บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
2.86
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9453 out_tok=3007 at=2026-07-26T11:26:12 -->
# TWPC กำไรสุทธิส่วนบริษัทโต 22% ใน Q3/2565 รับแรงหนุนยอดขายรวมพุ่ง 15%
## รายได้รวมโตตามคาด แต่ GPM หดตัวจากต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง ฝ่ายจัดการเร่งปรับราคา-คุมต้นทุน
บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) หรือ TWPC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้รวม 2,603 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะลดลงเหลือ 13% จาก 18% ในปีก่อนหน้า แต่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทกลับเติบโตได้ 22% มาอยู่ที่ 48 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นและการบริหารจัดการต้นทุน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TWPC ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้รวมที่แข็งแกร่ง** ซึ่งเพิ่มขึ้น 15% YoY เป็น 2,603 ล้านบาท โดยเฉพาะจากธุรกิจแป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม (HVA) และธุรกิจอาหารที่เติบโตโดดเด่น อย่างไรก็ตาม **แรงกดดันหลักอยู่ที่การลดลงของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM)** ที่หดตัวลง 5% มาอยู่ที่ 13% ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ แม้ว่ากำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นจะยังคงเติบโตได้ 22% YoY เป็น 48 ล้านบาท อันเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนและรายการอื่น ๆ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การเติบโตของรายได้:** มาจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นในตลาดหลัก โดยเฉพาะจากประเทศคู่ค้าสำคัญ เช่น จีน ที่ความต้องการแป้งมันสำปะหลังกลับมาปกติหลังคลายมาตรการล็อกดาวน์ นอกจากนี้ การปรับขึ้นราคาขายสินค้ากลุ่มอาหารและการเติบโตของยอดขายผลิตภัณฑ์กลูโคสในกลุ่ม HVA ก็เป็นปัจจัยหนุนสำคัญ ขณะที่ธุรกิจอาหารยังคงรักษาการเติบโตได้ดีจากการขยายช่องทางขายและการเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์
* **การลดลงของ GPM:** สาเหตุหลักมาจาก **ต้นทุนวัตถุดิบ (หัวมันสำปะหลัง) และต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งอัตราการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบสูงกว่าอัตราการปรับขึ้นราคาขายสินค้าแป้งมันสำปะหลังตามราคาตลาด ทำให้ GPM ของธุรกิจแป้งมันสำปะหลังลดลงอย่างชัดเจน แม้ว่าธุรกิจอาหารจะสามารถชดเชยได้บางส่วนจากการปรับขึ้นราคาขายและบริหารจัดการต้นทุนการผลิต
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะคาดการณ์ว่าปี 2565 จะยังคงรักษาระดับการเติบโตแบบ Double-digit และมี GPM ใกล้เคียงปีก่อน แต่ความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงยังคงเป็นปัจจัยกดดันสำคัญ การที่บริษัทฯ มีการปรับราคาขายสินค้าและบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรม จะเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินแนวโน้ม GPM ในอนาคต ส่วนการเติบโตของรายได้คาดว่าจะยังคงต่อเนื่องจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นและการขยายฐานลูกค้า
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2565 เติบโต 15% YoY** แตะ 2,603 ล้านบาท โดยธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง (Native) เพิ่ม 11% และ HVA เพิ่ม 19% ขณะที่ธุรกิจอาหารโต 19%
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) Q3/2565 หดตัว 5%** เหลือ 13% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงกว่าราคาขาย
* **กำไรสุทธิส่วนบริษัท Q3/2565 เพิ่ม 22% YoY** เป็น 48 ล้านบาท จากการบริหารจัดการต้นทุนและรายการอื่น
* **ยอดขาย 9 เดือนแรกปี 2565 เติบโต 18% YoY** เป็น 7,801 ล้านบาท แต่ GPM ลดลง 2% เป็น 18% และกำไรสุทธิลดลง 5% เป็น 263 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร Q3/2565 ลดลง 14%** แต่ 9 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 8% หลักจากค่าขนส่งและสำรองหนี้สูญ
