บริษัท ไทย โอ.พี.พี. จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
132.50
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3576 out_tok=1710 at=2026-07-26T09:34:59 -->
TOPP กำไรสุทธิปี 2564 ลดลง 32.8% เหตุยอดขายสติกเกอร์หดตัวหนัก
### หัวข้อรอง / sub-headline
ยอดขายสติกเกอร์วูบจากฐานสูงปีก่อนหลังโควิด-19 คลี่คลาย ขณะที่กำไรจากการลงทุนหน่วยลงทุนฟื้นตัว
บริษัท ไทย โอ.พี.พี. จำกัด (มหาชน) หรือ TOPP รายงานผลประกอบการปี 2564 มีกำไรสุทธิ 88.04 ล้านบาท ลดลง 32.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ทำได้ 130.92 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากยอดขายผลิตภัณฑ์สติกเกอร์ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่กำไรจากการลงทุนในหน่วยลงทุนและรายได้จากการขายเศษฟิล์มพลาสติกปรับตัวดีขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ TOPP ในปี 2564 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **ยอดขายผลิตภัณฑ์สติกเกอร์ที่หดตัวลงอย่างมาก** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า ยอดขายสติกเกอร์ลดลง 85.00 ล้านบาท หรือ 18.9% จาก 450.36 ล้านบาทในปี 2563 เป็น 365.36 ล้านบาทในปี 2564 สาเหตุหลักเกิดจากฐานยอดขายที่สูงผิดปกติในปี 2563 ซึ่งเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในช่วงแรก ทำให้มีความต้องการสินค้าประเภทน้ำยาฆ่าเชื้อโรคสูงมาก ส่งผลให้บริษัทได้รับคำสั่งซื้อฉลากกาวสำหรับสินค้าดังกล่าวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีแรกของปีก่อน เมื่อสถานการณ์คลี่คลายและมีผู้ผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อโรครายใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดมากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกหลากหลายขึ้น ยอดขายของลูกค้าในกลุ่มนี้จึงลดลง ส่งผลโดยตรงต่อคำสั่งซื้อฉลากกาวของบริษัทที่ลดลงตามไปด้วย การลดลงของยอดขายดังกล่าวจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมาก
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว** จากการที่ฝ่ายจัดการระบุชัดเจนว่ายอดขายที่ลดลงในปี 2564 เป็นผลมาจากฐานที่สูงผิดปกติในปี 2563 อันเนื่องมาจากสถานการณ์ COVID-19 ที่เป็นปัจจัยพิเศษและไม่น่าจะเกิดขึ้นซ้ำในลักษณะเดิมอีก การที่ตลาดมีผู้ผลิตรายใหม่มากขึ้นและผู้บริโภคมีทางเลือกหลากหลายขึ้น เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติมากขึ้น ซึ่งหมายความว่ายอดขายสติกเกอร์อาจไม่สามารถกลับไปสู่ระดับสูงผิดปกติเช่นปี 2563 ได้อีก
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 ลดลง 32.8%** อยู่ที่ 88.04 ล้านบาท จาก 130.92 ล้านบาทในปี 2563
* **ยอดขายผลิตภัณฑ์สติกเกอร์หดตัว 18.9%** เหลือ 365.36 ล้านบาท จาก 450.36 ล้านบาท เป็นปัจจัยหลักกดดันกำไร
* **กำไรจากการลงทุนหน่วยลงทุนฟื้นตัว** เพิ่มขึ้น 6.44 ล้านบาท จากผลขาดทุนมากในปี 2563
* **รายได้จากการขายเศษฟิล์มพลาสติกเพิ่มขึ้น** 2.80 ล้านบาท จากราคาเม็ดพลาสติกที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลง** 3.96 ล้านบาท ตามกำไรจากการดำเนินงานที่ลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 88.04 ล้านบาท ลดลง 32.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 130.92 ล้านบาท การลดลงของกำไรสุทธิมีสาเหตุหลักมาจากกำไรขั้นต้นที่ลดลง 64.56 ล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากส่วนงานสติกเกอร์ที่มียอดขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีรายได้จากการขายเศษฟิล์มพลาสติกเพิ่มขึ้น และมีกำไรจากการจำหน่ายหน่วยลงทุนและกำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหน่วยลงทุนที่ฟื้นตัวขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีผลขาดทุนจากการยกเลิกกองทุน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของราคาเม็ดพลาสติก:** ส่งผลดีต่อรายได้จากการขายเศษฟิล์มพลาสติก
* **การกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ:** อาจส่งผลดีต่อความต้องการสินค้าที่ใช้สติกเกอร์ในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของสถานการณ์ COVID-19:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้า
