บริษัท เวิลด์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน)
SET · แฟชั่น
1.14
0.01 (0.87%)
สรุปสั้น
บริษัทฯ มีผลการดําเนินงานกําไรสุทธิสําหรับไตรมาส 1 ปี 2565 จํานวน 111.29 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 9.73 ของรายได้รวม โดยเพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า เป็นจํานวนเงิน 71.14 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 177.19 โดยสาเหตุหลักเพิ่มขึ้นจากรายได้การขายสินค้าหลักของบริษัท
เนื่องจากบริษัทฯ ได้เพิ่มกําลังการผลิตติดตั้ง ซึ่งทําให้บริษัทฯ สามารถผลิตสินค้าได้หลากหลายชนิดมากขึ้นทั้งในด้านขนาด และคุณภาพ สามารถตอบสนองความ ต้องการของลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10119 out_tok=2884 at=2026-07-26T12:26:51 -->
# WFX Q3/2564 กำไรสุทธิพุ่ง 218% รับอานิสงส์ราคาขาย-ปริมาณผลิตโต
## รายได้-กำไร เติบโตโดดเด่นจากปัจจัยราคาวัตถุดิบและกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการขยายฐานลูกค้า End-user เป็นปัจจัยสำคัญ
บริษัท เวิลด์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ WFX รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 188.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 218.04% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายเส้นด้ายยางยืดทั้งในด้านราคาและปริมาณการผลิต รวมถึงการขยายฐานลูกค้าที่ให้อัตรากำไรสูงขึ้น แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการบริหารและผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น แต่ภาพรวมผลประกอบการยังคงเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ WFX ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายเส้นด้ายยางยืด ซึ่งเป็นผลมาจากทั้งราคาขายที่ปรับสูงขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบ และปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายกำลังการผลิต รวมถึงการปรับสัดส่วนการขายไปยังกลุ่มลูกค้าผู้ใช้งานโดยตรง (End-user) ที่ให้อัตรากำไรสูงกว่า**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า ราคาเฉลี่ยของน้ำยางข้นในตลาดที่ปรับสูงขึ้น 9.32 บาทต่อกิโลกรัม หรือ 26.86% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทำให้บริษัทฯ สามารถปรับขึ้นราคาขายเส้นด้ายยางยืดตามได้ นอกจากนี้ การขยายกำลังการผลิตเส้นด้ายยางยืดชนิดเคลือบแป้งเพิ่มขึ้น 3,240 ตันในเดือนมกราคม และอีก 1,440 ตันในเดือนสิงหาคม 2564 ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) เพิ่มขึ้นจาก 89.41% เป็น 95.46% ทำให้บริษัทฯ สามารถผลิตและจำหน่ายเส้นด้ายยางยืดได้หลากหลายขนาดและคุณภาพมากขึ้น รองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั้งจากฐานลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่
ปัจจัยสำคัญอีกประการคือ การที่บริษัทฯ มีสัดส่วนรายได้จากการจำหน่ายสินค้าให้แก่กลุ่มลูกค้าประเภทผู้ใช้งานโดยตรง (End-user) เพิ่มขึ้นจาก 20.74% เป็น 31.27% ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้สามารถจำหน่ายสินค้าได้ในอัตรากำไรที่สูงกว่ากลุ่มลูกค้าประเภทผู้จำหน่ายสินค้า (Distributor) ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลให้เกิดการเพิ่มขึ้นบางส่วนของอุปสงค์เส้นด้ายยางยืดชนิดเคลือบแป้งซึ่งเป็นส่วนประกอบของอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น สายคล้องหน้ากากอนามัย และชุด/หมวกคลุมผมทางการแพทย์
นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตสินค้ากว่า 2,700 ตันเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น ยังช่วยลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วย และเกิดการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นและอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มบุคลากรและโบนัส รวมถึงผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ แต่ปัจจัยบวกข้างต้นก็สามารถชดเชยได้
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่บริษัทฯ ได้ขยายกำลังการผลิตและเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ซึ่งช่วยให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น และการมุ่งเน้นขยายฐานลูกค้า End-user ที่ให้อัตรากำไรสูงกว่า รวมถึงแนวโน้มอุปสงค์เส้นด้ายยางยืดสำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่อาจยังคงมีอยู่ อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามสถานการณ์ราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 218.04% YoY:** อยู่ที่ 188.24 ล้านบาท ในงวด 9 เดือนแรกปี 2564
