บริษัท ยูเนี่ยนพลาสติก จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
24.70
+0.10 (+0.41%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3111 out_tok=1839 at=2026-07-26T11:37:05 -->
UP Q2/2565 กำไรสุทธิหดตัว 30% เหตุยอดขายชิ้นส่วนรถยนต์วูบ
ฝ่ายจัดการชี้ต้นทุนคงที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น ขณะผลกำไรเงินลงทุนหนุน
บริษัท ยูเนี่ยนพลาสติก จำกัด (มหาชน) หรือ UP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 10.32 ล้านบาท ลดลง 30.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากยอดขายชิ้นส่วนรถยนต์ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับต้นทุนคงที่ที่ยังคงอยู่ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้รับผลบวกจากกำไรจากเงินลงทุนในตราสารทุนที่ปรับเพิ่มขึ้นตามแนวโน้มเศรษฐกิจ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ UP ในไตรมาส 2 ปี 2565 ปรับตัวลดลง มาจาก **ยอดขายชิ้นส่วนรถยนต์ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** และ **อัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัว**
ปัจจัยนี้เกิดขึ้นเนื่องจากคำสั่งซื้อชิ้นส่วนรถยนต์จากลูกค้ารายหลักของบริษัทฯ ลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากการยกเลิกการผลิตชิ้นงานบางส่วน ประกอบกับความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์โดยรวม เมื่อยอดขายลดลง แต่บริษัทฯ ยังคงมีต้นทุนคงที่ในส่วนของค่าเสื่อมราคาเครื่องจักรและอุปกรณ์ ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM) ปรับตัวลดลง นอกจากนี้ ยอดขายแม่พิมพ์ที่ลดลงก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อ GPM เช่นกัน
สำหรับแนวโน้มความต่อเนื่องของปัจจัยนี้ **ยังมีความไม่แน่นอนสูง** เนื่องจากขึ้นอยู่กับสถานการณ์ COVID-19 และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่บริษัทฯ ควบคุมได้ยาก อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้ระบุถึงผลกำไรจากเงินลงทุนในตราสารทุนที่ปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกันที่ปรับเพิ่มขึ้นตามแนวโน้มเศรษฐกิจและผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่เข้ามาช่วยชดเชยบางส่วน แต่ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากยอดขายที่ลดลงได้ทั้งหมด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 30.3% YoY:** อยู่ที่ 10.32 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2565
* **ยอดขายชิ้นส่วนรถยนต์ลดลง:** เป็นปัจจัยหลักกดดันรายได้และอัตรากำไร
* **อัตรากำไรขั้นต้นหดตัว:** จากต้นทุนคงที่และยอดขายแม่พิมพ์ที่ลดลง
* **ผลกำไรเงินลงทุนหนุน:** จากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท ยูเนี่ยนพลาสติก จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิ 10.32 ล้านบาท ลดลง 30.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากยอดขายชิ้นงานพลาสติกที่ลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากคำสั่งซื้อชิ้นส่วนรถยนต์ของลูกค้ารายหลักที่ลดลง ประกอบกับสถานการณ์ COVID-19 ที่ยังคงมีความไม่แน่นอน ส่งผลให้ยอดขายโดยรวมปรับตัวลดลง ในขณะที่ต้นทุนคงที่จากค่าเสื่อมราคาเครื่องจักรและอุปกรณ์ยังคงมีอยู่ ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยสูงขึ้น และส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง นอกจากนี้ ยอดขายแม่พิมพ์ที่ลดลงก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันอัตรากำไร อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้รับผลบวกจากกำไรจากเงินลงทุนในตราสารทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเกิดจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกันตามแนวโน้มเศรษฐกิจและผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** หากสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย และอุตสาหกรรมยานยนต์กลับมาฟื้นตัว คำสั่งซื้อชิ้นส่วนรถยนต์มีแนวโน้มจะปรับเพิ่มขึ้น
* **การปรับมูลค่ายุติธรรมเงินลงทุน:** หากแนวโน้มเศรษฐกิจและผลตอบแทนของบริษัทที่เกี่ยวข้องกันยังคงดีอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลดีต่อกำไรจากเงินลงทุน
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ COVID-19:** ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่อาจส่งผลกระทบต่อคำสั่งซื้อและการดำเนินงานของลูกค้าในอุตสาหกรรมยานยนต์