* **เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 9 เดือนแรก เพิ่มขึ้น 226 ล้านบาท** จากการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 TWPC มีรายได้จากการขายรวม 2,603 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการเติบโตของยอดขายในทุกกลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง (Native) เพิ่มขึ้น 11% เป็น 1,232 ล้านบาท, ธุรกิจแป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม (HVA) เพิ่มขึ้น 19% เป็น 858 ล้านบาท และธุรกิจอาหารเพิ่มขึ้น 19% เป็น 512 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในไตรมาสนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 18% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 13% คิดเป็น 348 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ (หัวมันสำปะหลัง) และต้นทุนพลังงานที่สูงกว่าอัตราการปรับขึ้นราคาขายสินค้าแป้งมันสำปะหลัง
ค่าใช้จ่ายขายและบริหารในไตรมาสนี้ลดลง 14% มาอยู่ที่ 309 ล้านบาท แต่สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 ค่าใช้จ่ายดังกล่าวเพิ่มขึ้น 8% เป็น 1,091 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของค่าขนส่งสินค้า ค่าใช้จ่ายพนักงาน และค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ
ส่งผลให้กำไรก่อนหักภาษีเงินได้และต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% และเมื่อหักภาษีและต้นทุนทางการเงินแล้ว กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณากำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท (กำไรสุทธิสำหรับส่วนบริษัท) พบว่าเพิ่มขึ้นถึง 22% เป็น 48 ล้านบาท
สำหรับผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 7,801 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% YoY ขณะที่ GPM ลดลง 2% เป็น 18% และกำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 263 ล้านบาท ลดลง 5% YoY โดยกำไรสุทธิส่วนบริษัทอยู่ที่ 260 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% YoY
## โอกาส
* **ความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้น:** ความต้องการแป้งมันสำปะหลังจากประเทศคู่ค้าหลัก เช่น จีน ที่กลับมาปกติหลังคลายมาตรการล็อกดาวน์ และแนวโน้มการส่งออกที่คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง
* **การเติบโตของธุรกิจอาหาร:** การขยายช่องทางการขาย การเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ และการพัฒนาสินค้าใหม่ที่ดีต่อสุขภาพและสะดวกสบาย
* **การขยายตลาด:** การขยายกลุ่มลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ๆ ทั้งในธุรกิจแป้งมันสำปะหลังและอาหาร
* **การลงทุนในธุรกิจใหม่:** การมุ่งสู่ธุรกิจพลาสติกชีวภาพจากแป้งมันสำปะหลังเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว
* **การขยายกำลังการผลิต:** การก่อสร้างโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลังแห่งใหม่ที่ประเทศกัมพูชา คาดว่าจะเริ่มดำเนินการปลายปี 2566
* **การบริหารต้นทุนและนวัตกรรม:** การนำ Lean Program มาใช้ในการผลิต และการลงทุนใน Solar Roof เพื่อลดต้นทุนพลังงานและสนับสนุนพลังงานสีเขียว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาหัวมันสำปะหลังและต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **ต้นทุนค่าขนส่งและค่าระวางเรือ:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนรวม
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ว่าค่าเงินบาทอ่อนค่าจะเป็นผลดีต่อการส่งออก แต่ความผันผวนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **สถานการณ์เศรษฐกิจโลก:** ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการสินค้า
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจจำกัดความสามารถในการปรับขึ้นราคาขาย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบและพลังงาน:** ทิศทางราคาหัวมันสำปะหลังและต้นทุนพลังงานจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อ GPM
* **ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุน:** การปรับขึ้นราคาขายสินค้าของบริษัทฯ จะสามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้มากน้อยเพียงใด
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร โดยเฉพาะค่าขนส่ง
* **การเติบโตของธุรกิจอาหาร:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตและการขยายตลาดในธุรกิจอาหาร
* **ความคืบหน้าโครงการโรงงานที่กัมพูชา:** การก่อสร้างและการเริ่มดำเนินการผลิตจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตในอนาคต
* **การพัฒนาธุรกิจพลาสติกชีวภาพ:** การสร้างรายได้และการเติบโตจากธุรกิจใหม่นี้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง (Native & HVA):** ยอดขายรวมใน Q3/2565 เติบโต 15% YoY โดย HVA เติบโตโดดเด่นถึง 19% จากผลิตภัณฑ์กลูโคส แม้ว่าปริมาณการส่งออกแป้งมันสำปะหลังไทยจะเพิ่มขึ้น 4% แต่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 23% สะท้อนราคาขายที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม GPM ของกลุ่มนี้ลดลง 5% ใน Q3/2565 และ 3% ใน 9 เดือนแรก เป็นผลจากราคาหัวมันสำปะหลังที่สูงขึ้น