* **การแข่งขันในตลาด:** โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่บริษัทผลิต อาจส่งผลต่อราคาขายและส่วนแบ่งการตลาด
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** โดยเฉพาะเม็ดพลาสติก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มยอดขายผลิตภัณฑ์สติกเกอร์ในไตรมาสถัดไป ว่าจะสามารถฟื้นตัวจากฐานที่ลดลงได้หรือไม่
* การเปลี่ยนแปลงของราคาเม็ดพลาสติกและผลกระทบต่อรายได้จากการขายเศษฟิล์มพลาสติก
* การบริหารจัดการต้นทุนการผลิต เพื่อรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการใช้กำลังการผลิตโดยตรง แต่การลดลงของยอดขายสติกเกอร์อาจบ่งชี้ถึงแรงกดดันต่อ utilization ในส่วนงานดังกล่าว
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล order book ที่ชัดเจน แต่การลดลงของยอดขายสติกเกอร์สะท้อนถึงคำสั่งซื้อที่ลดลงจากปีก่อน
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาเม็ดพลาสติกปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลดีต่อรายได้จากการขายเศษฟิล์มพลาสติก แต่ไม่ได้ระบุผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตโดยตรง
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยส่วนใหญ่เกิดจากส่วนงานสติกเกอร์ที่มียอดขายลดลง
* **ส่งออก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออก
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้ระบุข้อมูลสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทในปี 2564
## สรุปท้าย
ปี 2564 เป็นปีที่ TOPP เผชิญกับแรงกดดันจากยอดขายผลิตภัณฑ์สติกเกอร์ที่ลดลงอย่างมาก ซึ่งเป็นผลจากฐานที่สูงผิดปกติในปี 2563 จากความต้องการสินค้าฆ่าเชื้อโรคที่เพิ่มขึ้นในช่วง COVID-19 แม้ว่าบริษัทจะมีรายได้จากการขายเศษฟิล์มพลาสติกเพิ่มขึ้นและกำไรจากการลงทุนในหน่วยลงทุนฟื้นตัว แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากการลดลงของยอดขายหลักได้ทั้งหมด นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มยอดขายสติกเกอร์ในระยะต่อไป และการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางความผันผวนของราคาวัตถุดิบ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TOPP ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
403.46
ล้านบาท
↓ 9.5% YoY
กำไรขั้นต้น
47.68
ล้านบาท
↓ 2.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
11.82
%
กำไรสุทธิ
25.83
ล้านบาท
↓ 4.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.40
%
D/E Ratio
0.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
403
↓ -9.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
48
↓ -2.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
26
↓ -4.9%
YoY
D/E Ratio
0.19
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TOPP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.19
ROE (%)
6.51
ROA (%)
6.63
Book Value/หุ้น
297.89
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TOPP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-92
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-54
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TOPP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-91.97
-190.01%
|
102.18
+11,380.90%
|
0.89
-101.89%
|
-46.99
+876.92%
|
-4.81
-101.61%
|
297.92
+300.97%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-53.91
-25.03%
|
-71.91
-193.58%
|
76.84
-124.11%
|
-318.72
+118.66%
|
-145.76
-15.12%
|
-171.72
+47.44%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
40.36
-24.04%
|
53.13
-3,642.00%
|
-1.50
-314.29%
|
0.70
-122.95%
|
-3.05
-93.30%
|
-45.52
+62.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-105.53
-226.52%
|
83.41
-21.27%
|
105.94
-41.12%
|
179.93
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
191.71
+73.29%
|
110.63
-59.91%
|
275.94
+187.41%
|
96.01
-18.33%
|
117.56
+218.76%
|
36.88
-65.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
334.19
+74.32%
|
191.71
+73.29%
|
110.63
-59.91%
|
275.94
+187.41%
|
96.01
-18.33%
|
117.56
+218.76%
|