WFX
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
WFX
บริษัท เวิลด์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน)
SET · แฟชั่น
1.14
0.01 (0.87%)

สรุปสั้น

บริษัทฯ มีผลการดําเนินงานกําไรสุทธิสําหรับไตรมาส 1 ปี 2565 จํานวน 111.29 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 9.73 ของรายได้รวม โดยเพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า เป็นจํานวนเงิน 71.14 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 177.19 โดยสาเหตุหลักเพิ่มขึ้นจากรายได้การขายสินค้าหลักของบริษัท เนื่องจากบริษัทฯ ได้เพิ่มกําลังการผลิตติดตั้ง ซึ่งทําให้บริษัทฯ สามารถผลิตสินค้าได้หลากหลายชนิดมากขึ้นทั้งในด้านขนาด และคุณภาพ สามารถตอบสนองความ ต้องการของลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10119 out_tok=2884 at=2026-07-26T12:26:51 --> # WFX Q3/2564 กำไรสุทธิพุ่ง 218% รับอานิสงส์ราคาขาย-ปริมาณผลิตโต ## รายได้-กำไร เติบโตโดดเด่นจากปัจจัยราคาวัตถุดิบและกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการขยายฐานลูกค้า End-user เป็นปัจจัยสำคัญ บริษัท เวิลด์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ WFX รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 188.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 218.04% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายเส้นด้ายยางยืดทั้งในด้านราคาและปริมาณการผลิต รวมถึงการขยายฐานลูกค้าที่ให้อัตรากำไรสูงขึ้น แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการบริหารและผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น แต่ภาพรวมผลประกอบการยังคงเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ WFX ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายเส้นด้ายยางยืด ซึ่งเป็นผลมาจากทั้งราคาขายที่ปรับสูงขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบ และปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายกำลังการผลิต รวมถึงการปรับสัดส่วนการขายไปยังกลุ่มลูกค้าผู้ใช้งานโดยตรง (End-user) ที่ให้อัตรากำไรสูงกว่า** **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** ฝ่ายจัดการระบุว่า ราคาเฉลี่ยของน้ำยางข้นในตลาดที่ปรับสูงขึ้น 9.32 บาทต่อกิโลกรัม หรือ 26.86% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทำให้บริษัทฯ สามารถปรับขึ้นราคาขายเส้นด้ายยางยืดตามได้ นอกจากนี้ การขยายกำลังการผลิตเส้นด้ายยางยืดชนิดเคลือบแป้งเพิ่มขึ้น 3,240 ตันในเดือนมกราคม และอีก 1,440 ตันในเดือนสิงหาคม 2564 ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) เพิ่มขึ้นจาก 89.41% เป็น 95.46% ทำให้บริษัทฯ สามารถผลิตและจำหน่ายเส้นด้ายยางยืดได้หลากหลายขนาดและคุณภาพมากขึ้น รองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั้งจากฐานลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ ปัจจัยสำคัญอีกประการคือ การที่บริษัทฯ มีสัดส่วนรายได้จากการจำหน่ายสินค้าให้แก่กลุ่มลูกค้าประเภทผู้ใช้งานโดยตรง (End-user) เพิ่มขึ้นจาก 20.74% เป็น 31.27% ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้สามารถจำหน่ายสินค้าได้ในอัตรากำไรที่สูงกว่ากลุ่มลูกค้าประเภทผู้จำหน่ายสินค้า (Distributor) ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลให้เกิดการเพิ่มขึ้นบางส่วนของอุปสงค์เส้นด้ายยางยืดชนิดเคลือบแป้งซึ่งเป็นส่วนประกอบของอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น สายคล้องหน้ากากอนามัย และชุด/หมวกคลุมผมทางการแพทย์ นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตสินค้ากว่า 2,700 ตันเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น ยังช่วยลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วย และเกิดการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นและอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มบุคลากรและโบนัส รวมถึงผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ แต่ปัจจัยบวกข้างต้นก็สามารถชดเชยได้ **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่บริษัทฯ ได้ขยายกำลังการผลิตและเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ซึ่งช่วยให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น และการมุ่งเน้นขยายฐานลูกค้า End-user ที่ให้อัตรากำไรสูงกว่า รวมถึงแนวโน้มอุปสงค์เส้นด้ายยางยืดสำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่อาจยังคงมีอยู่ อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามสถานการณ์ราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิพุ่ง 218.04% YoY:** อยู่ที่ 188.24 ล้านบาท ในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 * **รายได้จากการขายโต 51.11% YoY:** อยู่ที่ 2,583.52 ล้านบาท โดยหลักมาจากเส้นด้ายยางยืด * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ:** จาก 8.19% เป็น 15.96% * **อัตรากำไรสุทธิ (NPM) เพิ่มขึ้น:** จาก 3.45% เป็น 7.27% * **ปริมาณการขายเส้นด้ายยางยืดเพิ่มขึ้น 12.11%:** จากการขยายกำลังการผลิต * **สัดส่วนลูกค้า End-user เพิ่มขึ้น:** จาก 20.74% เป็น 31.27% * **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 201.07%:** ส่วนใหญ่จากค่าใช้จ่ายพนักงานและโบนัส ## ภาพรวมผลประกอบการ ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 2,583.