บริษัท ไทยรุ่งยูเนียนคาร์ จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
3.78
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
รายได้อื่น จํานวนเงิน 197.36 ล้านบาท เป็นกําไรจากการซื้อธุรกิจของบริษัทแห่งหนึ่งจํานวนเงิน 189.41 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้ลงทุนในหุ้นเพิ่มทุนและซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทร่วมแห่งหนึ่ง โดยบันทึกผลต่างระหว่างราคาซื้อกับมูลค่าของสิ่งตอบแทนที่ได้รับจากการซื้อธุริกจตามมาตราฐานการรายงานการเงิน ทำให้มีกำไรจากการต่อรองราคาซื้อ 393.56 ล้านบาท และ ขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนก่อนการรวมธุรกิจ ณ วันที่ซื้อ 204.15 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8595 out_tok=2419 at=2026-07-26T10:53:35 -->
# TRU กำไรสุทธิ Q2/66 ดิ่ง 70% รับรายได้หด เหตุ EV แย่งตลาด-กำลังซื้อวูบ
## รายได้รวมทรุด 18% กดดันกำไรสุทธิ TRU Q2/66 วูบ 70% ฝ่ายบริหารชี้ปัจจัยลบจาก EV และกำลังซื้อในประเทศ
บริษัท ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TRU รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 605 ล้านบาท ลดลง 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลงถึง 70% มาอยู่ที่ 31 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากความนิยมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทยโดยรวม และกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ TRU ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การลดลงของรายได้รวม 18%** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่ลดลง 70% โดยมีปัจจัยกดดันหลักมาจาก **การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน** และ **กำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายบริหารระบุว่า ความนิยมของรถยนต์ EV ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องจักรกลการเกษตรชะลอการสั่งซื้อตามภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของรายได้จากการรับจ้างประกอบและรับจ้างอื่นๆ ที่เกี่ยวกับรถยนต์ ซึ่งลดลง 37% และรายได้จากการจำหน่ายรถยนต์และบริการศูนย์บริการรถยนต์ที่ลดลง 64% นอกจากนี้ สถาบันการเงินที่เข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อรถยนต์ และค่าครองชีพที่สูงขึ้น ยังส่งผลให้กำลังซื้อในประเทศลดลง ซึ่งกระทบต่อยอดขายรถยนต์โดยรวม
ในขณะที่รายได้จากการผลิตอุปกรณ์และชิ้นส่วนสำหรับใช้ผลิตรถยนต์ (ประกอบด้วยรายได้จากการรับจ้างผลิตชิ้นส่วน, แม่พิมพ์, อุปกรณ์จับยึด) ยังคงเติบโตได้ 5% จากกลุ่มลูกค้าเดิมที่มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นและมีงานโครงการใหม่ แต่ไม่สามารถชดเชยการลดลงของรายได้ในส่วนอื่นได้ทั้งหมด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายบริหารจะระบุว่าความนิยมของรถยนต์ EV เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน แต่ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนในเอกสารว่าแนวโน้มนี้จะส่งผลกระทบต่อ TRU ในระยะยาวอย่างไร นอกจากนี้ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้ปรับลดเป้าหมายการผลิตรถยนต์สำหรับปี 2566 ลง ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายของอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม การที่กลุ่มลูกค้าเดิมยังมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นและมีงานโครงการใหม่ในส่วนการผลิตอุปกรณ์และชิ้นส่วนสำหรับใช้ผลิตรถยนต์ อาจเป็นสัญญาณบวกที่ต้องจับตาดูต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 70% YoY:** ไตรมาส 2 ปี 2566 กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ อยู่ที่ 31 ล้านบาท ลดลงจาก 103 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมหดตัว 18% YoY:** รายได้รวมอยู่ที่ 605 ล้านบาท เทียบกับ 740 ล้านบาทในปีก่อน
* **ยอดผลิตรถยนต์ส่งออกเพิ่ม 24%:** ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ไตรมาส 2 ปี 2566 ยอดผลิตรถยนต์รวมเพิ่มขึ้น 6% และยอดส่งออกเพิ่มขึ้น 24%
* **ยอดขายในประเทศลดลง 4%:** ปัจจัยจากสถาบันการเงินเข้มงวดสินเชื่อ, กำลังซื้อลดลง, และความนิยมรถยนต์ไฟฟ้า
* **รายได้จากการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เติบโต 5%:** เป็นส่วนเดียวที่รายได้เพิ่มขึ้น จากลูกค้าเดิมและงานโครงการใหม่
## ภาพรวมผลประกอบการ
TRU รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 605 ล้านบาท ลดลง 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ที่ 740 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการรับจ้างประกอบและรับจ้างอื่นๆ ที่เกี่ยวกับรถยนต์ 37% และรายได้จากการจำหน่ายรถยนต์และบริการศูนย์บริการรถยนต์ 64% แม้ว่ารายได้จากการผลิตอุปกรณ์และชิ้นส่วนสำหรับใช้ผลิตรถยนต์จะเพิ่มขึ้น 5% แต่ไม่สามารถชดเชยภาพรวมได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 70% YoY จาก 103 ล้านบาท เหลือ 31 ล้านบาท
## โอกาส
* **คำสั่งซื้อเพิ่มในกลุ่มผลิตชิ้นส่วนยานยนต์:** รายได้จากการผลิตอุปกรณ์และชิ้นส่วนสำหรับใช้ผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้น 5% จากกลุ่มลูกค้าเดิมมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นและมีงานโครงการใหม่
* **การเติบโตของตลาดส่งออก:** ยอดผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกต่างประเทศในภาพรวมอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 24% ซึ่งอาจเป็นโอกาสสำหรับผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่เน้นการส่งออก
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันจากรถยนต์ EV:** ความนิยมที่เพิ่มขึ้นของรถยนต์ EV ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการนำเข้า ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน และชะลอการสั่งซื้อชิ้นส่วน