**ธุรกิจอาหาร:** ยอดขาย Q3/2565 เติบโต 19% YoY โดยเฉพาะในช่องทาง Wholesale และ Industrial Catering รวมถึงการเติบโตในเวียดนาม 23% บริษัทสามารถปรับราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้นได้ ทำให้ GPM ของธุรกิจอาหารยังคงรักษาไว้ได้เท่ากับปีก่อน
**ปริมาณการผลิตและสต็อก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลปริมาณการผลิตและสต็อกโดยตรง แต่กล่าวถึงการบริหารจัดการลดปริมาณสินค้าคงเหลือ ซึ่งส่งผลดีต่อกระแสเงินสด
**อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ค่าเงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นปัจจัยบวกต่อราคาขายแป้งมันสำปะหลังและการส่งออก โดยปริมาณส่งออกแป้งมันสำปะหลังไทย 9 เดือนแรกเพิ่ม 4% แต่มีมูลค่าเพิ่ม 23%
**ฤดูกาลผลิต:** มีการกล่าวถึงฤดูกาลผลิตหัวมันสำปะหลัง 2564/2565 ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น แต่เกษตรกรเร่งขุดทำให้ราคาหัวมันเพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
สำหรับช่วง 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทมี **เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 587 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 226 ล้านบาท** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการบริหารจัดการลดปริมาณสินค้าคงเหลือ บริษัทฯ ยังคงความสามารถในการรักษาเงินสดที่เพียงพอสำหรับการลงทุนขยายงานและโครงการต่างๆ ในอนาคต
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับสินทรัพย์ หนี้สิน หรืออัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) โดยตรง
## สรุปท้าย
TWPC ในไตรมาส 3 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการขับเคลื่อนรายได้ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่ม HVA และอาหาร แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง แต่การบริหารจัดการต้นทุน การปรับขึ้นราคาขาย และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ทำให้กำไรสุทธิส่วนบริษัทสามารถเติบโตได้ การลงทุนในธุรกิจใหม่และการขยายกำลังการผลิตในอนาคตจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งยังคงเป็นความเสี่ยงหลักที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TWPC ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
2,353.03
ล้านบาท
↓ 11% YoY
กำไรขั้นต้น
463.30
ล้านบาท
↑ 1.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.69
%
กำไรสุทธิ
-0.10
ล้านบาท
↓ 97.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.00
%
D/E Ratio
0.46
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,353
↓ -11%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
463
↑ + 1.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
0
↓ -97.3%
YoY
D/E Ratio
0.46
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TWPC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.46
ROE (%)
3.23
ROA (%)
4.00
Book Value/หุ้น
5.65
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TWPC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-197
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-989
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TWPC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-196.61
-141.81%
|
470.30
-39.65%
|
779.29
+159.56%
|
300.24
-28.49%
|
419.84
-26.50%
|
571.21
+22.57%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-989.16
-470.42%
|
267.04
+230.33%
|
80.84
-218.59%
|
-68.17
-129.46%
|
231.40
-153.33%
|
-433.91
-62.48%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
776.76
-222.34%
|
-634.91
+60.98%
|
-394.41
-513.38%
|
95.41
-851.85%
|
-12.69
-90.71%
|
-136.58
-114.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-291.54
-522.83%
|
68.95
-83.93%
|
429.07
+60.88%
|
266.70
-53.79%
|
577.09
-14,784.22%
|
-3.93
-102.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
921.54
-17.30%
|
1,114.33
+8.63%
|
1,025.77
+15.32%
|
889.51
+4.25%
|
853.23
-0.46%
|
857.16
+26.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
955.47
+3.68%
|
921.54
-17.30%
|
1,114.33
+8.63%
|
1,025.77
+15.32%
|
889.51
+4.25%
|
853.23
-0.46%
|