บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
2.86
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8569 out_tok=3413 at=2026-07-26T11:11:13 -->
TWPC Q3/2566 กำไรสุทธิหดตัวแรง 85% รับต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-ยอดขายแป้งวูบ
รายได้รวมลดลง 5% YoY ขณะที่ GPM ทรงตัวจากธุรกิจอาหารที่ GPM ดีขึ้น ชดเชยธุรกิจแป้งที่ GPM ทรงตัว ฝ่ายบริหารชี้ปัจจัยหลักจากต้นทุนหัวมันสำปะหลังสูงและขาดแคลน
บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) หรือ TWPC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้จากการขายรวม 2,485 ล้านบาท ลดลง 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทขาดทุน 1 ล้านบาท ลดลง 102% หรือหดตัว 85% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ทำได้ 48 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการลดลงของปริมาณการขายในธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ TWPC ในไตรมาส 3 ปี 2566 เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะหัวมันสำปะหลัง ประกอบกับการขาดแคลนวัตถุดิบ ส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายในธุรกิจแป้งมันสำปะหลังโดยตรง** แม้ว่าธุรกิจอาหารจะสามารถเติบโตได้และมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบเชิงลบจากธุรกิจแป้งได้ทั้งหมด
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **ธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง (Native & HVA):** ยอดขายรวมในกลุ่มนี้ลดลง 6% ในไตรมาส 3 และ 9 เดือนแรกของปี ลดลง 9% (Native) และ 4% (HVA) ตามลำดับ สาเหตุหลักมาจากการขาดแคลนวัตถุดิบหัวมันสำปะหลังในปี 2566 ซึ่งไม่เพียงทำให้ปริมาณการผลิตและขายลดลง แต่ยังส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจแป้งในไตรมาส 3 อยู่ที่ 10% ทรงตัวจากปีก่อน แต่สำหรับ 9 เดือนแรกของปี อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 4% มาอยู่ที่ 11% เนื่องจากต้นทุนหัวมันสำปะหลังที่สูงขึ้นและการเพิ่มขึ้นของต้นทุนพลังงาน
* **ธุรกิจอาหาร:** ยอดขายเติบโต 3% ในไตรมาส 3 และ 7% ใน 9 เดือนแรกของปี โดยมีสัดส่วนยอดขายในประเทศ 86% และส่งออก 14% การเติบโตนี้มาจากช่องทาง Modern Trade, Wholesale และ Van รวมถึงการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายและความหลากหลายของสินค้า อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอาหารในไตรมาส 3 อยู่ที่ 30% เพิ่มขึ้น 1% จากปีก่อน เนื่องจากราคาวัตถุดิบนำเข้ามีแนวโน้มลดลงและต้นทุนพลังงานลดลงจากการใช้พลังงานทดแทน อย่างไรก็ตาม สำหรับ 9 เดือนแรกของปี อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 29% ลดลง 2% จากปีก่อน เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบที่สูงกว่า 17%
* **ภาพรวมกำไรสุทธิ:** กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทขาดทุน 1 ล้านบาทในไตรมาส 3 ลดลง 102% จากปีก่อนที่ทำได้ 48 ล้านบาท และสำหรับ 9 เดือนแรกของปี กำไรสุทธิอยู่ที่ 38 ล้านบาท ลดลง 85% จากปีก่อนที่ 261 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นและการลดลงของปริมาณการขายแป้งมันสำปะหลัง
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่องในระยะสั้น แต่มีสัญญาณบวกในระยะยาว**
เอกสารระบุว่าสถานการณ์หัวมันสำปะหลังในด้านปริมาณคาดว่าจะดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 และ 3 ซึ่งเป็นช่วงที่หัวมันออกน้อย ราคาหัวมันปัจจุบันอยู่ที่ 3.3-3.5 บาท/กก. (เชื้อแป้ง 25%) ขณะที่ราคาแป้งยังทรงตัวที่ 540-570 USD/Ton ความต้องการแป้งมันสำปะหลังตรา ROSE ในจีนเพิ่มขึ้น 6% ใน 9 เดือนแรกของปี อย่างไรก็ตาม ประมาณการหัวมันสำปะหลังในฤดูกาล 2565/2566 ลดลง 20% และฤดูกาล 2566/2567 คาดว่าจะลดลงอีก 7% บริษัทมีมาตรการแก้ไขปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ เช่น Digital Crop Scan, Smart Farming และการขยายเครือข่ายลานมัน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในระยะสั้นและยาว นอกจากนี้ โรงงานผลิตแป้งแห่งใหม่ที่กัมพูชาจะเริ่มดำเนินการในเดือน ม.ค. 2567 ซึ่งจะช่วยกระจายความเสี่ยงด้านวัตถุดิบและรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2566:** 2,485 ล้านบาท ลดลง 5% YoY
* **กำไรสุทธิ Q3/2566:** ขาดทุนสุทธิ 1 ล้านบาท (ส่วนผู้ถือหุ้นบริษัท) ลดลง 102% YoY (เทียบกับกำไร 48 ล้านบาท)
* **กำไรสุทธิ 9M/2566:** 38 ล้านบาท ลดลง 85% YoY (เทียบกับกำไร 261 ล้านบาท)
* **อัตรากำไรขั้นต้น Q3/2566:** 14% ทรงตัว YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้น 9M/2566:** 15% ลดลง 3% YoY
* **ธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง:** ยอดขายลดลง YoY จากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบและต้นทุนสูงขึ้น