* **กำลังซื้อในประเทศชะลอตัว:** ภาวะหนี้ครัวเรือนสูง อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น และค่าครองชีพที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง
* **การปรับลดเป้าหมายอุตสาหกรรมยานยนต์:** ส.อ.ท. ปรับลดเป้าหมายการผลิตรถยนต์ปี 2566 สะท้อนถึงความท้าทายของอุตสาหกรรม
* **ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์:** อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการค้าของโลก ซึ่งอาจกระทบต่อคำสั่งซื้อในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มคำสั่งซื้อจากกลุ่มลูกค้าเดิมในส่วนการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และการได้งานโครงการใหม่
* ผลกระทบจากการเติบโตของรถยนต์ EV ต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในในระยะต่อไป
* สถานการณ์กำลังซื้อในประเทศ และนโยบายสินเชื่อของสถาบันการเงิน
* การเปลี่ยนแปลงเป้าหมายการผลิตรถยนต์ของ ส.อ.ท. และแนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์โลก
* ผลกระทบจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ต่อภาคการผลิตและการส่งออก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การลดลงของรายได้จากการรับจ้างประกอบและรับจ้างอื่นๆ ที่เกี่ยวกับรถยนต์ 37% และรายได้จากการจำหน่ายรถยนต์และบริการศูนย์บริการรถยนต์ 64% บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่ลดลงในส่วนดังกล่าว
* **Order Book:** มีการกล่าวถึง "กลุ่มลูกค้าเดิมมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นและมีงานโครงการใหม่" ในส่วนรายได้จากการผลิตอุปกรณ์และชิ้นส่วนสำหรับใช้ผลิตรถยนต์ ซึ่งเป็นสัญญาณบวก แต่ไม่ได้ระบุขนาดของ Order Book
* **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่ต้นทุนขายและบริการลดลง 8% ซึ่งสอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง
* **GPM:** เอกสารไม่ได้ระบุ Gross Profit Margin โดยตรง แต่ต้นทุนขายและบริการคิดเป็น 88% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นจาก 77% ในปีก่อน ซึ่งบ่งชี้ว่า Gross Profit Margin อาจลดลง
* **ส่งออก:** ยอดผลิตรถยนต์ส่งออกในภาพรวมอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 24% ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อภาคการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เพื่อการส่งออก
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือลดลง 17 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 4,181 ล้านบาท ลดลง 3% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่มาจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด สินค้าคงเหลือ และลูกหนี้การค้า หนี้สินรวมอยู่ที่ 556 ล้านบาท ลดลง 7% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่มาจากเจ้าหนี้การค้าและภาษีค้างจ่าย ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 3,625 ล้านบาท ลดลง 3% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากการจ่ายเงินปันผลเป็นหลัก อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.15 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับต่ำ แสดงถึงความเสี่ยงทางการเงินที่น้อย
## สรุปท้าย
TRU เผชิญความท้าทายในไตรมาส 2 ปี 2566 จากการลดลงของรายได้รวม 18% ซึ่งเป็นผลมาจากอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากการเติบโตของรถยนต์ EV และกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงถึง 70% แม้ว่าส่วนการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์จะมีสัญญาณที่ดีจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นและงานโครงการใหม่ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยภาพรวมได้ ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ต่อเทรนด์ EV และภาวะเศรษฐกิจในประเทศ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TRU ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
457.04
ล้านบาท
↓ 22.6% YoY
กำไรขั้นต้น
59.99
ล้านบาท
↓ 22.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.13
%
กำไรสุทธิ
67.32
ล้านบาท
↓ 65.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
14.73
%
D/E Ratio
0.13
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
457
↓ -22.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
60
↓ -22.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
67
↓ -65.2%
YoY
D/E Ratio
0.13
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TRU
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.13
ROE (%)
7.02
ROA (%)
6.71
Book Value/หุ้น
6.07
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TRU
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-46
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-39
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TRU
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-46.17
-125.13%
|
183.71
-238.17%
|
-132.96
+340.85%
|
-30.16
-1.60%
|
-30.65
-113.41%
|
228.51
+242.29%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-38.51
-176.26%
|
50.50
-33.59%
|
76.04
-165.48%
|
-116.13
-245.73%
|
79.69
-163.81%
|
-124.89
+90.15%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
151.54
+32.88%
|
114.04
-44.85%
|
206.80
+237.25%
|
61.32
+23.80%
|
49.53
-148.36%
|
-102.42
-40.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
66.88
-80.79%
|
348.23
+132.34%
|
149.88
-276.41%
|
-84.96
-186.18%
|
98.58
+8,047.11%
|
1.21
-100.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
325.48
-8.45%
|
355.54
+17.33%
|
303.03
+36.88%
|
221.39
+0.54%
|
220.19
-43.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
312.18
-4.09%
|
325.48
-8.45%
|
355.54
+17.33%
|
303.03
+36.88%
|
221.39
+0.54%
|