บริษัท เวิลด์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน)
SET · แฟชั่น
1.14
0.01 (0.87%)
สรุปสั้น
บริษัทฯ มีผลการดําเนินงานกําไรสุทธิสําหรับไตรมาส 1 ปี 2565 จํานวน 111.29 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 9.73 ของรายได้รวม โดยเพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า เป็นจํานวนเงิน 71.14 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 177.19 โดยสาเหตุหลักเพิ่มขึ้นจากรายได้การขายสินค้าหลักของบริษัท
เนื่องจากบริษัทฯ ได้เพิ่มกําลังการผลิตติดตั้ง ซึ่งทําให้บริษัทฯ สามารถผลิตสินค้าได้หลากหลายชนิดมากขึ้นทั้งในด้านขนาด และคุณภาพ สามารถตอบสนองความ ต้องการของลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6178 out_tok=3326 at=2026-07-26T12:11:51 -->
# WFX กำไรสุทธิ Q3/2566 พลิกขาดทุน เหตุรายได้หด-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้-กำไร Q3/2566 ปรับตัวลง เหตุการแข่งขันสูง-ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่ม ฝ่ายจัดการเร่งคุมต้นทุน-ขยายตลาดต่างประเทศ
บริษัท เวิลด์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ WFX รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 38.53 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 4.29 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลง ประกอบกับต้นทุนขายสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง ขณะที่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นตามอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุปโภคบริโภค
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ WFX ในไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน มาจาก **การลดลงของรายได้จากการขาย ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายสินค้า** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นของบริษัทฯ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **รายได้จากการขายลดลง:** แม้ว่าปริมาณการขายในไตรมาส 3 ปี 2566 จะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากความสามารถในการขยายส่วนแบ่งทางการตลาด แต่ราคาขายเฉลี่ยกลับปรับลดลง นอกจากนี้ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้จากการขายโดยรวมลดลงถึง 30.11% (สำหรับงวด 9 เดือน) สาเหตุหลักมาจาก **การแข่งขันในตลาดที่ค่อนข้างสูงอย่างต่อเนื่อง** ทั้งจากผู้ขายในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการเข้ามาของผู้แข่งขันรายใหม่ ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ยอดขายสินค้าเส้นด้ายยางยืด ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัทฯ ลดลง
2. **ต้นทุนขายสินค้าเพิ่มขึ้น:** ต้นทุนขายสินค้าสำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 เพิ่มขึ้น 5.76% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีทิศทางสอดคล้องกับรายได้จากการขายที่ลดลง สาเหตุหลักมาจาก **การปรับตัวขึ้นของอัตราค่าแรงขั้นต่ำ ค่าไฟฟ้า และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก** ซึ่งส่งผลให้วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เช่น สารเคมีและบรรจุภัณฑ์ มีราคาสูงขึ้นตามไปด้วย
ผลกระทบจากทั้งสองปัจจัยข้างต้น ทำให้กำไรขั้นต้นของบริษัทฯ ลดลง ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 536.84% ในไตรมาส 3 ปี 2566 เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้นตามนโยบายสถาบันการเงิน ส่งผลให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 38.53 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2566
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการระบุว่าการแข่งขันในตลาดที่สูงและการปรับขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีแผนที่จะขยายตลาดไปยัง 100 ประเทศใน 2 ปีข้างหน้า และมุ่งมั่นรักษาความเป็นผู้นำด้วยข้อได้เปรียบด้านแหล่งวัตถุดิบ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนอย่างรัดกุมและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งหากสามารถดำเนินการได้ตามแผน อาจช่วยบรรเทาแรงกดดันในอนาคตได้ แต่ความต่อเนื่องของปัจจัยลบด้านการแข่งขันและต้นทุนยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **พลิกขาดทุนสุทธิ:** ไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 38.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.82 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 4.29 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายลดลง:** รายได้รวมไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 704.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.99% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่สำหรับงวด 9 เดือน รายได้รวมลดลง 30.11% เป็น 1,981.44 ล้านบาท
* **ต้นทุนขายสินค้าเพิ่ม:** ต้นทุนขายสินค้าไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 704.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.76% เมื่อเทียบกับปีก่อน
* **ต้นทุนทางการเงินพุ่งสูง:** ต้นทุนทางการเงินไตรมาส 3 ปี 2566 เพิ่มขึ้นถึง 536.84% เป็น 4.84 ล้านบาท จากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย