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้หลักมาจากเส้นด้ายยางยืดที่ 2,581.12 ล้านบาท ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 38.36% เป็น 2,171.06 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 412.46 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 15.96% เพิ่มขึ้นจาก 8.19% ในปีก่อนหน้า แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 23.32% และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นถึง 201.07% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าปรับปรุงฐานเงินเดือน และการตั้งโบนัส รวมถึงผลขาดทุนจากการเลิกใช้งานทรัพย์สินและผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ 31.41 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2564 ยังคงเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 218.04% เป็น 188.24 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 3.45% เป็น 7.27% ## โอกาส * **การขยายกำลังการผลิต:** การเพิ่มกำลังการผลิตเส้นด้ายยางยืดชนิดเคลือบแป้งช่วยให้บริษัทฯ สามารถผลิตสินค้าได้หลากหลายและตอบสนองความต้องการของตลาดได้มากขึ้น * **การขยายฐานลูกค้า End-user:** การเพิ่มสัดส่วนการขายให้กับลูกค้ากลุ่มนี้ช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น เนื่องจากสามารถกำหนดราคาขายได้สูงกว่า * **อุปสงค์จากอุปกรณ์ทางการแพทย์:** สถานการณ์ COVID-19 ยังคงส่งผลดีต่อความต้องการเส้นด้ายยางยืดสำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์บางประเภท * **การประหยัดต่อขนาด:** การผลิตที่เพิ่มขึ้นช่วยลดต้นทุนต่อหน่วยและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบหลักคือน้ำยางข้นมีความผันผวน ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนขาย * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าและการประกันค่าเงิน อาจส่งผลขาดทุนหากค่าเงินบาทเคลื่อนไหวผิดจากที่คาดการณ์ * **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ค่าใช้จ่ายพนักงานและโบนัสที่เพิ่มขึ้นอาจกดดันอัตรากำไรสุทธิหากรายได้ไม่เติบโตตาม * **การแข่งขันในตลาด:** แม้จะมีปัจจัยบวก แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมเส้นด้ายยางยืดยังคงมีอยู่ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก (น้ำยางข้น) ในไตรมาสถัดไป * การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการขายระหว่างลูกค้า End-user และ Distributor * ผลกระทบจากการขยายกำลังการผลิตต่ออัตราการใช้กำลังการผลิตและต้นทุนเฉลี่ย * ความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนและผลกระทบต่อผลประกอบการ * การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารให้มีประสิทธิภาพ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค) ในส่วนของรายได้จากการขายเส้นด้ายยางยืดนั้น มีการเติบโตที่โดดเด่น โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำยางข้นในตลาด และปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายกำลังการผลิต โดยเฉพาะเส้นด้ายยางยืดชนิดเคลือบแป้ง ซึ่งสอดคล้องกับอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นสำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์บางประเภท การที่บริษัทฯ สามารถเพิ่มสัดส่วนการขายให้กับกลุ่มลูกค้า End-user ซึ่งเป็นผู้ใช้งานโดยตรงได้มากขึ้น ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากลูกค้ากลุ่มนี้มักจะยอมรับราคาขายที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้จำหน่าย (Distributor) ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยมีสัดส่วนต้นทุนวัตถุดิบ (น้ำยางข้นและสารเคมี) สูงถึง 81.34% ของต้นทุนขายทั้งหมด การเพิ่มขึ้นของค่าแรงงานก็เป็นไปตามการขยายกำลังการผลิตและจำนวนพนักงานที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตและการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น (95.46%) ช่วยลดต้นทุนต่อหน่วยและสร้างการประหยัดต่อขนาด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรขั้นต้นและอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนั้น ส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มจำนวนบุคลากรในฝ่ายบัญชี การเงิน และการขาย เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ รวมถึงการปรับขึ้นฐานเงินเดือนและการตั้งโบนัสค้างจ่าย ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นการตอบแทนบุคลากรจากผลการดำเนินงานที่เติบโตขึ้นและการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ นอกจากนี้ ยังมีผลขาดทุนจากการจำหน่ายทรัพย์สินที่เลิกใช้งาน และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ ซึ่งเป็นปัจจัยที่กดดันกำไรสุทธิ แต่ก็ถูกชดเชยด้วยการเติบโตของรายได้และกำไรขั้นต้น ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 2,071.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.73% จากปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพื่อใช้เป็นที่ตั้งโรงงานผลิตเส้นด้ายยางยืด รวมถึงสินทรัพย์ระหว่างก่อสร้าง หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,095.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.40% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างขยายโรงงาน และเงินรับล่วงหน้าค่าสินค้า ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 975.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.87% จากปีก่อนหน้า จากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสม และการเพิ่มทุนจากการเสนอขายหุ้นแก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานในปี 2563 ## สรุปท้าย หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ WFX ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ การเติบโตของรายได้จากการขายเส้นด้ายยางยืดที่แข็งแกร่ง จากทั้งราคาขายที่สูงขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบ และปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายกำลังการผลิต รวมถึงการปรับกลยุทธ์ไปสู่การขายให้ลูกค้า End-user ที่ให้อัตรากำไรสูงกว่า แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการบริหารและผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น แต่ปัจจัยบวกเหล่านี้ก็ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่จากการขยายกำลังการผลิตและการมุ่งเน้นลูกค้ากำไรสูง แต่ก็ต้องจับตาความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ WFX ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
497.12 ล้านบาท
↓ 35.7% YoY
กำไรขั้นต้น
0.37 ล้านบาท
↓ 97.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
0.07 %
กำไรสุทธิ
-19.44 ล้านบาท
↑ 49% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-3.91 %
D/E Ratio
0.31
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
497
↓ -35.7% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
0
↓ -97.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-19
↑ + 49% YoY
D/E Ratio
0.31

