UP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
UP
บริษัท ยูเนี่ยนพลาสติก จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
26.00
+0.00 (+0.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3159 out_tok=2369 at=2026-07-26T11:53:40 --> # UP ปี 64 กำไรโตแรง รับอานิสงส์ออเดอร์รถยนต์-ต้นทุนคงที่ ขณะที่ต้นปีมีค่าชดเชยพนักงาน ## รายได้-กำไรปี 64 พุ่งแรง YoY จากคำสั่งซื้อชิ้นส่วนรถยนต์ที่ฟื้นตัว ขณะที่ต้นทุนคงที่ช่วยหนุน GPM บริษัท ยูเนี่ยนพลาสติก จำกัด (มหาชน) หรือ UP รายงานผลประกอบการปี 2564 มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อชิ้นส่วนยานยนต์ และการบริหารจัดการต้นทุนที่ส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้น ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาในทิศทางผลประกอบการช่วงถัดไป ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการปี 2564 ของ UP เติบโตอย่างโดดเด่นเมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) การเพิ่มขึ้นของยอดขายชิ้นงานพลาสติก โดยเฉพาะชิ้นส่วนรถยนต์ที่ได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น และ 2) การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ยอดขายที่เพิ่มขึ้นสามารถครอบคลุมต้นทุนคงที่ได้ดีขึ้น ประกอบกับปีก่อนมีรายการจ่ายชดเชยการเลิกจ้างพนักงานจำนวนมาก ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ส่งผลกระทบต่อฐานกำไรในปี 2563 ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า ยอดขายชิ้นงานพลาสติกที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นผลโดยตรงจากคำสั่งซื้อชิ้นส่วนรถยนต์ของลูกค้ารายหลักที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ ในขณะเดียวกัน ยอดขายแม่พิมพ์กลับลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากยอดคำสั่งซื้อแม่พิมพ์ลดลง สำหรับอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นนั้น เกิดจากยอดขายชิ้นส่วนพลาสติกที่เพิ่มขึ้นเพียงพอที่จะครอบคลุมต้นทุนคงที่ตามปกติของโรงงาน ในขณะที่ปีก่อนมีรายการจ่ายชดเชยการเลิกจ้างพนักงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายพิเศษที่ทำให้ GPM ในปีก่อนต่ำกว่าปกติ การที่ปีนี้มีรายได้เพิ่มขึ้นโดยที่ต้นทุนคงที่ไม่ได้เพิ่มขึ้นตามสัดส่วน จึงส่งผลให้ GPM ปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าขนส่งสินค้า แต่ในขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานลดลงจากการปรับลดจำนวนพนักงานลงจากปีก่อน ส่วนผลกำไรจากเงินลงทุนในตราสารทุนที่เพิ่มขึ้น เกิดจากการเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินไม่หมุนเวียนอื่น ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นตามแนวโน้มเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือคำสั่งซื้อชิ้นส่วนรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งหากอุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง คำสั่งซื้อดังกล่าวก็มีแนวโน้มที่จะคงอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการไม่ได้ระบุถึงปริมาณ Order Book ที่ชัดเจน แต่การที่ระบุว่า "ยอดขายชิ้นส่วนรถยนต์ของลูกค้ารายหลัก" เพิ่มขึ้น บ่งชี้ว่าเป็นการตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ส่วนประเด็นด้าน GPM ที่ดีขึ้นนั้น ส่วนหนึ่งมาจากรายการพิเศษในปี 2563 ที่มีค่าชดเชยการเลิกจ้างพนักงานจำนวนมาก ซึ่งเป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (one-time) ดังนั้น การเปรียบเทียบ GPM กับปีก่อนหน้าอาจต้องพิจารณาปัจจัยนี้เป็นพิเศษ แต่การที่ยอดขายที่เพิ่มขึ้นสามารถครอบคลุมต้นทุนคงที่ได้ดีขึ้นนั้น เป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการดำเนินงานปกติ ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมปี 2564 เพิ่มขึ้น** จากการเพิ่มขึ้นของยอดขายชิ้นงานพลาสติก โดยเฉพาะชิ้นส่วนรถยนต์ * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้น** เนื่องจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นเพียงพอต่อต้นทุนคงที่ และปีก่อนมีรายการจ่ายชดเชยพนักงานจำนวนมาก * **กำไรสุทธิปี 2564 เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ** เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากยอดขายและ GPM ที่ดีขึ้น รวมถึงผลกำไรจากเงินลงทุน * **ยอดขายแม่พิมพ์ลดลง** เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากคำสั่งซื้อแม่พิมพ์ลดลง * **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย** จากค่าขนส่งสินค้า แต่ค่าใช้จ่ายพนักงานลดลง ## ภาพรวมผลประกอบการ ผลประกอบการประจำปี 2564 ของ UP แสดงการเติบโตที่แข็งแกร่งเมื่อเทียบกับปี 2563 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายชิ้นงานพลาสติก ซึ่งได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อชิ้นส่วนรถยนต์ของลูกค้ารายหลักที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้รายได้รวมปรับตัวสูงขึ้น ในขณะเดียวกัน อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ก็ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายสามารถครอบคลุมต้นทุนคงที่ได้ดีขึ้น ประกอบกับฐาน GPM ของปีก่อนได้รับผลกระทบจากรายการจ่ายชดเชยการเลิกจ้างพนักงานจำนวนมาก ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ส่งผลกระทบต่อกำไรในปี 2563 นอกจากนี้ ผลกำไรจากเงินลงทุนในตราสารทุนที่เพิ่มขึ้นจากการปรับมูลค่ายุติธรรมตามแนวโน้มเศรษฐกิจ ยังเป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตของกำไรสุทธิในปีนี้ ## โอกาส * **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** หากอุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงเติบโตและฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลดีต่อคำสั่งซื้อชิ้นส่วนพลาสติกของ UP * **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนคงที่และบริหารจัดการ GPM ให้มีประสิทธิภาพ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไร * **การลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน:** การปรับเพิ่มขึ้นของมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน อาจเป็นปัจจัยบวกต่อผลกำไรในอนาคต หากแนวโน้มเศรษฐกิจยังคงดีต่อเนื่อง ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของคำสั่งซื้อแม่พิมพ์:** ยอดขายแม่พิมพ์ที่ลดลงในปี 2564 บ่งชี้ถึงความไม่แน่นอนของคำสั่งซื้อในส่วนนี้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้รวมหากไม่สามารถชดเชยด้วยยอดขายชิ้นงานพลาสติกได้ * **ต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุถึงต้นทุนวัตถุดิบโดยตรง แต่โดยทั่วไปแล้วธุรกิจพลาสติกมีความอ่อนไหวต่อราคาวัตถุดิบที่ผันผวน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ GPM หากไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังลูกค้าได้ * **การพึ่งพิงลูกค้ารายหลัก:** การที่ยอดขายชิ้นส่วนรถยนต์มาจาก "ลูกค้ารายหลัก" บ่งชี้ถึงการพึ่งพิงลูกค้ากลุ่มนี้ หากเกิดปัญหาใดๆ กับลูกค้ารายหลัก อาจส่งผลกระทบต่อ UP อย่างมีนัยสำคัญ * **ค่าใช้จ่ายพิเศษ:** การเปรียบเทียบผลประกอบการกับปีก่อนหน้า ต้องคำนึงถึงรายการพิเศษ เช่น ค่าชดเชยการเลิกจ้างพนักงาน ซึ่งอาจทำให้การเปรียบเทียบไม่สะท้อนการดำเนินงานปกติ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มคำสั่งซื้อชิ้นส่วนรถยนต์ในไตรมาสถัดไป * การเปลี่ยนแปลงของยอดขายแม่พิมพ์ และความสามารถในการหาคำสั่งซื้อใหม่ * ความผันผวนของราคาวัตถุดิบพลาสติก และผลกระทบต่อ GPM * การบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร * ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุระดับ Utilization Rate โดยตรง แต่การที่ยอดขายชิ้นงานพลาสติกเพิ่มขึ้นและสามารถครอบคลุมต้นทุนคงที่ได้ดีขึ้น บ่งชี้ว่า Utilization Rate อาจมีการปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน * **Order Book:** ไม่ได้ระบุ Order Book โดยตรง แต่ระบุว่ามีคำสั่งซื้อชิ้นส่วนรถยนต์จากลูกค้ารายหลักเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวก * **ราคาวัตถุดิบ:** ไม่ได้ระบุข้อมูลราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่เป็นปัจจัยที่ธุรกิจพลาสติกต้องเผชิญ * **GPM:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยฝ่ายจัดการระบุว่ายอดขายที่เพิ่มขึ้นเพียงพอต่อต้นทุนคงที่ และปีก่อนมีรายการพิเศษ * **ส่งออก:** ไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออกโดยตรง แต่การที่ระบุถึงคำสั่งซื้อชิ้นส่วนรถยนต์ อาจบ่งชี้ถึงการผลิตเพื่อส่งออกหรือเพื่อผู้ผลิตรถยนต์ที่มีฐานการผลิตในประเทศ * **ค่าเงิน:** ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง * **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้ระบุข้อมูลสินค้าคงคลัง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสาร MD&A ฉบับนี้ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน/ลงทุน/จัดหาเงิน ## สรุปท้าย UP ปิดปี 2564 ด้วยผลประกอบการที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การฟื้นตัวของคำสั่งซื้อชิ้นส่วนรถยนต์ที่ช่วยหนุนยอดขาย และการบริหารจัดการต้นทุนที่ทำให้ GPM ปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับรายการพิเศษในปี 2563 ที่กดดันฐานกำไร ทำให้กำไรสุทธิปีนี้เติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้จะมีโอกาสต่อเนื่องจากแนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของคำสั่งซื้อแม่พิมพ์และต้นทุนวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UP ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
172.81 ล้านบาท
↑ 7.4% YoY
กำไรขั้นต้น
16.10 ล้านบาท
↑ 41.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
9.32 %
กำไรสุทธิ
-4.11 ล้านบาท
↓ 95.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-2.38 %
D/E Ratio
0.26
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
173
↑ + 7.4% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
16
↑ + 41.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-4
↓ -95.9% YoY
D/E Ratio
0.26

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
172.81
+7.43%
160.86
-16.23%
192.03
+18.37%
162.23
+12.87%
143.73
-0.31%
144.17
-4.28%
กำไรขั้นต้น —
16.10
+41.20%
11.40
-46.53%
21.32
+101.24%
10.60
+189.64%
3.66
-58.82%
8.88
+122.29%
ค่าใช้จ่ายรวม —
18.77
-0.60%
18.88
-6.82%
20.27
-11.31%
22.85
+44.67%
15.80
+9.52%
14.42
-16.69%
กำไรสุทธิ —
-4.11
+95.92%
-100.67
-207.93%
-32.69
+29.28%
-46.23
-1,280.79%
-3.35
-309.64%
1.60
+110.32%
กำไรต่อหุ้น —
-0.16
+95.93%
-4.03
-207.87%
-1.31
+29.26%
-1.85
-1,279.85%
-0.13
-309.38%
0.06
+110.34%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
9.32
+31.45%
7.09
-36.13%
11.10
+69.98%
6.53
+156.08%
2.55
-58.60%
6.16
+123.29%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
10.86
-7.50%
11.74
+11.28%
10.55
-25.12%
14.09
+28.21%
10.99
+9.90%
10.00
-12.97%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-2.38
+96.20%
-62.58
-267.69%
-17.02
+40.28%
-28.50
-1,123.18%
-2.33
-309.91%
1.11
+110.81%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
+100.00%
-116.90
+22.14%
-150.15
-71.33%
-87.64
-248.61%
-25.14
0.00
-100.00%
ROE(%) —
