บริษัท ไทยรุ่งยูเนียนคาร์ จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
3.78
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
รายได้อื่น จํานวนเงิน 197.36 ล้านบาท เป็นกําไรจากการซื้อธุรกิจของบริษัทแห่งหนึ่งจํานวนเงิน 189.41 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้ลงทุนในหุ้นเพิ่มทุนและซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทร่วมแห่งหนึ่ง โดยบันทึกผลต่างระหว่างราคาซื้อกับมูลค่าของสิ่งตอบแทนที่ได้รับจากการซื้อธุริกจตามมาตราฐานการรายงานการเงิน ทำให้มีกำไรจากการต่อรองราคาซื้อ 393.56 ล้านบาท และ ขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนก่อนการรวมธุรกิจ ณ วันที่ซื้อ 204.15 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5477 out_tok=2560 at=2026-07-26T10:22:53 -->
# TRU กำไร Q2/2565 พุ่ง 93% รับอานิสงส์อุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัว
## รายได้รวมโต 62% หนุนกำไรสุทธิ ขณะฝ่ายบริหารเน้นควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย
บริษัท ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TRU รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือใหญ่ 103 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 93% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและการเปิดประเทศ ส่งผลให้รายได้รวมจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TRU ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้รวม** ซึ่งเติบโตถึง 62% หรือ 284 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือใหญ่เพิ่มขึ้นถึง 93% หรือ 93 ล้านบาท ปัจจัยนี้มาจากการดำเนินงานปกติของบริษัทฯ โดยไม่มีรายการพิเศษที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้รวมมาจากหลายส่วนธุรกิจที่ปรับตัวดีขึ้นตามภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่ฟื้นตัวจากการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์และการเปิดประเทศ ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมดีขึ้น โดยเฉพาะ:
* **รายได้จากการผลิตอุปกรณ์สำหรับใช้ผลิตรถยนต์** เพิ่มขึ้น 45% จากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าเดิม
* **รายได้จากการรับจ้างประกอบและรับจ้างอื่นๆ ที่เกี่ยวกับรถยนต์** เพิ่มขึ้น 67% จากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรและโครงการใหม่
* **รายได้จากการจำหน่ายรถยนต์และบริการศูนย์บริการ** เพิ่มขึ้น 136% จากความต้องการใช้รถยนต์ของผู้บริโภคที่สูงขึ้น
* **รายได้อื่น** จากการให้เช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพิ่มขึ้น 193%
นอกจากนี้ ฝ่ายบริหารยังให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย โดยต้นทุนขายและบริการมีสัดส่วนลดลงจาก 86% เป็น 77% ของรายได้รวม และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารมีสัดส่วนลดลงจาก 13% เป็น 12% ของรายได้รวม ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่คาดว่าจะยังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารได้ปรับลดประมาณการยอดผลิตรถยนต์ทั้งปี 2565 ลงเหลือ 1.7 ล้านคัน จากผลกระทบของสงครามรัสเซีย-ยูเครน และการล็อกดาวน์ในประเทศจีนที่ส่งผลต่อการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ (ชิป) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อยอดส่งออกที่อาจไม่ถึงเป้า 1 ล้านคันตามที่คาดการณ์ไว้เดิม
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือใหญ่ Q2/2565 เท่ากับ 103 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 93% YoY** จาก 93 ล้านบาทใน Q2/2564
* **รายได้รวมจากการดำเนินงาน Q2/2565 เท่ากับ 740 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62% YoY** จาก 456 ล้านบาทใน Q2/2564
* **ต้นทุนขายและบริการมีสัดส่วนลดลงจาก 86% เป็น 77% ของรายได้รวม** ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารมีสัดส่วนลดลงจาก 13% เป็น 12% ของรายได้รวม
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 146% YoY** จาก 7 ล้านบาท เป็น 17 ล้านบาท
* **สินทรัพย์รวม ณ สิ้น Q2/2565 เท่ากับ 4,086 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 236 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564** โดยส่วนใหญ่มาจากลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ
* **หนี้สินรวม ณ สิ้น Q2/2565 เท่ากับ 613 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 110 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564** จากคำสั่งซื้อวัตถุดิบและภาษีเงินได้ค้างจ่าย
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม ณ สิ้น Q2/2565 เท่ากับ 3,473 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 126 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564** จากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีรายได้รวมจากการดำเนินงานที่ไม่รวมส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมในไตรมาส 2 ปี 2565 เท่ากับ 740 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 284 ล้านบาท หรือ 62% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการเปิดประเทศ ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ใหญ่เพิ่มขึ้น 93 ล้านบาท หรือ 93% มาอยู่ที่ 103 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนขายและบริการ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร มีสัดส่วนลดลงเมื่อเทียบกับรายได้รวม แสดงถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
## โอกาส
* การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่ได้รับแรงหนุนจากการเปิดประเทศและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
* คำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มลูกค้าเดิมในธุรกิจผลิตอุปกรณ์สำหรับใช้ผลิตรถยนต์
* การขยายตัวของคำสั่งซื้อในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรและโครงการใหม่
* ความต้องการใช้รถยนต์ของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อธุรกิจจำหน่ายรถยนต์และศูนย์บริการ
* การเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและการควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง
## ความเสี่ยง
* ปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนและเซมิคอนดักเตอร์ (ชิป) ในการผลิตรถยนต์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลิตและการส่งออก
* ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน และการล็อกดาวน์ของประเทศจีน ที่อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน
* การปรับลดประมาณการยอดผลิตรถยนต์ทั้งปี 2565 ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย อาจส่งผลต่อปริมาณการผลิตและส่งออก
* ความผันผวนของราคาวัตถุดิบที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการแก้ไขปัญหาขาดแคลนชิป และผลกระทบต่อการผลิตและการส่งออกรถยนต์
* การเปลี่ยนแปลงของคำสั่งซื้อจากลูกค้าหลักในอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องจักรกลการเกษตร
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการผลิต ท่ามกลางความผันผวนของราคา
* ผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและภูมิภาคต่อความต้องการรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์
* ความคืบหน้าของโครงการใหม่ๆ ที่จะเข้ามาเสริมรายได้ในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**Utilization และ Order Book:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่การที่รายได้จากการผลิตอุปกรณ์สำหรับใช้ผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้น 45% และรายได้จากการรับจ้างประกอบและรับจ้างอื่นๆ เพิ่มขึ้น 67% บ่งชี้ถึงการกลับมาของคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลดีต่ออัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) ของโรงงาน
**ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงการเปลี่ยนแปลงราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่ระบุว่าหนี้สินรวมเพิ่มขึ้นจากเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นจากการสั่งซื้อวัตถุดิบเพื่อการผลิตของลูกค้า ซึ่งอาจตีความได้ว่ามีการสั่งซื้อวัตถุดิบเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น
**GPM (Gross Profit Margin):** เอกสารไม่ได้ระบุ GPM โดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายและบริการมีสัดส่วนลดลงเมื่อเทียบกับรายได้ (จาก 86% เป็น 77%) ในขณะที่รายได้รวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ว่า Gross Profit Margin มีแนวโน้มดีขึ้น
**การส่งออก:** ยอดส่งออกต่างประเทศลดลง 4% ในไตรมาส 2 ปี 2565 เนื่องจากปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนและเซมิคอนดักเตอร์ (ชิป) ซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลิตรถยนต์เพื่อการส่งออก
**ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง
**สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 42 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อและการผลิตที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 4,086 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 236 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 โดยมีรายการเพิ่มขึ้นหลักจากลูกหนี้การค้า (130 ล้านบาท) และสินค้าคงเหลือ (42 ล้านบาท) ส่วนหนี้สินรวมอยู่ที่ 613 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 110 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 โดยส่วนใหญ่มาจากเจ้าหนี้การค้าและภาษีเงินได้ค้างจ่าย ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 3,473 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 126 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 จากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น อัตราส่วนสภาพคล่องทางการเงินอยู่ในเกณฑ์ดี และอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการสั่งซื้อวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น แต่บริษัทฯ ไม่มีความเสี่ยงทางการเงิน
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ TRU ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้รวมที่เติบโตถึง 62% จากอานิสงส์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่กลับมาคึกคัก ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้น 93% อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากปัญหาขาดแคลนชิปและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการส่งออกในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TRU ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
457.04
ล้านบาท
↓ 22.6% YoY
กำไรขั้นต้น
59.99
ล้านบาท
↓ 22.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.13
%
กำไรสุทธิ
67.32
ล้านบาท
↓ 65.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
14.73
%
D/E Ratio
0.13
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
457
↓ -22.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
60
↓ -22.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
67
↓ -65.2%
YoY
D/E Ratio
0.13
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TRU
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.13
ROE (%)
7.02
ROA (%)
6.71
Book Value/หุ้น
6.07
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TRU
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-46
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-39
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TRU
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-46.17
-125.13%
|
183.71
-238.17%
|
-132.96
+340.85%
|
-30.16
-1.60%
|
-30.65
-113.41%
|
228.51
+242.29%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-38.51
-176.26%
|
50.50
-33.59%
|
76.04
-165.48%
|
-116.13
-245.73%
|
79.69
-163.81%
|
-124.89
+90.15%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
151.54
+32.88%
|
114.04
-44.85%
|
206.80
+237.25%
|
61.32
+23.80%
|
49.53
-148.36%
|
-102.42
-40.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
66.88
-80.79%
|
348.23
+132.34%
|
149.88
-276.41%
|
-84.96
-186.18%
|
98.58
+8,047.11%
|
1.21
-100.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
325.48
-8.45%
|
355.54
+17.33%
|
303.03
+36.88%
|
221.39
+0.54%
|
220.19
-43.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
312.18
-4.09%
|
325.48
-8.45%
|
355.54
+17.33%
|
303.03
+36.88%
|
221.39
+0.54%
|