* **การแข่งขันสูงกดดันยอดขาย:** ฝ่ายจัดการระบุว่าการแข่งขันในตลาดที่ค่อนข้างสูงจากผู้ขายทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงคู่แข่งรายใหม่ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ยอดขายสินค้าเส้นด้ายยางยืดลดลง
* **แผนขยายตลาดต่างประเทศ:** บริษัทฯ ตั้งเป้าขยายตลาดไปยังมากกว่า 100 ประเทศใน 2 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันที่ฐานลูกค้าอยู่ที่ 84 ประเทศ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 704.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.99% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (30/65) ที่มีรายได้รวม 690.58 ล้านบาท โดยการเพิ่มขึ้นนี้มาจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยจะลดลงก็ตาม
อย่างไรก็ตาม สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,981.44 ล้านบาท ลดลง 30.11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (9M/65) ที่มีรายได้รวม 2,835.37 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการแข่งขันในตลาดที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการเข้ามาของคู่แข่งรายใหม่ รวมถึงสภาวะเงินเฟ้อที่ส่งผลให้ยอดขายสินค้าเส้นด้ายยางยืดซึ่งเป็นรายได้หลักลดลง
ในด้านต้นทุนขายสินค้า ไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 704.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.76% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับรายได้จากการขายที่ลดลง โดยได้รับผลกระทบจากการปรับตัวขึ้นของอัตราค่าแรงขั้นต่ำ ค่าไฟฟ้า และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก ทำให้วัตถุดิบมีราคาสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง
ต้นทุนในการจัดจำหน่ายสำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 10.17 ล้านบาท ลดลง 4.95% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนใหญ่เนื่องมาจากค่าใช้จ่ายในการส่งออกและค่าระวาง
ค่าใช้จ่ายในการบริหารสำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 11.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.05% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนใหญ่เนื่องมาจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุคลากรที่ลดลง
ต้นทุนทางการเงินสำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 4.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 536.84% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นผลมาจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยตามนโยบายสถาบันการเงิน
ส่งผลให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 จำนวน 38.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.82 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 4.29 ล้านบาท และสำหรับงวดเก้าเดือนปี 2566 มีผลขาดทุนสุทธิ 116.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 306.26 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 189.44 ล้านบาท
## โอกาส
* **การขยายส่วนแบ่งทางการตลาด:** บริษัทฯ มีความสามารถในการขยายส่วนแบ่งทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อปริมาณการขาย
* **การขยายตลาดต่างประเทศ:** บริษัทฯ ตั้งเป้าขยายตลาดไปยังมากกว่า 100 ประเทศใน 2 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันที่ฐานลูกค้าอยู่ที่ 84 ประเทศทั่วโลก ซึ่งจะช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการเติบโต
* **ข้อได้เปรียบด้านวัตถุดิบ:** บริษัทฯ มีข้อได้เปรียบทางการแข่งขันในด้านแหล่งวัตถุดิบนํายางธรรมชาติ ซึ่งเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบที่มีคุณภาพและปริมาณมาก
* **การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต:** การนำระบบ IoT และเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้เพื่อลดต้นทุนและลดการพึ่งพิงแรงงานในกระบวนการผลิต
* **โครงการพลังงานแสงอาทิตย์:** การติดตั้งระบบ Solar Rooftop เพื่อลดต้นทุนค่าไฟฟ้าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในตลาดสูง:** การแข่งขันที่ค่อนข้างสูงจากผู้ขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการเข้ามาของผู้แข่งขันรายใหม่ กดดันราคาขายและส่วนแบ่งทางการตลาด
* **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน:** ราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เช่น สารเคมีและบรรจุภัณฑ์ มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามสภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายและกำไรขั้นต้น
* **อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น:** ต้นทุนทางการเงินมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตามอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิ
* **สภาวะเศรษฐกิจโลก:** สภาวะเศรษฐกิจที่มีการปรับตัวขึ้นของอัตราค่าแรงขั้นต่ำ ค่าไฟฟ้า และเงินเฟ้อ ส่งผลกระทบต่อยอดขายสินค้า
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในงวด 9 เดือน จะมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ความผันผวนของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการแข่งขันในตลาด:** การปรับตัวของผู้แข่งขันรายใหม่ และกลยุทธ์การแข่งขันของผู้เล่นเดิม จะส่งผลต่อราคาขายและปริมาณการขายของ WFX
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** ความสามารถของบริษัทฯ ในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน และการหาแหล่งวัตถุดิบที่มีเสถียรภาพ
