Data Center ที่มีการใช้พลังงานสูง
- แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):
บริษัทมีเป้าหมายที่จะเป็น Net Zero ภายในปี 2050 และมีเป้าหมายระยะกลาง (ปี 2029) ในการลด Carbon Footprint 37% และมี Renewable Energy ใน Portfolio 1,200 เมกะวัตต์ รวมถึงลดการใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ 25 ล้านคิว
- ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session): [01:09:42]
- โอกาสขายไฟให้ Data Center:
- มีโอกาสที่ผู้ผลิตไฟฟ้ารายอื่นจะขายไฟให้ Data Center หรือไม่
- คำตอบ: Data Center ใช้ไฟเยอะ และต้องการพลังงานทดแทน WHAUP มีโครงการ Solar Farm ขนาดใหญ่ขายไฟให้ Data Center โดยมี 2 โมเดล:
- ทำ Solar Farm และเดินสายตรง (WHAUP ได้เปรียบเพราะมีสิทธิ์ในการเดินสายในนิคม)
- Third Party Access (เปิดให้หลายเจ้าเข้ามามากขึ้น) แม้มีการแข่งขัน แต่ WHAUP รู้จักลูกค้าตั้งแต่เริ่มต้น มีจุดแข็งในการคุยกับลูกค้าก่อน
- Demand และ Growth ใน 5-10 ปี:
- บริษัทมีมุมมองอย่างไรในแง่ของ Demand และ Growth ทั้งการขายน้ำและไฟฟ้าในอีก 5-10 ปีข้างหน้า
- คำตอบ:
- น้ำ: การใช้น้ำอาจลดลงจากปิโตรเคมี แต่จะมี Data Center มาเสริม ธุรกิจปิโตรเคมีจะกลับมาใช้เหมือนเดิมในระยะยาว Data Center ใช้ปริมาณน้ำมาก (มี 2 มุม: One-time Charge และการใช้น้ำระยะยาว) Data Center ใช้พลังงานนิ่ง (Base Load) ทำให้เกิดประโยชน์ในระยะยาว
- ไฟฟ้า: มีโอกาสลงทุนพลังงานทดแทนให้ Data Center หากมีเทคโนโลยีใหม่ๆ WHAUP ศึกษาเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น SMR (Small Modular Reactor) ที่เป็น Renewable Energy และเดินเครื่อง 24 ชั่วโมง
- พลังงานไฮโดรเจน:
- หากมีการผลิตพลังงานไฮโดรเจนสำหรับอุตสาหกรรมมากขึ้น บริษัทจะได้รับประโยชน์จากการขายน้ำและไฟฟ้าหรือไม่
- คำตอบ: การผลิตไฮโดรเจนต้องใช้กระบวนการ Electrolysis (แยกน้ำด้วยไฟฟ้า) ซึ่งต้องใช้น้ำคุณภาพสูง (บริสุทธิ์) และไฟฟ้า ถ้าเป็น Green Hydrogen จะใช้พลังงานทดแทน WHAUP จะได้ประโยชน์จากการผลิตน้ำคุณภาพสูง และขายไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน
- กำไรผันผวน:
- เนื่องจากกำไรสุทธิผันผวนจากส่วนแบ่งกำไร SPP และ FX บริษัทมีแผนจัดการอย่างไรเพื่อเพิ่มเสถียรภาพ
- คำตอบ:
- SPP: SPP ถูกออกแบบมาให้ Pass-through ในระดับหนึ่ง SPP มี 2 ส่วน: ขายให้ EGAT (Pass-through ชัดเจน) และขายให้ลูกค้าอุตสาหกรรม (Link กับ FT) ในอดีตภาครัฐอาจตรึงราคาค่าไฟ ทำให้ SPP ได้รับผลกระทบ แต่คาดว่าจะมีการทยอยคืนส่วนต่างในอนาคต
- FX: เกิดจาก Unrealized FX Gear Loss จากหนี้สกุลต่างประเทศ (เป็นหนี้ที่เกิดจากบริษัทลูกในต่างประเทศ) เป็นเรื่องปกติที่จะวิ่งในแต่ละไตรมาส
- การเติบโตของกำไร:
- ผู้บริหารมองการเติบโตของกำไรใน 3-5 ปีข้างหน้าเป็นอย่างไร
- คำตอบ: WHAUP เป็นบริษัทที่มี Recurring Income ชัดเจน มีสัญญาขายระยะยาวกับลูกค้า (น้ำและไฟฟ้า) มี Growth Prospect จากการขยายตัวของ FDI (โดยเฉพาะ Data Center) และการขยายนิคมอุตสาหกรรม (ทั้งในไทยและเวียดนาม) ธุรกิจน้ำจะค่อยๆ เติบโต ภายใน 2 ปี ลูกค้าที่มาซื้อที่ดินจะเริ่มใช้ปริมาณน้ำมากขึ้น ธุรกิจไฟฟ้ามีโอกาสเติบโตอีกมาก (Renewable Energy, Solar, Data Center) ภาครัฐมีนโยบายขยายธุรกิจพลังงานทดแทน