บริษัท ไทยรุ่งยูเนียนคาร์ จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
3.78
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
รายได้อื่น จํานวนเงิน 197.36 ล้านบาท เป็นกําไรจากการซื้อธุรกิจของบริษัทแห่งหนึ่งจํานวนเงิน 189.41 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้ลงทุนในหุ้นเพิ่มทุนและซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทร่วมแห่งหนึ่ง โดยบันทึกผลต่างระหว่างราคาซื้อกับมูลค่าของสิ่งตอบแทนที่ได้รับจากการซื้อธุริกจตามมาตราฐานการรายงานการเงิน ทำให้มีกำไรจากการต่อรองราคาซื้อ 393.56 ล้านบาท และ ขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนก่อนการรวมธุรกิจ ณ วันที่ซื้อ 204.15 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6721 out_tok=3214 at=2026-07-26T11:18:17 -->
# TRU Q3/2564 กำไรสุทธิหดตัว 29% เหตุรายได้อื่นพิเศษปีก่อนสูงกว่า
## รายได้จากการดำเนินงานโต 16% หนุนโดยอุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัว ขณะที่กำไรสุทธิลดลงจากฐานปีก่อนที่มีรายการชดเชยพิเศษ
บริษัท ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TRU รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 12 ล้านบาท ลดลง 5 ล้านบาท หรือ 29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้รวมจากการดำเนินงานจะเติบโตถึง 16% จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยก็ตาม โดยปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิลดลงมาจากฐานรายได้อื่นที่สูงผิดปกติในปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ TRU ในไตรมาส 3 ปี 2564 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การลดลงของรายได้อื่น ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในปี 2563** โดยในไตรมาส 3 ปี 2563 บริษัทฯ มีการรับเงินชดเชยความเสียหายจากลูกค้าที่หยุดดำเนินงาน ซึ่งเป็นรายการที่ไม่เกิดขึ้นประจำ ส่งผลให้ฐานกำไรของปีก่อนสูงกว่าปกติ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายบริหารระบุว่า กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 12 ล้านบาท ลดลง 5 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ 17 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2563 สาเหตุหลักมาจาก "ไตรมาส 3 ปี 2563 มีรายได้อื่นจากการรับเงินชดเชยของลูกค้าที่หยุดดำเนินงาน" ซึ่งเป็นรายการพิเศษครั้งเดียว ในขณะที่รายได้จากการดำเนินงานของบริษัทฯ ในไตรมาส 3 ปี 2564 กลับเติบโตได้ดี โดยมีรายได้รวมจากการดำเนินงานที่ไม่รวมส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม เท่ากับ 464 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65 ล้านบาท หรือ 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การเติบโตนี้สอดคล้องกับภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่เริ่มฟื้นตัว จากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการเร่งฉีดวัคซีน
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว** รายได้อื่นที่ลดลงในไตรมาสนี้เป็นผลมาจากรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในปี 2563 ดังนั้น การเปรียบเทียบกำไรสุทธิกับปีก่อนจึงได้รับผลกระทบจากรายการนี้ อย่างไรก็ตาม รายได้จากการดำเนินงานที่เติบโต 16% สะท้อนถึงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะต่อเนื่องได้ในไตรมาสถัดไป หากสถานการณ์โควิด-19 ยังคงคลี่คลายและเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าฟื้นตัว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 29% YoY:** TRU รายงานกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 12 ล้านบาท ลดลง 5 ล้านบาท จาก 17 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2563 เนื่องจากฐานปีก่อนมีรายได้อื่นพิเศษจากการรับเงินชดเชย
* **รายได้รวมจากการดำเนินงานเติบโต 16% YoY:** รายได้รวมจากการดำเนินงานอยู่ที่ 464 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
* **รายได้จากการผลิตอุปกรณ์ยานยนต์เพิ่มขึ้น 49%:** ส่วนสำคัญของรายได้มาจากการรับจ้างผลิตชิ้นส่วน แม่พิมพ์ และอุปกรณ์จับยึด ซึ่งเพิ่มขึ้นตามคำสั่งซื้อของลูกค้ากลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์
* **ต้นทุนขายและบริการลดลงเป็น 85% ของรายได้:** แม้รายได้เพิ่มขึ้น แต่สัดส่วนต้นทุนขายและบริการต่อรายได้ลดลงจาก 89% ในปีก่อน เนื่องจากการบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดสัดส่วนลง:** สัดส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อรายได้ลดลงจาก 15% เป็น 13%
* **ส่วนแบ่งผลขาดทุนจากบริษัทร่วมลดลง:** ลดลงจาก 3.25 ล้านบาท เหลือ 0.12 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทร่วมมีผลการดำเนินงานดีขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวมจากการดำเนินงานที่ไม่รวมส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม เท่ากับ 464 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย จากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการเร่งฉีดวัคซีน