* **การยกเลิกการผลิตชิ้นงาน:** หากลูกค้ารายหลักยังคงมีแผนยกเลิกการผลิตชิ้นงานบางส่วน จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของบริษัทฯ
* **ต้นทุนคงที่:** การที่บริษัทฯ ยังมีต้นทุนคงที่ในขณะที่ยอดขายลดลง จะกดดันอัตรากำไรขั้นต้นอย่างต่อเนื่อง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มคำสั่งซื้อชิ้นส่วนรถยนต์จากลูกค้ารายหลักในไตรมาสถัดไป
* การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ COVID-19 และผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์
* การปรับตัวของต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* แนวโน้มการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท ยูเนี่ยนพลาสติก จำกัด (มหาชน) เผชิญกับความท้าทายในด้าน **Utilization Rate** ที่ลดลง อันเนื่องมาจากยอดขายชิ้นส่วนรถยนต์ที่ลดลง ส่งผลให้กำลังการผลิตที่ใช้จริงลดลงตามไปด้วย ในขณะที่ต้นทุนคงที่ เช่น ค่าเสื่อมราคาเครื่องจักร ยังคงมีอยู่ ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยสูงขึ้นและกดดัน **Gross Profit Margin (GPM)** ให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ฝ่ายจัดการระบุว่ายอดขายแม่พิมพ์ที่ลดลงก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อ GPM เช่นกัน สำหรับ **Order Book** ของบริษัทฯ ได้รับผลกระทบจากคำสั่งซื้อที่ลดลงของลูกค้ารายหลักในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเป็นผลมาจากการยกเลิกการผลิตชิ้นงานบางส่วน และความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ COVID-19 **ราคาวัตถุดิบ** ไม่ได้ถูกกล่าวถึงโดยตรงในเอกสาร แต่ผลกระทบต่อ GPM ชี้ให้เห็นว่าการบริหารจัดการต้นทุนยังเป็นประเด็นสำคัญ **การส่งออก** ไม่ได้มีการกล่าวถึงในเอกสารนี้ **ค่าเงิน** ไม่ได้ถูกระบุว่าเป็นปัจจัยที่มีนัยสำคัญต่อผลประกอบการในงวดนี้ **สินค้าคงคลัง** ไม่ได้มีการกล่าวถึงในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ ในไตรมาส 2 ปี 2565
## สรุปท้าย
หัวใจหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ UP ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือการลดลงของยอดขายชิ้นส่วนรถยนต์ ซึ่งเป็นผลมาจากคำสั่งซื้อที่ลดลงและสถานการณ์ COVID-19 ที่ยังคงส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ ทำให้ GPM หดตัว แม้ว่าจะมีกำไรจากเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นเข้ามาช่วยชดเชยบางส่วน แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบเชิงลบได้อย่างเต็มที่ ความเสี่ยงหลักยังคงอยู่ที่ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ COVID-19 และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UP ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
172.81
ล้านบาท
↑ 7.4% YoY
กำไรขั้นต้น
16.10
ล้านบาท
↑ 41.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
9.32
%
กำไรสุทธิ
-4.11
ล้านบาท
↓ 95.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-2.38
%
D/E Ratio
0.26
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
173
↑ + 7.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
16
↑ + 41.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-4
↓ -95.9%
YoY
D/E Ratio
0.26
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.26
ROE (%)
10.24
ROA (%)
8.17
Book Value/หุ้น
27.04
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+32
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-76
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
32.13
-183.15%
|
-38.64
+18.09%
|
-32.72
-36.50%
|
-51.53
+155.86%
|
-20.14
-46.69%
|
-37.78
+28.24%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-76.46
-323.76%
|
34.17
-168.89%
|
-49.60
-455.81%
|
13.94
-71.36%
|
48.67
-355.35%
|
-19.06
-75.26%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
49.79
+67.08%
|
29.80
+10,937.04%
|
0.27
+92.86%
|
0.14
-111.76%
|
-1.19
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
5.43
-78.56%
|
25.33
-130.88%
|
-82.04
+119.01%
|
-37.46
-232.79%
|
28.21
-149.54%
|
-56.94
-46.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
114.22
+16.66%
|
97.91
+204.54%
|
32.15
-38.52%
|
52.29
-34.01%
|
79.24
-41.81%
|
136.18
-43.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
111.06
-2.77%
|
114.22
+16.66%
|
97.91
+204.54%
|
32.15
-38.52%
|
52.29
-34.01%
|
79.24
-41.81%
|