10.24
+22.63%
8.35
+5.56%
7.91
+45.94%
5.42
+9,133.33%
-0.06
+98.91%
-5.52
-156.10%
ROA(%) —
8.17
+22.12%
6.69
+6.02%
6.31
+45.39%
4.34
+14,566.67%
-0.03
+99.28%
-4.14
-153.21%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.26
+4.00%
0.25
0.25
-3.85%
0.26
+8.33%
0.24
-25.00%
0.32
+28.00%
P/E —
8.87
+17.64%
7.54
-45.44%
13.82
-28.17%
19.24
-75.70%
79.17
0.00
P/BV —
0.85
+18.06%
0.72
+2.86%
0.70
-29.29%
0.99
-18.85%
1.22
+37.08%
0.89
+21.92%
BV —
24.73
+1.69%
24.32
+6.39%
22.86
+6.18%
21.53
+7.54%
20.02
+5.70%
18.94
-1.46%
YIELD(%) —
9.38
+39.17%
6.74
-29.94%
9.62
9.62
0.00
0.00
ราคาหุ้น —
0.00
-100.00%
17.50
0.00
-100.00%
21.40
-12.65%
24.50
+44.97%
16.90
+20.71%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.26
ROE (%)
10.24
ROA (%)
8.17
Book Value/หุ้น
24.88

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
454.55
+4.58%
434.63
+14.97%
378.04
+19.12%
317.35
+10.05%
288.37
-6.04%
306.91
-18.53%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
327.32
-0.33%
328.39
-8.52%
358.96
+0.22%
358.16
+8.88%
328.95
+1.91%
322.79
+28.44%
รวมสินทรัพย์ —
781.87
+2.47%
763.02
+3.53%
737.00
+9.10%
675.51
+9.43%
617.32
-1.97%
629.70
+0.26%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
103.47
+3.33%
100.13
+1.10%
99.04
+18.38%
83.66
+24.81%
67.03
-35.90%
104.58
-6.86%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
58.40
+14.55%
50.98
+1.20%
50.37
-8.67%
55.15
+2.20%
53.97
+16.51%
46.32
-9.21%
รวมหนี้สิน —
161.86
+7.12%
151.11
+1.14%
149.41
+7.63%
138.82
+14.72%
121.00
-19.81%
150.90
-7.59%
รวมส่วนของเจ้าของ —
620.01
+1.32%
611.91
+4.14%
587.59
+9.48%
536.69
+8.13%
496.32
+3.66%
478.80
+3.02%
D/E —
0.26
0.25
0.25
0.26
0.24
0.32
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
10.24
8.35
7.91
5.42
-0.06
-5.52
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
8.17
6.69
6.31
4.34
-0.03
-4.14
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
4.39
4.34
3.82
3.79
4.30
2.93
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
4.00
3.92
3.39
2.97
3.39
1.42
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
43.21
41.97
0.00
0.00
48.50
54.92
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
22.23
22.01
0.00
0.00
29.67
33.57
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
65.32
61.47
0.00
0.00
58.16
76.34
วงจรเงินสด —
0.12
2.52
0.00
0.00
20.01
12.15
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+32
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-76
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
32.13
-183.15%
-38.64
+18.09%
-32.72
-36.50%
-51.53
+155.86%
-20.14
-46.69%
-37.78
+28.24%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-76.46
-323.76%
34.17
-168.89%
-49.60
-455.81%
13.94
-71.36%
48.67
-355.35%
-19.06
-75.26%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
49.79
+67.08%
29.80
+10,937.04%
0.27
+92.86%
0.14
-111.76%
-1.19
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
5.43
-78.56%
25.33
-130.88%
-82.04
+119.01%
-37.46
-232.79%
28.21
-149.54%
-56.94
-46.42%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
114.22
+16.66%
97.91
+204.54%
32.15
-38.52%
52.29
-34.01%
79.24
-41.81%
136.18
-43.83%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
111.06
-2.77%
114.22
+16.66%
97.91
+204.54%
32.15
-38.52%
52.29
-34.01%
79.24
-41.81%