* **รายได้จากการขายโต 51.11% YoY:** อยู่ที่ 2,583.52 ล้านบาท โดยหลักมาจากเส้นด้ายยางยืด
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ:** จาก 8.19% เป็น 15.96%
* **อัตรากำไรสุทธิ (NPM) เพิ่มขึ้น:** จาก 3.45% เป็น 7.27%
* **ปริมาณการขายเส้นด้ายยางยืดเพิ่มขึ้น 12.11%:** จากการขยายกำลังการผลิต
* **สัดส่วนลูกค้า End-user เพิ่มขึ้น:** จาก 20.74% เป็น 31.27%
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 201.07%:** ส่วนใหญ่จากค่าใช้จ่ายพนักงานและโบนัส
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 2,583.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้หลักมาจากเส้นด้ายยางยืดที่ 2,581.12 ล้านบาท ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 38.36% เป็น 2,171.06 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 412.46 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 15.96% เพิ่มขึ้นจาก 8.19% ในปีก่อนหน้า
แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 23.32% และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นถึง 201.07% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าปรับปรุงฐานเงินเดือน และการตั้งโบนัส รวมถึงผลขาดทุนจากการเลิกใช้งานทรัพย์สินและผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ 31.41 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2564 ยังคงเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 218.04% เป็น 188.24 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 3.45% เป็น 7.27%
## โอกาส
* **การขยายกำลังการผลิต:** การเพิ่มกำลังการผลิตเส้นด้ายยางยืดชนิดเคลือบแป้งช่วยให้บริษัทฯ สามารถผลิตสินค้าได้หลากหลายและตอบสนองความต้องการของตลาดได้มากขึ้น
* **การขยายฐานลูกค้า End-user:** การเพิ่มสัดส่วนการขายให้กับลูกค้ากลุ่มนี้ช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น เนื่องจากสามารถกำหนดราคาขายได้สูงกว่า
* **อุปสงค์จากอุปกรณ์ทางการแพทย์:** สถานการณ์ COVID-19 ยังคงส่งผลดีต่อความต้องการเส้นด้ายยางยืดสำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์บางประเภท
* **การประหยัดต่อขนาด:** การผลิตที่เพิ่มขึ้นช่วยลดต้นทุนต่อหน่วยและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบหลักคือน้ำยางข้นมีความผันผวน ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนขาย
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าและการประกันค่าเงิน อาจส่งผลขาดทุนหากค่าเงินบาทเคลื่อนไหวผิดจากที่คาดการณ์
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ค่าใช้จ่ายพนักงานและโบนัสที่เพิ่มขึ้นอาจกดดันอัตรากำไรสุทธิหากรายได้ไม่เติบโตตาม
* **การแข่งขันในตลาด:** แม้จะมีปัจจัยบวก แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมเส้นด้ายยางยืดยังคงมีอยู่
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก (น้ำยางข้น) ในไตรมาสถัดไป
* การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการขายระหว่างลูกค้า End-user และ Distributor
* ผลกระทบจากการขยายกำลังการผลิตต่ออัตราการใช้กำลังการผลิตและต้นทุนเฉลี่ย
* ความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนและผลกระทบต่อผลประกอบการ
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารให้มีประสิทธิภาพ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
ในส่วนของรายได้จากการขายเส้นด้ายยางยืดนั้น มีการเติบโตที่โดดเด่น โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำยางข้นในตลาด และปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายกำลังการผลิต โดยเฉพาะเส้นด้ายยางยืดชนิดเคลือบแป้ง ซึ่งสอดคล้องกับอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นสำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์บางประเภท การที่บริษัทฯ สามารถเพิ่มสัดส่วนการขายให้กับกลุ่มลูกค้า End-user ซึ่งเป็นผู้ใช้งานโดยตรงได้มากขึ้น ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากลูกค้ากลุ่มนี้มักจะยอมรับราคาขายที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้จำหน่าย (Distributor)
ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยมีสัดส่วนต้นทุนวัตถุดิบ (น้ำยางข้นและสารเคมี) สูงถึง 81.34% ของต้นทุนขายทั้งหมด การเพิ่มขึ้นของค่าแรงงานก็เป็นไปตามการขยายกำลังการผลิตและจำนวนพนักงานที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตและการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น (95.46%) ช่วยลดต้นทุนต่อหน่วยและสร้างการประหยัดต่อขนาด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรขั้นต้นและอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก
ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนั้น ส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มจำนวนบุคลากรในฝ่ายบัญชี การเงิน และการขาย เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ รวมถึงการปรับขึ้นฐานเงินเดือนและการตั้งโบนัสค้างจ่าย ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นการตอบแทนบุคลากรจากผลการดำเนินงานที่เติบโตขึ้นและการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ นอกจากนี้ ยังมีผลขาดทุนจากการจำหน่ายทรัพย์สินที่เลิกใช้งาน และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ ซึ่งเป็นปัจจัยที่กดดันกำไรสุทธิ แต่ก็ถูกชดเชยด้วยการเติบโตของรายได้และกำไรขั้นต้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 2,071.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.73% จากปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพื่อใช้เป็นที่ตั้งโรงงานผลิตเส้นด้ายยางยืด รวมถึงสินทรัพย์ระหว่างก่อสร้าง
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,095.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.40% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างขยายโรงงาน และเงินรับล่วงหน้าค่าสินค้า ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 975.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.87% จากปีก่อนหน้า จากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสม และการเพิ่มทุนจากการเสนอขายหุ้นแก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานในปี 2563
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ WFX ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ การเติบโตของรายได้จากการขายเส้นด้ายยางยืดที่แข็งแกร่ง จากทั้งราคาขายที่สูงขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบ และปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายกำลังการผลิต รวมถึงการปรับกลยุทธ์ไปสู่การขายให้ลูกค้า End-user ที่ให้อัตรากำไรสูงกว่า แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการบริหารและผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น แต่ปัจจัยบวกเหล่านี้ก็ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่จากการขยายกำลังการผลิตและการมุ่งเน้นลูกค้ากำไรสูง แต่ก็ต้องจับตาความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ WFX ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
497.12
ล้านบาท
↓ 35.7% YoY
กำไรขั้นต้น
0.37
ล้านบาท
↓ 97.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
0.07
%
กำไรสุทธิ
-19.44
ล้านบาท
↑ 49% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-3.91
%
D/E Ratio
0.31
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
497
↓ -35.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
0
↓ -97.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-19
↑ + 49%
YoY
D/E Ratio
0.31
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — WFX
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.31
ROE (%)
-4.98
ROA (%)
-3.12
Book Value/หุ้น
3.75
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — WFX
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-86
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+10
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — WFX
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-86.18
-140.39%
|
213.38
+301.69%
|
53.12
+3,080.84%
|
1.67
-98.58%
|
117.97
-51.98%
|
245.65
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
9.93
-82.54%
|
56.87
-49.48%
|
112.58
-74.18%
|
435.97
-335.15%
|
-185.40
+25.28%
|
-147.99
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
239.04
-159.83%
|
-399.54
-747.34%
|
61.72
-80.45%
|
315.64
-52.05%
|
658.24
-897.19%
|
-82.57
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
3.94
-104.77%
|
-82.64
-136.39%
|
227.09
-69.84%
|
753.05
+27.46%
|
590.80
+3,822.97%
|
15.06
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
17.44
-46.52%
|
32.61
-88.85%
|
292.46
-51.71%
|
605.61
+2,400.45%
|
24.22
+164.41%
|
9.16
-63.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
11.95
-31.48%
|
17.44
-46.52%
|
32.61
-88.85%
|
292.46
-51.71%
|
605.61
+2,400.45%
|
24.22
+164.54%
|