* **ผลของการขยายตลาดต่างประเทศ:** ความคืบหน้าและผลตอบรับจากการขยายฐานลูกค้าไปยัง 100 ประเทศทั่วโลก
* **การควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพื่อลดแรงกดดันต่อกำไร
* **ทิศทางอัตราดอกเบี้ย:** ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **ปริมาณขาย (Volume):** ไตรมาส 3 ปี 2566 มีปริมาณขายเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากการขยายส่วนแบ่งทางการตลาด แต่เมื่อเทียบกับปีก่อน ปริมาณขายโดยรวมลดลง เนื่องจากปัจจัยการแข่งขันที่สูงขึ้น
* **ราคาขาย (Average Selling Price):** ราคาขายเฉลี่ยในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับลดลง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
* **ต้นทุนวัตถุดิบ (Raw Material Costs):** ต้นทุนวัตถุดิบหลัก เช่น สารเคมีและบรรจุภัณฑ์ ปรับตัวสูงขึ้นตามสภาวะเศรษฐกิจโลก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนขาย
* **ช่องทาง Modern Trade/Online:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับช่องทาง Modern Trade หรือ Online โดยตรง แต่การแข่งขันที่สูงขึ้นอาจส่งผลต่อกลยุทธ์การขายผ่านช่องทางเหล่านี้
* **สินค้าใหม่:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงการเปิดตัวสินค้าใหม่ในไตรมาสนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 2,700.43 ล้านบาท ลดลง 8.72% จากปี 2565 โดยหลักมาจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด, ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น, และที่ดินอาคารและอุปกรณ์
* **หนี้สินรวม:** ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 หนี้สินรวมอยู่ที่ 787.84 ล้านบาท ลดลง 5.27% จากปี 2565 โดยส่วนใหญ่มาจากการจ่ายชำระหนี้เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นๆ รวมถึงการจ่ายชำระเงินกู้ยืมระยะยาว
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,912.59 ล้านบาท ลดลง 10.08% จากปี 2565 เนื่องจากผลขาดทุนจากการดำเนินงาน
* **กระแสเงินสด:**
* **กิจกรรมดำเนินงาน:** มีเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 49.90 ล้านบาท
* **กิจกรรมลงทุน:** มีเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 74.93 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของที่ดินอาคารและอุปกรณ์
* **กิจกรรมจัดหาเงิน:** มีเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 147.43 ล้านบาท เป็นการรับเงินกู้ยืมระยะสั้น และจ่ายชำระเงินกู้ยืมระยะยาว รวมถึงจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
WFX เผชิญแรงกดดันจากภาวะการแข่งขันที่รุนแรงและการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ ส่งผลให้ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกขาดทุน แม้ว่าจะมีสัญญาณบวกจากการขยายส่วนแบ่งทางการตลาดและแผนการขยายตลาดต่างประเทศ แต่ความต่อเนื่องของปัจจัยลบเหล่านี้ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด บริษัทฯ อยู่ระหว่างการปรับกลยุทธ์เพื่อบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งหากสามารถดำเนินการได้ตามแผน อาจช่วยพลิกฟื้นผลประกอบการในระยะต่อไปได้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ WFX ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
497.12
ล้านบาท
↓ 35.7% YoY
กำไรขั้นต้น
0.37
ล้านบาท
↓ 97.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
0.07
%
กำไรสุทธิ
-19.44
ล้านบาท
↑ 49% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-3.91
%
D/E Ratio
0.31
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
497
↓ -35.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
0
↓ -97.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-19
↑ + 49%
YoY
D/E Ratio
0.31
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — WFX
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.31
ROE (%)
-4.98
ROA (%)
-3.12
Book Value/หุ้น
3.75
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — WFX
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-86
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+10
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — WFX
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-86.18
-140.39%
|
213.38
+301.69%
|
53.12
+3,080.84%
|
1.67
-98.58%
|
117.97
-51.98%
|
245.65
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
9.93
-82.54%
|
56.87
-49.48%
|
112.58
-74.18%
|
435.97
-335.15%
|
-185.40
+25.28%
|
-147.99
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
239.04
-159.83%
|
-399.54
-747.34%
|
61.72
-80.45%
|
315.64
-52.05%
|
658.24
-897.19%
|
-82.57
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
3.94
-104.77%
|
-82.64
-136.39%
|
227.09
-69.84%
|
753.05
+27.46%
|
590.80
+3,822.97%
|
15.06
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
17.44
-46.52%
|
32.61
-88.85%
|
292.46
-51.71%
|
605.61
+2,400.45%
|
24.22
+164.41%
|
9.16
-63.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
11.95
-31.48%
|
17.44
-46.52%
|
32.61
-88.85%
|
292.46
-51.71%
|
605.61
+2,400.45%
|
24.22
+164.54%
|