บริษัท ไทยรุ่งยูเนียนคาร์ จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
3.78
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
รายได้อื่น จํานวนเงิน 197.36 ล้านบาท เป็นกําไรจากการซื้อธุรกิจของบริษัทแห่งหนึ่งจํานวนเงิน 189.41 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้ลงทุนในหุ้นเพิ่มทุนและซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทร่วมแห่งหนึ่ง โดยบันทึกผลต่างระหว่างราคาซื้อกับมูลค่าของสิ่งตอบแทนที่ได้รับจากการซื้อธุริกจตามมาตราฐานการรายงานการเงิน ทำให้มีกำไรจากการต่อรองราคาซื้อ 393.56 ล้านบาท และ ขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนก่อนการรวมธุรกิจ ณ วันที่ซื้อ 204.15 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7030 out_tok=2680 at=2026-07-26T10:48:27 -->
# TRU พลิกขาดทุนปี 63 สู่กำไร 80 ล้านบาทปี 64 รับอานิสงส์อุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัว
## รายได้รวมโต 28% หนุนกำไรสุทธิฟื้นตัว ขณะที่ต้นทุนการผลิตและการบริหารจัดการยังคงมีประสิทธิภาพ
บริษัท ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TRU รายงานผลประกอบการปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 80 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 91 ล้านบาทในปี 2563 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ส่งผลให้รายได้รวมจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่บริษัทฯ ยังคงสามารถบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ TRU พลิกจากขาดทุนในปี 2563 มามีกำไร 80 ล้านบาทในปี 2564 คือ **การฟื้นตัวของรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 28%** ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่มีประสิทธิภาพ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของรายได้รวมเกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่:
* **รายได้จากการผลิตอุปกรณ์สำหรับใช้ผลิตรถยนต์:** เพิ่มขึ้น 27% เนื่องจากกลุ่มลูกค้าเดิมมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19
* **รายได้จากการรับจ้างประกอบและรับจ้างอื่นๆ ที่เกี่ยวกับรถยนต์:** เพิ่มขึ้น 73% จากคำสั่งซื้อของกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรที่มีปริมาณเพิ่มขึ้น การกระตุ้นยอดขายจากลูกค้ารายใหม่ และการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นเนื่องจากวัตถุดิบหลักมีราคาสูงขึ้น
* **ยอดผลิตรถยนต์:** ในไตรมาส 4 ปี 2564 ยอดผลิตรถยนต์รวมเพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับปีก่อน และสำหรับทั้งปี 2564 เพิ่มขึ้น 18% สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ โดยเฉพาะยอดส่งออกต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นถึง 31% ในไตรมาส 4 และ 30% สำหรับทั้งปี
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังสามารถควบคุมต้นทุนขายและบริการให้อยู่ในสัดส่วนที่ลดลงจาก 92% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 85% ของรายได้รวมในปีนี้ เนื่องจากรายได้ที่สูงขึ้นและมาตรการลดต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย 3% ซึ่งผันแปรตามรายได้ที่สูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก:
* **แนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์:** สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) คาดการณ์เป้าหมายการผลิตรถยนต์ปี 2565 ที่ 1.8 ล้านคัน เติบโต 7% จากปี 2564 ซึ่งแสดงถึงแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรม
* **คำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น:** ฝ่ายบริหารระบุว่ารายได้จากการผลิตอุปกรณ์สำหรับใช้ผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้นเนื่องจากกลุ่มลูกค้าเดิมมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น และรายได้จากการรับจ้างประกอบฯ เพิ่มขึ้นจากคำสั่งซื้อของกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรที่มีปริมาณเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ๆ และภาวะการขาดแคลนชิ้นส่วนและชิป ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการผลิตและการส่งมอบได้
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไร:** ปี 2564 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 80 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 91 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้รวมเติบโต 28%:** รายได้รวมจากการดำเนินงานอยู่ที่ 2,019 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 436 ล้านบาท หรือ 28% จากปีก่อน
* **ยอดผลิตรถยนต์ฟื้นตัว:** ยอดผลิตรถยนต์รวมปี 2564 เพิ่มขึ้น 18% จากปีก่อน และสูงกว่าเป้าหมายที่ 1.6 ล้านคัน
* **ยอดส่งออกเติบโตโดดเด่น:** ยอดส่งออกรถยนต์ต่างประเทศปี 2564 เพิ่มขึ้น 30% จากปีก่อน
* **ต้นทุนการผลิตมีประสิทธิภาพ:** สัดส่วนต้นทุนขายและบริการลดลงจาก 92% เป็น 85% ของรายได้รวม
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น:** จากขาดทุน 8 ล้านบาท เป็นกำไร 21 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีรายได้รวมจากการดำเนินงานในปี 2564 เท่ากับ 2,019 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสัดส่วนรายได้หลักมาจากการผลิตอุปกรณ์สำหรับใช้ผลิตรถยนต์ (52%) และรายได้จากการรับจ้างประกอบและรับจ้างอื่นๆ ที่เกี่ยวกับรถยนต์ (39%) ซึ่งทั้งสองส่วนมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน ต้นทุนขายและบริการอยู่ที่ 1,675 ล้านบาท คิดเป็น 85% ของรายได้รวม ลดลงจาก 92% ในปีก่อน ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวม 257 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน บริษัทฯ มีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 21 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่ขาดทุน 8 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ในปี 2564 อยู่ที่ 80 ล้านบาท พลิกกลับมาเป็นกำไรจากที่ขาดทุน 91 ล้านบาทในปี 2563
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** การคาดการณ์การผลิตรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นในปี 2565 จาก ส.อ.ท. เป็นสัญญาณบวกต่ออุตสาหกรรม
* **คำสั่งซื้อจากลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่:** การเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อจากกลุ่มลูกค้าเดิมในอุตสาหกรรมยานยนต์ และการขยายฐานลูกค้าในอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร
* **การปรับราคาขาย:** การสามารถปรับราคาขายเพิ่มขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ช่วยรักษาอัตรากำไร
* **การบริหารต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต:** มาตรการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์การระบาดของโควิด-19:** การระบาดของสายพันธุ์ใหม่ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการฟื้นตัวของอุตสาหกรรม
* **การขาดแคลนชิ้นส่วนและชิป:** ปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนและชิปบางชนิด อาจทำให้ต้องชะลอการผลิตบางรุ่นชั่วคราว
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้จะมีการปรับราคาขาย แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
* **การเปลี่ยนแปลงของนโยบายภาครัฐ:** นโยบายที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มคำสั่งซื้อจากลูกค้าในอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องจักรกลการเกษตร
* สถานการณ์การขาดแคลนชิ้นส่วนและชิป และผลกระทบต่อการผลิต
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและราคาขาย
* การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและประเทศคู่ค้า
* ผลการดำเนินงานของบริษัทร่วม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การที่ยอดผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้น 18% บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ บ่งชี้ถึงการมีคำสั่งซื้อที่เพียงพอ
* **ราคาวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึงวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตมีราคาสูงขึ้น ซึ่งบริษัทฯ ได้มีการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นเพื่อสะท้อนต้นทุนดังกล่าว
* **GPM (Gross Profit Margin):** ไม่ได้ระบุ GPM โดยตรง แต่การที่สัดส่วนต้นทุนขายและบริการลดลงจาก 92% เป็น 85% ของรายได้รวม บ่งชี้ถึงการรักษาหรือปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นได้
* **การส่งออก:** ยอดส่งออกต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 30% สำหรับทั้งปี 2564
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในเอกสาร
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือ ณ สิ้นปี 2564 เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3 ล้านบาท เป็น 239 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นปี 2564 เท่ากับ 3,850 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 26% จากการเพิ่มขึ้นของเงินสด ลูกหนี้การค้า และสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียน
* **หนี้สินรวม:** ณ สิ้นปี 2564 เท่ากับ 503 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% จากปีก่อน โดยหลักมาจากเจ้าหนี้ที่เพิ่มขึ้นจากการสั่งซื้อวัตถุดิบและราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ สิ้นปี 2564 เท่ากับ 3,347 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio):** เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 0.15 จาก 0.12 ในปีก่อน ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำ แสดงถึงความเสี่ยงทางการเงินต่ำ
* **กระแสเงินสด:** เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเป็นบวก 251 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน (ไม่ได้ระบุตัวเลขปีก่อน) เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุนเป็นลบ 137 ล้านบาท และเงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงินเป็นลบ 32 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดคงเหลือปลายงวดเพิ่มขึ้น 82 ล้านบาท เป็น 303 ล้านบาท
## สรุปท้าย
TRU สามารถพลิกฟื้นผลประกอบการกลับมามีกำไรสุทธิ 80 ล้านบาทในปี 2564 จากการเติบโตของรายได้รวม 28% ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แม้จะมีความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 และการขาดแคลนชิป แต่แนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ที่คาดว่าจะเติบโตในปี 2565 และการมีคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น บ่งชี้ถึงโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ ในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TRU ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
457.04
ล้านบาท
↓ 22.6% YoY
กำไรขั้นต้น
59.99
ล้านบาท
↓ 22.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.13
%
กำไรสุทธิ
67.32
ล้านบาท
↓ 65.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
14.73
%
D/E Ratio
0.13
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
457
↓ -22.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
60
↓ -22.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
67
↓ -65.2%
YoY
D/E Ratio
0.13
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TRU
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.13
ROE (%)
7.02
ROA (%)
6.71
Book Value/หุ้น
6.07
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TRU
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-46
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-39
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TRU
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-46.17
-125.13%
|
183.71
-238.17%
|
-132.96
+340.85%
|
-30.16
-1.60%
|
-30.65
-113.41%
|
228.51
+242.29%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-38.51
-176.26%
|
50.50
-33.59%
|
76.04
-165.48%
|
-116.13
-245.73%
|
79.69
-163.81%
|
-124.89
+90.15%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
151.54
+32.88%
|
114.04
-44.85%
|
206.80
+237.25%
|
61.32
+23.80%
|
49.53
-148.36%
|
-102.42
-40.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
66.88
-80.79%
|
348.23
+132.34%
|
149.88
-276.41%
|
-84.96
-186.18%
|
98.58
+8,047.11%
|
1.21
-100.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
325.48
-8.45%
|
355.54
+17.33%
|
303.03
+36.88%
|
221.39
+0.54%
|
220.19
-43.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
312.18
-4.09%
|
325.48
-8.45%
|
355.54
+17.33%
|
303.03
+36.88%
|
221.39
+0.54%
|