* **ธุรกิจอาหาร:** ยอดขายเติบโต YoY และ GPM ดีขึ้นจากการนำเข้าวัตถุดิบที่ลดลงและพลังงานทดแทน
* **การส่งออกแป้งมันสำปะหลัง:** ปริมาณส่งออกของบริษัทลดลง 14% ใน 9M/2566 ซึ่งน้อยกว่าภาพรวมอุตสาหกรรมที่ลดลง 27%
* **โรงงานใหม่กัมพูชา:** คาดเริ่มดำเนินการ ม.ค. 2567 เพื่อกระจายความเสี่ยงวัตถุดิบและรองรับตลาดจีน
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้จากการขายรวม 2,485 ล้านบาท ลดลง 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q3/2565) ที่ 2,603 ล้านบาท และสำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 มีรายได้รวม 7,471 ล้านบาท ลดลง 4% จากปีก่อนที่ 7,801 ล้านบาท
อัตรากำไรขั้นต้นสำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 14% ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 15% ลดลง 3% จากปีก่อนที่ 18% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบสูงกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาขายในธุรกิจแป้ง และการเพิ่มขึ้นของต้นทุนพลังงาน
ผลการดำเนินงานสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 1 ล้านบาท ลดลง 102% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่กำไร 48 ล้านบาท และสำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 38 ล้านบาท ลดลง 85% จากปีก่อนที่ 261 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจอาหาร:** ธุรกิจอาหารยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์วุ้นเส้นและเส้นก๋วยเตี๋ยวในประเทศ มีการขยายช่องทางการขายที่หลากหลาย เช่น Modern Trade, Wholesale และ Van รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
* **ความต้องการในตลาดจีน:** ความต้องการแป้งมันสำปะหลังตรา ROSE ในประเทศจีนยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปริมาณการขายในจีนเพิ่มขึ้น 6% ใน 9 เดือนแรกของปี
* **โรงงานใหม่ที่กัมพูชา:** การก่อสร้างโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลังแห่งใหม่ที่ประเทศกัมพูชา ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตในเดือนมกราคม 2567 จะช่วยกระจายความเสี่ยงด้านแหล่งวัตถุดิบและเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
* **การบริหารต้นทุนและพลังงาน:** การลงทุนในพลังงานทางเลือกและการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักรจะช่วยลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วยในระยะยาว
* **เทคโนโลยีการเกษตร:** การนำเทคโนโลยี Digital Crop Scan, Smart Farming และการส่งเสริมการเพาะปลูกแบบใหม่ จะช่วยเพิ่มผลผลิตและลดความเสี่ยงการขาดแคลนวัตถุดิบ
## ความเสี่ยง
* **การขาดแคลนวัตถุดิบหัวมันสำปะหลัง:** สถานการณ์การผลิตหัวมันสำปะหลังในประเทศไทยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณการผลิตและต้นทุนวัตถุดิบของธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น:** แม้ธุรกิจอาหารจะได้รับประโยชน์จากการนำเข้าวัตถุดิบลดลง แต่โดยรวมแล้วต้นทุนวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น โดยเฉพาะในธุรกิจแป้ง
* **ความผันผวนของราคา Commodity:** ราคาแป้งมันสำปะหลังและราคาหัวมันสำปะหลังมีความผันผวนตามอุปสงค์และอุปทานในตลาดโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไร
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาส 3 อัตราแลกเปลี่ยน USD/THB จะอ่อนค่าลง 3% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งอาจเป็นผลดีต่อการส่งออก แต่ความผันผวนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **สถานการณ์ผลผลิตหัวมันสำปะหลัง:** การฟื้นตัวของปริมาณผลผลิตหัวมันสำปะหลังในฤดูกาลถัดไป และผลกระทบจากมาตรการส่งเสริมการเพาะปลูกของบริษัท
* **ผลการดำเนินงานของโรงงานใหม่ที่กัมพูชา:** ความคืบหน้าในการก่อสร้างและการเริ่มดำเนินการผลิต รวมถึงผลต่อการจัดหาวัตถุดิบและการขยายตลาด
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาหัวมันสำปะหลังและวัตถุดิบอื่นๆ ที่ใช้ในธุรกิจอาหาร
* **การเติบโตของธุรกิจอาหาร:** ความสามารถในการรักษาโมเมนตัมการเติบโตของยอดขายและอัตรากำไรในธุรกิจอาหาร
* **การบริหารต้นทุน:** ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิต การใช้พลังงาน และการลดค่าใช้จ่ายต่างๆ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง (Native & HVA):** ยอดขายรวมในกลุ่มนี้ลดลง 5% ในไตรมาส 3 และ 4% ใน 9 เดือนแรกของปี โดยมีสาเหตุหลักมาจากการขาดแคลนวัตถุดิบหัวมันสำปะหลังในปี 2566 ซึ่งส่งผลให้ปริมาณการผลิตและขายลดลง และต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจแป้งในไตรมาส 3 อยู่ที่ 10% ทรงตัวจากปีก่อน แต่สำหรับ 9 เดือนแรกของปี อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 4% มาอยู่ที่ 11% จากต้นทุนหัวมันสำปะหลังที่สูงขึ้นและการเพิ่มขึ้นของต้นทุนพลังงาน ปริมาณการส่งออกของบริษัทลดลง 14% ใน 9 เดือนแรกของปี ซึ่งถือว่าลดลงน้อยกว่าภาพรวมอุตสาหกรรมที่ลดลง 27%