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — WFX

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
497.12
-35.65%
772.54
-0.21%
774.14
-10.65%
866.39
-69.16%
2,809.14
+16.63%
2,408.66
กำไรขั้นต้น —
0.37
-97.21%
13.31
+228.54%
-10.35
-124.69%
41.94
-85.62%
291.66
+109.74%
139.06
+43.57%
ค่าใช้จ่ายรวม —
26.46
+17.04%
22.61
-17.10%
27.28
-19.73%
33.98
-79.73%
167.62
+55.05%
108.10
กำไรสุทธิ —
-19.44
-49.03%
-13.04
+46.47%
-24.37
-369.08%
9.06
-96.60%
266.20
+360.46%
57.81
กำไรต่อหุ้น —
-0.04
-50.00%
-0.03
+46.15%
-0.05
-360.00%
0.02
-96.51%
0.57
+358.40%
0.13
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.65
-58.06%
1.55
+176.35%
-2.03
+53.76%
-4.39
0.00
-100.00%
5.03
ROE(%) —
-4.98
+30.25%
-7.14
-1.42%
-7.04
-173.95%
9.52
-61.95%
25.02
+258.45%
6.98
+190.65%
ROA(%) —
-3.12
+21.01%
-3.95
+8.14%
-4.30
-152.38%
8.21
-58.45%
19.76
+309.11%
4.83
+218.67%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.31
-22.50%
0.40
+8.11%
0.37
-5.13%
0.39
-13.33%
0.45
-56.73%
1.04
+89.09%
P/E —
-100.00
-100.00
-100.00
-1,766.67%
6.00
+106.00%
-100.00
-100.00
P/BV —
0.21
-30.00%
0.30
-38.78%
0.49
-51.96%
1.02
+240.00%
0.30
0.30
BV —
3.66
-3.94%
3.81
-7.52%
4.12
-9.65%
4.56
+21.60%
3.75
3.75
YIELD(%) —
0.00
0.00
-100.00%
10.40
+4.21%
9.98
0.00
0.00
ราคาหุ้น —
0.76
-33.33%
1.14
-43.56%
2.02
-56.65%
4.66
+308.77%
1.14
1.14
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
0.07
-95.93%
1.72
+228.36%
-1.34
-127.69%
4.84
-53.37%
10.38
+79.90%
5.77
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
5.32
+81.57%
2.93
-16.76%
3.52
-10.20%
3.92
-34.34%
5.97
+32.96%
4.49
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-3.91
-131.36%
-1.69
+46.35%
-3.15
-400.00%
1.05
-88.92%
9.48
+295.00%
2.40
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.31
ROE (%)
-4.98
ROA (%)
-3.12
Book Value/หุ้น
3.75