ต้นทุนขายและบริการรวมอยู่ที่ 386 ล้านบาท คิดเป็น 85% ของรายได้รวม ลดลงจาก 89% ในปีก่อน เนื่องจากรายได้ที่สูงขึ้นและการบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่อง
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมอยู่ที่ 58 ล้านบาท คิดเป็น 13% ของรายได้รวม ลดลงจาก 15% ในปีก่อน
ส่วนแบ่งผลขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 3.25 ล้านบาท เหลือ 0.12 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทร่วมมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น
ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 12 ล้านบาท ลดลง 29% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากฐานรายได้อื่นที่สูงผิดปกติในปีก่อนจากการรับเงินชดเชย
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) คาดการณ์ยอดผลิตรถยนต์ปี 2564 จะเกิน 1.6 ล้านคัน เติบโต 10% จากปีก่อน จากสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลาย และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า
* **ยอดส่งออกรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น:** คาดการณ์ยอดส่งออกจะขยับขึ้นเป็น 0.85 ล้านคัน
* **ยอดขายในประเทศคาดว่าจะเพิ่มขึ้น:** จากการเปิดประเทศในไตรมาส 4 การจัดงานมหกรรมยานยนต์ และโปรโมชั่นของค่ายรถยนต์
* **คำสั่งซื้อชิ้นส่วนยานยนต์เพิ่มขึ้น:** รายได้จากการผลิตอุปกรณ์สำหรับใช้ผลิตรถยนต์ (ชิ้นส่วน, แม่พิมพ์, อุปกรณ์จับยึด) เพิ่มขึ้น 49% จากปริมาณการผลิตที่ขยายตัวและคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น
* **คำสั่งซื้อกลุ่มเครื่องจักรกลการเกษตรเพิ่มขึ้น:** รายได้จากการรับจ้างประกอบและอื่นๆ ที่เกี่ยวกับรถยนต์ เพิ่มขึ้น 80% จากคำสั่งซื้อในกลุ่มนี้
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19:** แม้จะคลี่คลาย แต่การระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตและการบริโภค
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและประเทศคู่ค้า:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจอาจไม่สม่ำเสมอ ส่งผลต่อความต้องการยานยนต์
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่อาจปรับสูงขึ้น:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่เป็นความเสี่ยงทั่วไปในอุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรม
* **ความเห็นอย่างมีเงื่อนไขของผู้สอบบัญชี:** การที่งบการเงินของบริษัทร่วมยังไม่ได้ผ่านการสอบทาน และบริษัทร่วมบางแห่งมีรอบบัญชีไม่ตรงกัน อาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของข้อมูล
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มคำสั่งซื้อจากลูกค้ากลุ่มยานยนต์และเครื่องจักรกลการเกษตร:** จะยังคงเติบโตต่อเนื่องหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการผลิต:** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในภาวะที่อาจมีต้นทุนสูงขึ้น
* **ผลการดำเนินงานของบริษัทร่วม:** จะมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือไม่ เพื่อลดผลกระทบจากส่วนแบ่งผลขาดทุน
* **การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุผลกระทบชัดเจน แต่เป็นปัจจัยที่ต้องติดตามสำหรับบริษัทที่มีการส่งออก
* **การปฏิบัติตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน:** โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับสัญญาเช่า (IFRS 16) และการรับรู้รายได้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การที่รายได้จากการผลิตอุปกรณ์สำหรับใช้ผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้น 49% และรายได้จากการรับจ้างประกอบเพิ่มขึ้น 80% บ่งชี้ถึงปริมาณการผลิตที่ขยายตัว และการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book โดยตรง แต่การที่ฝ่ายบริหารระบุว่า "กลุ่มลูกค้าชิ้นส่วนยานยนต์มีปริมาณคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น" และ "กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรที่มีปริมาณการสั่งซื้อเพิ่มขึ้น" รวมถึงการผลิตและจัดเตรียมวัตถุดิบสำหรับไตรมาสถัดไปตามคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มคำสั่งซื้อที่ดี
* **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่มีการระบุว่า "เจ้าหนี้เพิ่มขึ้น 59 ล้านบาทจากการจัดเตรียมซื้อวัตถุดิบเพื่อการผลิตตามคำสั่งซื้อของลูกค้าเพิ่มขึ้น" ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการสต็อกวัตถุดิบเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ไม่ได้ระบุเป็นตัวเลขโดยตรง แต่ต้นทุนขายและบริการลดสัดส่วนลงจาก 89% เป็น 85% ของรายได้รวม บ่งชี้ว่า GPM มีแนวโน้มดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
* **ส่งออก:** เอกสารระบุภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยว่า "ยอดส่งออกต่างประเทศ 203,992 คันเพิ่มขึ้น 19%" และคาดการณ์ยอดส่งออกทั้งปีจะขยับขึ้นเป็น 0.85 ล้านคัน แต่ไม่ได้แยกสัดส่วนการส่งออกของ TRU โดยตรง