**ธุรกิจอาหาร:** ยอดขายเติบโต 3% ในไตรมาส 3 และ 7% ใน 9 เดือนแรกของปี โดยมีสัดส่วนยอดขายในประเทศ 86% และส่งออก 14% การเติบโตมาจากช่องทาง Modern Trade, Wholesale และ Van รวมถึงการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายและความหลากหลายของสินค้า อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอาหารในไตรมาส 3 อยู่ที่ 30% เพิ่มขึ้น 1% จากปีก่อน เนื่องจากราคาวัตถุดิบนำเข้ามีแนวโน้มลดลงและต้นทุนพลังงานลดลงจากการใช้พลังงานทดแทน สำหรับ 9 เดือนแรกของปี อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 29% ลดลง 2% จากปีก่อน เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบที่สูงกว่า 17%
**การบริหารต้นทุนและพลังงาน:** บริษัทฯ มีการใช้พลังงานทดแทนในธุรกิจอาหาร ทำให้ต้นทุนพลังงานลดลง และมีแผนบริหารต้นทุนโดยการใช้เทคโนโลยีในการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดผลกระทบจากราคาวัตถุดิบ ค่าแรงงาน และค่าพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
สำหรับในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2566 เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ จำนวน 25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 612 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าวัตถุดิบในสต็อก บริษัทฯ ยังคงความสามารถในการรักษาเงินสดที่แข็งแกร่งเพียงพอสำหรับการลงทุนขยายงานและโครงการต่างๆ ในอนาคต
## สรุปท้าย
TWPC เผชิญความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบหัวมันสำปะหลังที่สูงขึ้นและการขาดแคลน ซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายและอัตรากำไรของธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง แม้ธุรกิจอาหารจะยังคงเติบโตและมีอัตรากำไรที่ดีขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบเชิงลบทั้งหมดได้ ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3 และ 9 เดือนแรกของปี 2566 หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีมาตรการเชิงรุกในการแก้ไขปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ การขยายกำลังการผลิตผ่านโรงงานใหม่ที่กัมพูชา และการมุ่งเน้นการเติบโตในธุรกิจอาหาร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาเพื่อประเมินแนวโน้มผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TWPC ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
2,353.03
ล้านบาท
↓ 11% YoY
กำไรขั้นต้น
463.30
ล้านบาท
↑ 1.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.69
%
กำไรสุทธิ
-0.10
ล้านบาท
↓ 97.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.00
%
D/E Ratio
0.46
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,353
↓ -11%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
463
↑ + 1.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
0
↓ -97.3%
YoY
D/E Ratio
0.46
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TWPC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.46
ROE (%)
3.23
ROA (%)
4.00
Book Value/หุ้น
5.65
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TWPC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-197
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-989
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TWPC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-196.61
-141.81%
|
470.30
-39.65%
|
779.29
+159.56%
|
300.24
-28.49%
|
419.84
-26.50%
|
571.21
+22.57%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-989.16
-470.42%
|
267.04
+230.33%
|
80.84
-218.59%
|
-68.17
-129.46%
|
231.40
-153.33%
|
-433.91
-62.48%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
776.76
-222.34%
|
-634.91
+60.98%
|
-394.41
-513.38%
|
95.41
-851.85%
|
-12.69
-90.71%
|
-136.58
-114.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-291.54
-522.83%
|
68.95
-83.93%
|
429.07
+60.88%
|
266.70
-53.79%
|
577.09
-14,784.22%
|
-3.93
-102.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
921.54
-17.30%
|
1,114.33
+8.63%
|
1,025.77
+15.32%
|
889.51
+4.25%
|
853.23
-0.46%
|
857.16
+26.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
955.47
+3.68%
|
921.54
-17.30%
|
1,114.33
+8.63%
|
1,025.77
+15.32%
|
889.51
+4.25%
|
853.23
-0.46%
|