บริษัท ยูเนี่ยนพลาสติก จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
24.70
+0.10 (+0.41%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3160 out_tok=1742 at=2026-07-27T13:57:04 -->
# UP Q2/2564 กำไรโตแรง รับอานิสงส์ออเดอร์ชิ้นส่วนรถยนต์-คุมต้นทุน
## ยอดขายชิ้นส่วนรถยนต์พุ่ง ดันกำไร UP โต YoY ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการลดขนาดองค์กรช่วยคุมค่าใช้จ่าย
บริษัท ยูเนี่ยนพลาสติก จำกัด (มหาชน) หรือ UP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อชิ้นส่วนยานยนต์ และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการมีทิศทางที่ดีขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ UP ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของยอดขายชิ้นงานพลาสติก โดยเฉพาะชิ้นส่วนรถยนต์ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ**
### 1) หัวใจคืออะไร
ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ผลประกอบการของ UP ในไตรมาส 2 ปี 2564 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมากของยอดขายชิ้นงานพลาสติก** ซึ่งส่วนใหญ่มาจากคำสั่งซื้อชิ้นส่วนรถยนต์ของลูกค้ารายหลัก นอกจากนี้ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่เพิ่มขึ้น** และ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง** ก็เป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ยอดขายชิ้นงานพลาสติกเพิ่มขึ้นมาก:** สาเหตุหลักมาจากการที่ลูกค้ารายหลักกลับมาสั่งซื้อชิ้นส่วนรถยนต์เพิ่มขึ้น สะท้อนถึงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์
* **อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น:** ฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากการลดขนาดองค์กรในปีที่ผ่านมา ทำให้ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานลดลง ซึ่งส่งผลดีต่อต้นทุนการผลิตโดยรวม
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง:** เช่นเดียวกับอัตรากำไรขั้นต้น การลดขนาดองค์กรในปีที่แล้วส่งผลให้ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม เอกสารระบุว่า **ยอดขายแม่พิมพ์ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่มีสาระสำคัญ** และมี **ผลขาดทุนจากเงินลงทุนในตราสารทุน** เกิดจากการปรับลดมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนตามแนวโน้มเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยที่กดดันผลกำไรโดยรวม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **มีโอกาสที่ยอดขายชิ้นงานพลาสติกจะยังคงเติบโตต่อเนื่อง** เนื่องจากเป็นผลมาจากคำสั่งซื้อของลูกค้ารายหลัก ซึ่งบ่งชี้ถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมยานยนต์ อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนผ่านการลดขนาดองค์กรนั้น เป็นปัจจัยที่ส่งผลดีต่อ GPM และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารแล้ว การจะรักษาอัตรากำไรในระดับนี้ต่อไปอาจต้องพิจารณาถึงประสิทธิภาพการดำเนินงานและการควบคุมต้นทุนในระยะยาว ส่วนผลขาดทุนจากเงินลงทุนนั้นเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามแนวโน้มเศรษฐกิจ
## Highlight สำคัญ
* **ยอดขายชิ้นงานพลาสติกเพิ่มขึ้นมาก:** เป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนรายได้ในไตรมาส 2/2564
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้น:** จากการลดขนาดองค์กรในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายพนักงานลดลง
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง:** เป็นผลต่อเนื่องจากการปรับโครงสร้างองค์กร
* **ผลขาดทุนจากเงินลงทุนในตราสารทุน:** เกิดจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนตามภาวะเศรษฐกิจ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ผลประกอบการของ UP ในไตรมาส 2 ปี 2564 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากยอดขายชิ้นงานพลาสติกที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคำสั่งซื้อชิ้นส่วนรถยนต์ของลูกค้ารายหลัก ขณะที่ยอดขายแม่พิมพ์ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่มีสาระสำคัญ ด้านอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากการลดขนาดองค์กรในปีที่ผ่านมาช่วยลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารก็ลดลงด้วยเหตุผลเดียวกัน อย่างไรก็ตาม มีผลขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในตราสารทุน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** คำสั่งซื้อชิ้นส่วนรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงแนวโน้มที่ดีของอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นโอกาสในการเพิ่มยอดขายของ UP
* **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การลดขนาดองค์กรส่งผลดีต่อ GPM และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ซึ่งหากรักษาไว้ได้ จะเป็นปัจจัยบวกต่อกำไรในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของคำสั่งซื้อ:** การพึ่งพิงคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายหลัก อาจมีความเสี่ยงหากลูกค้ารายดังกล่าวมีการปรับลดคำสั่งซื้อในอนาคต
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ:** ผลขาดทุนจากเงินลงทุนในตราสารทุนสะท้อนถึงความเสี่ยงจากความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนอื่นๆ ของบริษัทได้
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** แม้จะไม่ได้ระบุโดยตรง แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมพลาสติกยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มคำสั่งซื้อชิ้นส่วนรถยนต์จากลูกค้ารายหลักในไตรมาสถัดไป
* ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นและควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
* ผลกระทบจากความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจต่อมูลค่าเงินลงทุน
* การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตชิ้นงานพลาสติก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** ไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate ในเอกสาร
* **Order Book:** มีการกล่าวถึงคำสั่งซื้อชิ้นส่วนรถยนต์ของลูกค้ารายหลักที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อยอดขาย
* **ราคาวัตถุดิบ:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับราคาวัตถุดิบ
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากการลดขนาดองค์กร
* **ส่งออก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออกโดยเฉพาะ
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทในไตรมาส 2 ปี 2564
## สรุปท้าย
UP ในไตรมาส 2 ปี 2564 สามารถพลิกฟื้นผลประกอบการให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการกลับมาของคำสั่งซื้อชิ้นส่วนรถยนต์ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพจากการลดขนาดองค์กร ซึ่งช่วยหนุนอัตรากำไรและลดค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของคำสั่งซื้อและภาวะเศรษฐกิจยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตา เพื่อประเมินแนวโน้มการเติบโตและความสามารถในการทำกำไรอย่างต่อเนื่อง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ UP ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
172.81
ล้านบาท
↑ 7.4% YoY
กำไรขั้นต้น
16.10
ล้านบาท
↑ 41.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
9.32
%
กำไรสุทธิ
-4.11
ล้านบาท
↓ 95.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-2.38
%
D/E Ratio
0.26
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
173
↑ + 7.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
16
↑ + 41.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-4
↓ -95.9%
YoY
D/E Ratio
0.26
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — UP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.26
ROE (%)
10.24
ROA (%)
8.17
Book Value/หุ้น
27.04
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — UP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+32
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-76
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — UP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
32.13
-183.15%
|
-38.64
+18.09%
|
-32.72
-36.50%
|
-51.53
+155.86%
|
-20.14
-46.69%
|
-37.78
+28.24%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-76.46
-323.76%
|
34.17
-168.89%
|
-49.60
-455.81%
|
13.94
-71.36%
|
48.67
-355.35%
|
-19.06
-75.26%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
49.79
+67.08%
|
29.80
+10,937.04%
|
0.27
+92.86%
|
0.14
-111.76%
|
-1.19
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
5.43
-78.56%
|
25.33
-130.88%
|
-82.04
+119.01%
|
-37.46
-232.79%
|
28.21
-149.54%
|
-56.94
-46.42%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
114.22
+16.66%
|
97.91
+204.54%
|
32.15
-38.52%
|
52.29
-34.01%
|
79.24
-41.81%
|
136.18
-43.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
111.06
-2.77%
|
114.22
+16.66%
|
97.91
+204.54%
|
32.15
-38.52%
|
52.29
-34.01%
|
79.24
-41.81%
|