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — WFX

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
492.66
-20.71%
621.36
-2.86%
639.66
-31.46%
933.33
-28.85%
1,311.74
+169.28%
490.42
-1.59%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
1,768.38
-4.04%
1,842.86
-5.53%
1,950.66
-3.68%
2,025.24
+23.42%
1,640.99
+36.66%
1,197.51
+38.88%
รวมสินทรัพย์ —
2,261.03
-8.25%
2,464.22
-4.87%
2,590.31
-12.45%
2,958.57
+0.20%
2,952.73
+74.93%
1,687.93
+24.06%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
362.43
-30.71%
523.04
-4.59%
548.22
+22.46%
447.66
-36.14%
700.99
-2.19%
716.66
-2.49%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
169.87
-3.68%
176.36
+13.39%
155.53
-59.50%
384.01
+83.21%
209.60
+46.16%
143.40
+78.53%
รวมหนี้สิน —
532.30
-23.89%
699.40
-0.62%
703.75
-15.38%
831.67
-8.67%
910.59
+5.87%
860.07
+5.49%
รวมส่วนของเจ้าของ —
1,728.74
-2.04%
1,764.82
-6.45%
1,886.56
-11.30%
2,126.90
+4.15%
2,042.13
+146.68%
827.86
+51.82%
D/E —
0.31
0.40
0.37
0.39
0.45
1.04
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
-4.98
-7.14
-7.04
9.52
25.02
6.98
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
-3.12
-3.95
-4.30
8.21
19.76
4.83
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.36
1.19
1.17
2.08
1.87
0.68
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.84
0.60
0.59
1.35
1.22
0.33
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
50.12
35.02
0.00
0.00
22.46
32.02
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
32.30
29.67
0.00
0.00
36.92
40.38
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
30.80
28.77
0.00
0.00
48.04
51.01
วงจรเงินสด —
51.63
35.91
0.00
0.00
11.34
21.39
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-86
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+10
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — WFX

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-86.18
-140.39%
213.38
+301.69%
53.12
+3,080.84%
1.67
-98.58%
117.97
-51.98%
245.65
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
9.93
-82.54%
56.87
-49.48%
112.58
-74.18%
435.97
-335.15%
-185.40
+25.28%
-147.99
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
239.04
-159.83%
-399.54
-747.34%
61.72
-80.45%
315.64
-52.05%
658.24
-897.19%
-82.57
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
3.94
-104.77%
-82.64
-136.39%
227.09
-69.84%
753.05
+27.46%
590.80
+3,822.97%
15.06
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
17.44
-46.52%
32.61
-88.85%
292.46
-51.71%
605.61
+2,400.45%
24.22
+164.41%
9.16
-63.47%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
11.95
-31.48%
17.44
-46.52%
32.61
-88.85%
292.46
-51.71%
605.61
+2,400.45%
24.22
+164.54%