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในเอกสาร
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือ ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 เท่ากับ 255 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18 ล้านบาท เกิดจากการผลิตและจัดเตรียมวัตถุดิบสำหรับไตรมาสถัดไปตามคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 เท่ากับ 3,784 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากสิ้นปี 2563
* **สินทรัพย์หมุนเวียน:** เพิ่มขึ้น 17% เป็น 1,154 ล้านบาท จากเงินสดที่เพิ่มขึ้น, การลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน, ลูกหนี้การค้า, สินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญา, และสินค้าคงคลัง
* **เงินลงทุนในบริษัทร่วม:** เพิ่มขึ้น 12 ล้านบาท เป็น 475 ล้านบาท จากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรและเงินปันผล
* **ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์:** ลดลง 49 ล้านบาท เป็น 1,848 ล้านบาท จากค่าเสื่อมราคาและโอนสินทรัพย์สิทธิการใช้
* **สินทรัพย์สิทธิการใช้:** ลดลง 30 ล้านบาท เป็น 17 ล้านบาท จากการโอนสินทรัพย์ที่จ่ายชำระครบตามสัญญาเช่า
* **หนี้สินรวม:** ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 เท่ากับ 467 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากสิ้นปี 2563 โดยหลักมาจากเจ้าหนี้ที่เพิ่มขึ้นจากการจัดเตรียมซื้อวัตถุดิบ
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 เท่ากับ 3,317 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานและการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม
* **กระแสเงินสด:** ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 มีเงินสดคงเหลือสุทธิปลายงวด 266 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45 ล้านบาท จากกิจกรรมดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น โดยมีเงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน 76 ล้านบาท (ส่วนใหญ่จากการซื้อสินทรัพย์ถาวร) และกิจกรรมจัดหาเงิน (จ่ายเงินปันผล, ชำระหนี้สินตามสัญญาเช่า)
## สรุปท้าย
TRU ในไตรมาส 3 ปี 2564 เผชิญกับสถานการณ์ที่กำไรสุทธิลดลง 29% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากฐานรายได้อื่นที่สูงผิดปกติในปีก่อนจากการรับเงินชดเชย อย่างไรก็ตาม รายได้จากการดำเนินงานกลับเติบโตได้ถึง 16% สะท้อนการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยเฉพาะในส่วนของการผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์ยานยนต์ รวมถึงการรับจ้างประกอบที่เพิ่มขึ้นตามคำสั่งซื้อที่สูงขึ้น แม้จะมีความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19 และต้นทุนวัตถุดิบ แต่แนวโน้มคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นและประสิทธิภาพการผลิตที่ปรับปรุงขึ้น เป็นปัจจัยบวกที่ต้องจับตาในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TRU ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
457.04
ล้านบาท
↓ 22.6% YoY
กำไรขั้นต้น
59.99
ล้านบาท
↓ 22.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.13
%
กำไรสุทธิ
67.32
ล้านบาท
↓ 65.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
14.73
%
D/E Ratio
0.13
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
457
↓ -22.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
60
↓ -22.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
67
↓ -65.2%
YoY
D/E Ratio
0.13
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TRU
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.13
ROE (%)
7.02
ROA (%)
6.71
Book Value/หุ้น
6.07
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TRU
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-46
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-39
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TRU
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-46.17
-125.13%
|
183.71
-238.17%
|
-132.96
+340.85%
|
-30.16
-1.60%
|
-30.65
-113.41%
|
228.51
+242.29%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-38.51
-176.26%
|
50.50
-33.59%
|
76.04
-165.48%
|
-116.13
-245.73%
|
79.69
-163.81%
|
-124.89
+90.15%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
151.54
+32.88%
|
114.04
-44.85%
|
206.80
+237.25%
|
61.32
+23.80%
|
49.53
-148.36%
|
-102.42
-40.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
66.88
-80.79%
|
348.23
+132.34%
|
149.88
-276.41%
|
-84.96
-186.18%
|
98.58
+8,047.11%
|
1.21
-100.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
325.48
-8.45%
|
355.54
+17.33%
|
303.03
+36.88%
|
221.39
+0.54%
|
220.19
-43.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
312.18
-4.09%
|
325.48
-8.45%
|
355.54
+17.33%
|
303.03
+36.88%
|
221.39
+0.54%
|